
ส่องคมคิดสุดล้ำงานศิลป์สาว
02 ก.ค. 2558
ศิลปวัฒนธรรม : ส่องคมคิดสุดล้ำงานศิลป์สาว
ศิลปะไม่แบ่งอายุ ชนชั้น วรรณะ ที่สำคัญไม่เคยเหยียดเพศว่าใครจะสร้างสรรค์ เพราะคุณค่าอยู่ที่ทัศนคติจะแสดงออกมา และไม่บ่อยครั้งที่นิทรรศการ “ชิบูคารุ มัตสุริ โกส์ ทู แบงค็อก (Shibukaru Matsuri goes to Bangkok) ” ซึ่งโชว์ผลงานศิลปะของนักสร้างสรรค์สตรีชั้นแนวหน้าจากแดนอาทิตย์อุทัยและแดนสยามกว่า 10 ชีวิตจะเวียนมาให้ได้เสพ งานนี้่จึงเป็นอีกชิ้นโบแดงที่่เดอะ แจม แฟคตอรี่ จับมือ อาร์ซีเคที/ร็อกเก็ต คัมปานี และแพร็กคติคอล ดีไซน์ สตูดิโอ ร่วมอุบัติขึ้นอย่างตั้งใจ
ทาเคชิ คูโด้ หนึ่งในผู้บริหารบริษัท อาร์ซีเคที /ร็อกเก็ต เล่าว่า ที่ผ่านมางานนี้มีศิลปินเข้าร่วมกว่า 800 คน ครั้งนี้ได้เลือกเฟ้นศิลปินที่มาร่วมจัดแสดงผลงานแล้วก็อยากให้คนไทยได้ชื่นชม ที่อยากแนะนำอย่างยิ่งคือผลงานของโฮมมะ เอริ ที่เป็นวิดีโอปลุกหมาตามสถานที่ต่างๆ ของเมืองไทย ซึ่งศิลปินรายนี้เดินทางมาเก็บข้อมูลที่เมืองไทยร่วมเดือนกว่าจะได้เห็นมุมมองที่แปลกสำหรับคนญี่ปุ่น ต้องบอกว่าเดี๋ยวนี้มีวัฒนธรรมย่อยแจ้งเกิดศิลปินมากมาย ทำให้ผลงานมีความหลากหลาย อย่างครั้งนี้ผลงานมีความหลากหลายมาก ไม่ว่าหญิงหรือชายทุกคนล้วนได้รับความนิยมเท่าเทียมกัน
“ส่วนใหญ่เวลาพูดถึงความเป็นญี่ปุ่นคนมักนึกถึงการ์ตูน แอนิเมชั่น หรือไอดอล ยอดมนุษย์ แต่อยากให้คนไทยเห็นว่าญี่ปุ่นก็มีวัฒนธรรมอีกมุมหนึ่งเหมือนกัน จึงเกิดงานครั้งนี้ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในเมืองไทยต่อจากสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผลงานศิลปะประเภทคอนเทมโพรารี่อาร์ต จริงๆ ตอนนี้ไม่ได้มีเทรนด์ศิลปะอะไรเป็นพิเศษ แต่ทุกคนพยายามมีตัวตนของตัวเองสูง แบบนี้เรียกว่าเป็นเทรนด์ก็ได้ นอกจากนี้ศิลปินหญิงญี่ปุ่นเมื่อเทียบกับชายแล้วได้รับความนิยมพอๆ กัน ถ้ามาเที่ยวชมงานครั้งนี่้แล้วก็อยากฝากต่อว่าหากมีโอกาสไปญี่ปุ่นก็อยากให้ตามไปชมผลงานเพิ่มเติมได้ที่นั่น เพราะจัดงานใหญ่กว่านี้เป็นสิบเท่า มีตั้งแต่อาร์ต แฟชั่น การแสดง ดนตรี และอื่นๆ” พ่องานใหญ่ชาวเมืองปลาดิบ กล่าว
เป็นที่สังเกตว่าผลงานสร้างสรรค์ของสาวๆ ล้วนเกิดจากไอเดียไร้กรอบ อย่างศิลปินแนวสตรีทอาร์ตโดยเฉพาะงานเพ้นท์กำแพงนามว่า “ลี” เป็นครั้งแรกที่นำผลงานออกมาจัดแสดงที่เมืองไทย เธอนำเสนอโมเดลรูปคนขนาดความสูงไม่กี่่นิ้วและรูปเพ้นท์ขนาดใหญ่บนกำแพง เจ้าตัวยอมรับชิ้นงานที่เห็นเกิดจากความไม่ตั้งใจ ด้วยเพียงอยากสื่อสารถึงการกำลังนั่งกอดความคิด หรือคุยกับตัวเองอยู่ คนทั่วไปเห็นดูว่าเศร้าแต่ก็ห้ามไม่ได้เป็นเรื่องของความคิด เสร็จจากงานนี้จะนำกลับไปจัดแสดงที่โตเกียว แต่รูปเพ้นท์กำแพงนั้นจะยังคงอยู่เพื่อฝากไว้เป็นที่ระลึกสำหรับคนไทย
