ไลฟ์สไตล์

หย่อนอารมณ์ที่ 'โมรีอา'

หย่อนอารมณ์ที่ 'โมรีอา'

05 ก.ค. 2558

เที่ยวนี้ขอเล่า : หย่อนอารมณ์ที่ 'โมรีอา' : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected] IG - kan_hongthong

 
                      ชีวิตนี้ ฉันไม่ควรพาตัวเองป้วนเปี้ยนอยู่แค่เกาะมัลดีฟส์ เกาะบาหลี  หรือแค่เกาะเต่า เกาะหลีเป๊ะ เกาะกูด เกาะสมุย เกาะภูเก็ตเท่านั้น
 
                      แต่ฉันต่อรองกับตัวเองว่า ปีละครั้งควรจะเดินทางเพื่อออกไปทำความรู้จักกับเกาะใหม่ๆ บนโลกนี้ซะบ้าง
 
                      นั่นอาจจะเป็นเหตุผลให้ปีสองปีนี้เดินสายสำรวจเกาะแปลกๆ ใหม่ๆ ในชีวิตกันอุตลุดไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเกาะบาฮามาส  เกาะแกรนด์เติร์ก เกาะมายอร์กา เกาะซิซิลี ลามไปยันเกาะอิบิซ่า
 
                      ส่วนเกาะในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนใต้น่ะเหรอ ฉันเองก็สแกนหย่อมย่านนี้มาหลายปีแล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไปไม่ถึงซะที
 
 
หย่อนอารมณ์ที่ 'โมรีอา'
 
 
                      จนในที่สุด เมื่อฤกษ์ดีปีงง ปะเหมาะเคราะห์ดีมีโอกาสแวะเวียนไปทำงานแถวประเทศนิวซีแลนด์ แค่ขยับตัวไปอีกไม่ไกลก็ถึง เกาะโมรีอา (Moorea Island) จุดหมายปลายทางที่ฉันแอบปักหมุดไว้นานแล้ว เลยถือโอกาสเถลไถลไปตามใจอยากซะหน่อย
 
                      บินต่อจากอ็อคแลนด์ไปอีกแค่เกือบ 5 ชั่วโมง เกาะตาฮิติแห่งเฟรนช์โพลีนีเซียก็อวดเรือนร่างให้เห็น และมองลิบๆ จากฝั่งเกาะตาฮิติ เงาลางๆ ร่างทะมึนของเกาะโมรีอาก็อำพรางตัวอยู่ในไอหมอก นั่นน่ะหรือ จุดหมายของฉัน 
 
                      ถ้าจับ 100 กว่าเกาะของ เฟรนช์ โพลีนีเซีย มาเทียบเคียงความสวย แน่นอนว่าเกาะโมรีอาคงไม่ใช่เกาะสวยที่สุด และถ้าจะเทียบเคียงในเรื่องความฮอต แน่นอนว่าเกาะโมรีอาคงไม่ใช่เกาะฮอตที่สุดอีกเช่นกัน เพราะถ้าเรื่องความสวยและความฮอต ในละแวกเซาท์แปซิฟิก คงไม่มีเกาะไหนล้ำหน้าเท่าเกาะบอรา บอร่า(Bora Bora)อีกแล้ว
 
                      แต่ถึงไม่ได้สวยและฮอตที่สุด ก็ใช่ว่าโมรีอาจะถูกนักท่องเที่ยวเชิดหน้าใส่ เพราะวันนี้ นักเดินทางจากทั่วมุมโลกพากันหลั่งไหลไปหาเกาะสวรรค์แห่งนี้ตลอดทั้งปี  
 
                      ประจักษ์พยานแห่งความเนื้อหอมของเกาะโมรีอา คงวัดได้จากจำนวนนักเดินทางที่อยู่แถวท่าเรือ  เพราะนักท่องเที่ยวแห่แหนมาใช้บริการไม่ใช่น้อย 
 
                      และไม่ว่าใครจะมาจากซีกโลกไหน หรือชาติไหน ก็จะถูกชาวเกาะแห่งโมรีอาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม มิตรไมตรีของพวกเขาเป็นที่เลื่องลือมาแต่ไหนแต่ไร บนดวงหน้าที่อาบรอยยิ้ม บนเรือนกายของพวกเขาห่อห่มด้วยอาภรณ์สีฉูดฉาด และแน่นอนว่าบนศีรษะของพวกเขามีพวงมาลัยดอกไม้วางไว้ ราวกับเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ของพวกเขา   
 
                      ท่าเรือประจำเกาะมีทั้งชาวเกาะและนักท่องเที่ยวไปใช้บริการกันตลอดทั้งวัน จนต้องมีร้านสะดวกซื้อและร้านพิซซ่าเปิดให้บริการ รายรอบคือทิวเขาสูงที่โอบผืนน้ำเอาไว้ 
 
                      เกาะโมรีอาอาจจะถูกพูดถึงรูปร่างหน้าตาที่แปลกประหลาด อันเนื่องมาจากการยุบตัวของภูเขา จนเกิดเป็นแอ่งอ่าวเว้าโค้ง แต่ฉันว่าเป็นหน้าตาของธรรมชาติที่งดงามเหลือเกิน 
 
 
หย่อนอารมณ์ที่ 'โมรีอา'
 
