
วิกฤติ'ธ.ใบโพธิ์'แบ่งเกรดมหาวิทยาลัยไทยสะท้อนคุณภาพบัณฑิต
วิกฤติ'ธ.ใบโพธิ์'แบ่งเกรดมหาวิทยาลัยไทย สะท้อนคุณภาพบัณฑิตตอบโจทย์ภาคเอกชน : ชุลีพร อร่ามเนตรรายงาน
ฉาวอีกสำหรับ “ธนาคารไทยพาณิชย์” กับกรณีที่มีการแชร์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งที่ปรึกษาทางการเงินฝึกหัด (Financial Advisor Trainee) สาขาเศรษฐศาสตร์ บริหารการเงิน สาขาการเงินการธนาคาร สาขาการบัญชี โดยระบุคุณสมบัติว่าเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.75 จำกัดรับเฉพาะมหาวิทยาลัย 14 สถาบัน ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.ธรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ม.มหิดล ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ม.พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ม.อัสสัมชัญ ม.กรุงเทพ ม.บูรพา ม.ขอนแก่น ม.เชียงใหม่ ม.สงขลานครินทร์ ม.หอการค้าไทย ม.แม่ฟ้าหลวง
จนทำให้มหาวิทยาลัยที่ไม่มีรายชื่อ อย่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รวมถึง ม.เอกชน เกิดกระแสบอยคอตจะยกเลิกการทำธุรกรรมทางการเงิน กับ ธ.ไทยพาณิชย์ เพื่อเรียกร้องขอโอกาสให้บัณฑิตทุกสถาบันอุดมศึกษาได้เข้าทำงานอย่างเท่าเทียมกัน ขณะที่ทางธนาคารได้พยายามชี้แจงทำความเข้าใจตั้งแต่แถลงข่าว ไปจนถึงเดินสายไปยังทุกสถาบันการศึกษา
หากมองย้อนอีกมุมหนึ่ง คงต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่องค์กรไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ต่างมีสิทธิกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกคนเข้าทำงาน และมองอีกด้านหนึ่ง สถาบันการศึกษาเอง คงต้องกลับมาดูตัวเองแล้วว่าเหตุใด?....ธนาคาร หรือ สถานประกอบการถึงเลือกรับคนเข้าทำงานจำกัด แบ่งเกรดมหาวิทยาลัย
รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า การคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงานของแต่ละสถานประกอบการอาจแตกต่างกันออกไป แต่อยากให้ดูจากสมรรถนะ ศักยภาพของแต่ละคนมากกว่าดูสถาบันการศึกษา หรือเอาปริญญาเป็นตัวตั้ง เพราะขณะนี้บัณฑิตทุกสถาบันการศึกษาล้วนมีความรู้ความสามารถ อีกทั้งเนื้อหาหลักสูตรก็ไม่แตกต่างกัน
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดแบ่งกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาไทยที่มีอยู่ประมาณ 156 แห่ง เป็น กลุ่ม ม.ของรัฐ, ม.ในกำกับของรัฐ, ม.ราชภัฏ ม.เทคโนโลยีราชมงคล และ ม.เอกชน แต่ไม่เคยมีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยอย่างชัดเจน ว่าแต่ละกลุ่มมหาวิทยาลัยใดมีคุณภาพมาก-น้อย ในขณะที่สถานประกอบการมีการจัดอันดับ แบ่งเกรดมหาวิทยาลัย ดั่งกรณีข้อมูลจาก ธ.ไทยพาณิชย์
“ปัจจุบันจำนวนสถาบันอุดมศึกษา และหลักสูตรที่เปิดสอนของประเทศไทย มีมากและเพียงพอแล้วที่จะรับคนเข้าทำงาน รองรับการศึกษาของคนไทยทั้งประเทศ แต่อาจจะไม่ครอบคลุมบ้างพื้นที่เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมา สกอ.ได้มีการวางมาตรการในการกำกับดูแลเรื่องคุณภาพ และมีนโยบายพัฒนากลุ่มมหาวิทยาลัยใหม่อย่างกลุ่ม มรภ. 40 แห่ง และ มทร.9 แห่ง เพื่อให้มีความชัดเจนในการพัฒนาแรงงานที่มีความสามารถทักษะระดับสูง รองรับอุตสาหกรรมไฮเทคของประเทศไทยในอนาคต โดยจะมีการจัดโครงการพื้นฐาน จัดเวิร์กช็อป ในวันที่ 6-7 สิงหาคมนี้” รศ.ดร.พินิติ กล่าว