ภายในห้องมืดเสมือนโรงหนังขนาดจิ๋ว กล่องขนาดเล็กที่บรรจุภาพมัลติมีเดียเคลื่อนไหวได้กำลังเรียกความสนใจใคร่รู้ให้เข้าไปจดจ้องพร้อมตั้งคำถามว่าคืออะไร สิ่งที่เห็นเรียกว่า “เดอะ อิมเมจิเนชั่น เพ็ดช็อป” ผลงานศิลปะสื่อผสมแนววิทยาศาสตร์จากการสร้างสรรค์ของ ฮารูกะ ฟูรุยะ ศิลปินสาวเผยแรงบันดาลใจว่า ทุกวันนี้ของทุกอย่างในโลกมีมากมาย หากเปลี่ยนมุมมองในการคิดก็อาจทำให้สิ่งนั้นดูแปลกใหม่ขึ้นมา อย่างผลงานในกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ชื่อ “มนุษย์ต่างดาว” พูดถึงร้านขายสัตว์เลี้ยงก็มีแต่หมาแมวจะเป็นอย่างไรถ้ามีการขายมนุษย์ต่างดาวขึ้นมา ที่น่าสนใจคือเจ้าตัวเคยได้ยินมาว่าที่เขากะลาซึ่งไม่รู้ว่าอยู่ส่วน่ไหนของประเทศไทยมีมนุษย์ต่างดาวอยู่ อยากไปตามค้นหา หรือผลงานชื่อ “ผีปอบ” เป็นผีจากโตเกียวที่อยากให้คนมองว่าสิ่งนี้มีจริงหรือไม่
ไฮไลท์ของงานแสดงที่แม้แต่คนจัดงานยังพูดถึงและเชื้อเชิญให้สัมผัสคือ “เวค อัพ” ของศิลปินสาวขี้เล่น โฮมมะ เอริ กับเพื่อนชายคนสนิท นาบูจิ โดยสาวเอริ เผยว่าครั้งนี้จัดแสดงสองชิ้นหลักๆ คือมัลติมีเดีย และศิลปะจัดวาง “พวงหรีด” เนื้อหาของชิ้นแรกที่เป็นวิดีโอเล่าเรื่องสุนัขจรจัดที่อยู่ตามสถานที่ต่างๆ ของกรุงเทพฯ โดยนำนาฬิกาไปตั้งปลุกขณะสุนัขนอนหลับ เหมือนกระตุ้นเตือนให้ทราบว่ามีเหตุการณ์ต่างๆ เช่น สึนามิ ภูเขาไฟระเบิด หรือล่าสุดแผ่นดินไหวที่เนปาลต้องตื่นได้แล้ว
“อยากให้คนไทยได้มองเห็นภาพที่เกิดขึ้นในสังคมไทยที่อาจจะไม่เคยสังเกตมาก่อน เป็นหน้าที่สำคัญของศิลปินที่จะสื่อให้เห็น ซึ่งเป็นสิ่งที่คิดมาตลอดในการสร้างสรรค์ผลงาน พอมาเมืองไทยก็ยิ่งคิดใหม่มองภาพธรรมดาที่ต่างออกไป ให้คนไทยได้ฉุกคิด ส่วนอีกชิ้นที่เป็นพวงหรีด ที่ญี่ปุ่นก็มีพวงหรีดลักษณะเดียวกันหากแต่ใช้ในงานมงคลมากกว่า แสดงถึงความชื่นชมยินดี การที่ตัวเองใช้คล้องคอแล้วยื่นหน้าออกไปอยากจะสื่อถึงการเชื่อมโยงการเกิดการตายว่ามีความสัมพันธ์กัน” เจ้าของแนวคิด กล่าว
สำหรับศิลปินไทยที่มาร่วมก็ล้วนแสดงถึงตัวตน อย่างผลงาน “ไอ สเมล ซัมติง” และ “อะ แมน วิธ เดอะ มัสแทช” ของ “ยศ” ยศวดี ครุฑกล่อม นักวาดภาพประกอบที่มีสไตล์ลายเส้นโดดเด่นคนหนึ่งของไทย ถ่ายทอดออกมาในคอนเซ็ปต์นึกอะไรได้ก็วาดออกมา ลงสีไปเรื่อยก่อนจะมาคิดเรื่องราวทีหลัง เน้นความสนุกผ่อนคลายมากกว่าจะตีกรอบให้ไปทิศทางไหน ขณะที่ผลงานศิลปะตัดแปะของ “จิ” จิรายุ คูอมรพัฒนะ ชื่อ “ทรู เดอะ วินโดว์” เป็นอีกรูปแบบเทคนิคการตัดแปะ เพื่อสื่อว่าเวลาพูดถึงหน้าต่างเรามักเข้าใจว่าเป่็นการมองจากข้างในออกไป ลองเปลี่ยนความคิดมองกลับเข้ามาก็อาจจะค้นพบหรือเห็นอะไรใหม่ๆ
แม้ว่างานจะจัดเพียงระยะเวลาสั้นๆ และเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่คมคิดล้ำๆ ของศิลปินสาวๆ ยังสามารถเข้าไปค้นหาแรงบันดาลใจต่อได้ www.facebook.com/shibukarubangkok



