
'83 ปี' ประชาธิปไตย จุดยืนสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป
28 มิ.ย. 2558
รักชีวิต รักษ์สิ่งแวดล้อม : '83 ปี' ประชาธิปไตย จุดยืนสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป : โดย...ภาคภูมิ วิธานติรวัฒน์
วันที่ 24 มิถุนายน 2475 เป็นวันที่คณะราษฎรได้ร่วมกันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตร์ทรงเป็นประมุข
โดยมีหลัก 6 ประการสำหรับพัฒนาประเทศคือ 1.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ 2.จะต้องรักษาความปลอดภัยในประเทศให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก 3.จะต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ในทางเศรษฐกิจ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก 4.จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน 5.จะต้องให้ราษฎรมีเสรีภาพมีความเป็นอิสรภาพ เมื่อเสรีภาพนั้นไม่ขัดต่อหลัก 4 ประการ ดังที่กล่าวมาแล้ว 6.จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 มีพระราชดำรัสอันสำคัญไว้ว่า “ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใดคณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร…”
24 มิถุนายน 2558 ครบรอบ 83 ปี ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ประเทศไทยอยู่ในช่วงจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการวางเส้นทางไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นประมาณเดือนมิถุนายน 2559 หากรัฐธรรมนูญผ่านการประชามติ
ในวาระอันสำคัญ เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ประชาธิปไตย สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป (สชป.) ได้เปิดประชุมสภาประชาชนครั้งที่ 3 ขึ้น และที่ประชุมมีฉันทานุมัติให้ประกาศจุดยืนว่าด้วยรัฐธรรมนูญดังนี้
ประกาศสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป ฉบับที่ 5 "อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องดีกว่าเดิม"
สาระสำคัญระบุ สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป ได้ติดตามและพัฒนาข้อเสนอรัฐธรรมนูญประชาชน บนหลักการ ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มอำนาจประชาชน และรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องดีกว่าเดิม คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดกรอบการร่างรัฐธรรมนูญที่จะ “สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่” และกำหนดกรอบการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมที่เป็นธรรม
สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูปสนับสนุนข้อเสนอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาลที่ไม่ควบรวมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกับผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่ยืนยันให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แยกวิธีการและคณะกรรมการสรรหากรรมการในองค์กรตามรัฐธรรมนูญออกจากกัน ตามลักษณะเฉพาะของแต่ละองค์กร
สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูปกังวลต่อข้อเสนอของรัฐบาล และสมาชิกสภาปฏิรูปบางกลุ่ม ที่เสนอให้ตัดส่วนที่ว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนในการวางแผนการพัฒนา สมัชชาพลเมือง องค์กรอิสระด้านการคุ้มครองผู้บริโภค องค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ด้วยเหตุผลว่า เกรงจะเป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน หรือจะดำเนินการจัดทำกฎหมายอยู่แล้ว หรือการให้เพิ่มข้อความท้ายมาตราว่า ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ เพราะหากไม่มีกฎหมายบัญญัติรัฐธรรมนูญก็ไม่มีสภาพบังคับ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 รวมทั้งหากไม่กำหนดองค์กรอิสระไว้ในรัฐธรรมนูญก็จะเป็นเหตุอ้างว่า ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมาย หรือเกรงว่า สมัชชาพลเมืองจะสร้างความขัดแย้ง ไปตรวจสอบอำนาจรัฐ เป็นต้น
รัฐบาลเสนอให้ตัดเนื้อหาว่าด้วยการปฏิรูปออกทั้งหมด เพื่อให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปไปกำหนดเนื้อหาการปฏิรูปเอง สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูปเห็นว่า ควรคงเนื้อหาของการปฏิรูปไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ปรับข้อความให้กระชับ และตัดคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นเพื่อการปฏิรูปรายประเด็นออก นอกจากนี้ การตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปต้องไม่เป็นการสืบทอดอำนาจ และต้องยึดโยงกับประชาชน โดยให้ประชาชนเป็นผู้มีบทบาทอย่างมีความหมายในการปฏิรูปประเทศ
รัฐบาลและสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ต้องตระหนักว่า การมีส่วนร่วมของประชาชน การมีธรรมาภิบาล การพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อคนในรุ่นปัจจุบัน และอนาคต จะนำไปสู่การสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความปรองดอง
สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป ยืนยันว่า รัฐธรรมนูญที่จะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มอำนาจประชาชน และการปฏิรูปประเทศในระยะต่อไป ต้องมีบทบัญญัติว่าด้วย
1.การจัดระบบสวัสดิการและบำนาญเพื่อคนทุกคน 2.สิทธิบุคคลที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี และกำหนดการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง 3. สิทธิชุมชน ชุมชนท้องถิ่นและชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม 4.การกระจายอำนาจตามหลักการปกครองตนเอง อิสระ และการให้มีจังหวัดจัดการตนเอง 5.สมัชชาพลเมืองเพื่อการมีส่วนร่วมและลดความเหลื่อมล้ำ
6.สิทธิของผู้ใช้แรงงาน ที่จะได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม ความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย 7.ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและการมีองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ 8.สิทธิของผู้บริโภคและองค์กรอิสระด้านการคุ้มครองผู้บริโภค 9.สมาชิกวุฒิสภาต้องมีที่มายึดโยงกับประชาชน โดยการเลือกตั้งจากจังหวัด การเลือกตั้งจากสายอาชีพ และอาจมีสมาชิกจากการสรรหาเป็นส่วนน้อย 10.สิทธิและความเสมอภาคทางเพศ การมีสัดส่วนของหญิงและชายที่เท่าเทียม
สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูปชื่นชมรัฐบาลที่รับข้อเสนอให้มีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และควรจัดการประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ควบคู่กับการนำประเด็นที่มีความเห็นต่างอย่างสำคัญไปทำประชามติ เช่น ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา หรือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป เป็นต้น
วันที่ 24 มิถุนายน 2475 เป็นวันแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทยก้าวสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในวาระครบรอบ 83 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูปหวังว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะยืนหยัดในหลักการ สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมที่เป็นธรรม โดยจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่ดีกว่าเดิม เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศนี้เพื่อคนทุกคน คสช. และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จะตระหนักว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย หยุดการสืบทอดอำนาจในทุกกรณี
...ด้วยจิตคารวะ สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป วันที่ 24 มิถุนายน 2558
83 ปี ประชาธิปไตย เรามาถึงไหน และเราต้องทำอะไรเพื่อสร้างบ้านเมืองที่ดีสำหรับคนรุ่นเราและชนรุ่นหลัง เราจะมีบ้านเมืองแบบไหนไว้ให้แก่ลูกหลานของเรา คำตอบอยู่ที่เราทุกคน
-----------------------
(รักชีวิต รักษ์สิ่งแวดล้อม : '83 ปี' ประชาธิปไตย จุดยืนสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป : โดย...ภาคภูมิ วิธานติรวัฒน์ ประธานสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (สคส.))