ผศ.ดร.นิวัต กลิ่นงาม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) กล่าวว่า ตามที่ ธ.ไทยพาณิชย์ ได้เข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจในที่ประชุม ทปอ.มรภ.เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2558 และยืนยันว่าจะคัดเลือกคนเข้าทำงานโดยวัดจากสมรรถนะ ศักยภาพ ไม่ใช่แบ่งเกรดตามชื่อของสถาบัน แต่จะเปิดโอกาสให้เด็กทุกมหาวิทยาลัย ซึ่งเมื่อธนาคารรับปากจะคัดเลือกคนเข้าทำงานอย่างเป็นธรรม ทปอ.มรภ.ก็ไม่ได้ติดใจอะไร และจะใช้บริการ ธุรกรรมทางการเงินกับ ธ.ไทยพาณิชย์ต่อไป
อย่างไรก็ตาม การที่กลุ่ม มรภ.จะยกเลิกธุรกรรมกับ ธ.ไทยพาณิชย์ก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นการเรียกร้องเพื่อนักศึกษา มรภ.เท่านั้น แต่ทำเพื่อนักศึกษาทุกสถาบัน เพราะตำแหน่งที่ธนาคารเปิดรับ ไม่ได้มีเฉพาะมหาวิทยาลัย 14 แห่ง มีหลายมหาวิทยาลัยที่จัดการเรียนการสอน นักศึกษาที่เรียนในหลักสูตรดังกล่าวควรได้รับสิทธิอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน
“สังคมไทยควรให้โอกาสคนทุกคน ไม่ว่าจะจบจากสถาบันไหน หรืออยู่ที่ไหน ฉะนั้น การคัดเลือกรับคนเข้าทำงานควรวัดจากความรู้ ความสามารถ คุณภาพศักยภาพของเด็กไม่ใช่ชื่อเสียงสถาบัน ควรเปิดโอกาสให้นักศึกษา โดยอาจสอบเข้า กำหนดคุณสมบัติ และที่ผ่านมา มรภ.ได้ปรับปรุงคุณภาพการศึกษามาตลอด จนบาง มรภ.มีคุณภาพดีกว่า หรือเทียบเท่า ม.ดังๆ” ผศ.นิวัต กล่าว
ขณะที่ รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) กล่าวว่า กลุ่ม มทร.ได้รับการติดต่อชี้แจงจากทาง ธ.ไทยพาณิชย์ ถึงกรณีที่รับบัณฑิตเข้าทำงานโดยจำกัดมหาวิทยาลัย
“อยากให้สถานประกอบการเปิดใจให้กว้างในการรับคนเข้าทำงาน ไม่ควรมองเฉพาะองค์กร หรือสถาบันใดสถาบันหนึ่ง ซึ่งในส่วนของ มทร.เองก็มีการจัดการเรียนการสอนทางด้านการเงิน การบริหาร แต่อาจเป็นไปได้ว่าบัณฑิตของเราเน้นการปฏิบัติ อาจไม่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการบางแห่ง ดังนั้น ในการประชุมทปอ.มรภ.วันที่ 13 กรกฎาคมนี้ จะเสนอให้ มทร.แต่ละแห่งกลับไปประเมิน ทบทวนคุณภาพของบัณฑิตว่าเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานมากน้อยอย่างไร และควรจะเพิ่มเติมคุณภาพทางด้านไหนอย่างไร เพื่อให้บัณฑิตของ มทร.สามารถแข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ” รศ.ดร.นำยุทธ กล่าว
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏ มี 40 แห่ง มีนักศึกษา ประมาณ 522,773 คน ปรัชญาของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏนั้น เพื่อพัฒนาท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดที่มหาวิทยาลัยจัดตั้งอยู่ ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีการกำหนดปรัชญา ที่แตกต่างกันออกไป ตามบริบทของแต่ละท้องถิ่น โดยมีปณิธานเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น โดยท้องถิ่นและเพื่อท้องถิ่น
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มี 9 แห่ง มีนักศึกษา ประมาณ 147,780 คน ปรัชญาของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เพื่อเป็นมหาวิทยาลัยที่จัดการศึกษาด้านวิชาชีพและเทคโนโลยี ควบคู่กับทำการวิจัยสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม เป็นเน้นการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดแรงงานอย่างแท้จริง โดยที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ได้ดำรงภารกิจในการผลิตบัณฑิตที่อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผลิตบัณทิตในสายวิชาชีพเพื่อออกมารับใช้ประเทศชาติ พัฒนาประเทศชาติซึ่งแต่ละแห่งจะมีปรัชญาแตกต่างกันออกไป