 
                      จากท่าเรือ ไม่ถึง 5 นาทีเรือนพักสุดหรูอย่างโซฟิเทล โมรีอา ลา โอรา บีช รีสอร์ท (www.sofitel-moorea-iaora.com) ต้อนรับฉันด้วยความหรูหราและความร่มรื่นของทิวมะพร้าว โซฟิเทลเป็นโรงแรมที่บริหารโดยแอคคอร์  (www.accorhotels.com) ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทบริหารจัดการโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิกและประเทศไทย เป็นเรือนพักสุดหรูที่เหมาะจะมาพักผ่อนหย่อนอารมณ์อย่างยิ่ง เช้าจรดค่ำคุณจะถูกปรนเปรอด้วยข้าวปลาอาหาร และวิวทิวทัศน์อันงดงาม ยามค่ำคืนก็ยังมีระบำรำฟ้อนจากคนพื้นเมืองมาวาดลวดลายและลีลาในแบบชาวเกาะให้ดูกันทุกคืน หรือใครอยากจะช็อป ก็ไม่ต้องออกไปนอกโรงแรม  เพราะเขามีข้าวของให้เลือกช็อปทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึก เสื้อผ้าอาภรณ์  โปสการ์ด ไปยันไข่มุกซึ่งเป็นของดีของเด่นของเกาะโมรีอา
 
                      หลายเกาะในเฟรนช์ โพลีนีเซีย รวมทั้งโมรีอา ล้วนแต่มีชื่อในเรื่องของไข่มุกคุณภาพดี ฉันผลักประตูเข้าไปในช็อปไข่มุกของโซฟิเทล ได้ฟังวิธีการเลี้ยงหอยมุก จนทำให้รู้และเข้าใจเลยว่า ทำไมสร้อยมุกบางชิ้นในร้านจึงราคาล้านกว่าบาท เพราะเขาไม่ได้เลี้ยงกันแค่เดือนสองเดือน แต่เลี้ยงกันหลายปีเลยทีเดียว
 
                      และเพราะอยากจะสำรวจบ้านช่องห้องหับของชาวเกาะ เลยเดินออกนอกเรือนพัก จนไปเจอชายหาดสาธารณะเข้าโดยบังเอิญ นั่นทำให้รู้ว่าที่เกาะนี้ถ้าเป็นวันหยุด เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ช่วงบ่ายและวันอาทิตย์ ชาวเกาะเขาจะหยุดงานแล้วมานั่งล้อมวงปิกนิกกันริมชายหาด ไม่ได้หอบอาหารและเครื่องดื่มมาเท่านั้น แต่ยังหอบลำโพงมาเปิดเพลงแดนซ์กันด้วย บ้างก็ปั่นจักรยานพิงต้นมะพร้าว แล้วเอนหลังลงนอนไขว่ห้าง ชิลล์อย่างเหลือเชื่อแฮะ 
 
                      พูดถึงประวัติของชาวเกาะโมรีอา ก็เหมือนเกาะอื่นๆ ในแถบเฟรนช์โพลีนีเซีย พวกเขาพายเรือแคนูเมื่อพันกว่าปีก่อน เรื่องราวในอดีตถูกบอกเล่าผ่านการสลักบนหินขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่า มาราเอ หลังจากมีการก่อร่างสร้างถิ่นกันของชาวเกาะ ก็เริ่มมีชาวยุโรปทยอยแวะเวียนกันมาสำรวจเกาะงามแห่งนี้  ไม่ว่าจะเป็นนักเดินเรือชาวโปรตุเกส ที่เข้ามาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 17 
 
 
หย่อนอารมณ์ที่ 'โมรีอา'
 
 
                      หลังจากนั้น ในช่วงศตวรรษที่ 18  ก็เริ่มมีชาวยุโรปเข้ามาอาศัยอยู่ รวมถึงกัปตันเจมส์ คุก จากอังกฤษที่เดินทางมายังเกาะตาฮิติก่อน แล้วจึงล่องเรือมาเกาะโมรีอา
 
                      ทุกวันนี้ บนเกาะยังมีการตั้งชื่อท่าเรือว่า Cook’s Bay เพื่อเป็นเกียรติให้แก่กัปตันเจมส์ คุก  
 
                      ประวัติศาสตร์ทางการเมืองหลายหน้าของเฟรนช์ โพลีนีเซีย ยังเกิดขึ้นที่เกาะโมรีอาในช่วงศตวรรษที่ 19 ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศส จนทำให้รอบเกาะโมรีอามีฐานทัพของทั้งสองประเทศหลายจุด
 
                      เฟรนช์ โพลีนีเซีย ตกเป็นสมบัติของฝรั่งเศสไปในที่สุด แต่เมื่อ 60 กว่าปีที่ผ่านมา ก็ถูกยกให้เป็นดินแดนโพ้นทะเล  
 
                      ฉันจิบน้ำสับปะรดที่ว่ากันว่า เป็นของอร่อยประจำเกาะโมรีอา อ่านเรื่องราวความเป็นมาของเกาะ และไม่ลืมเงยหน้ามองความงดงามของเกาะที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า  
 
                      หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ประกาศตัวว่าเป็นนักล่าเกาะน่าเที่ยว โปรดปักหมุดไว้ที่เกาะโมรีอาเถิด แล้วออกเดินทางไปที่นั่น  เพื่อพิสูจน์ว่า เกาะนี้คือที่สิงสถิตของความรื่นใจและความสบายใจเสมอ
 
 
 
 
 
-----------------------
 
(เที่ยวนี้ขอเล่า : หย่อนอารมณ์ที่ 'โมรีอา' : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected] IG - kan_hongthong)