
สำรวจ 'สินค้าเกษตรไทย' ในสหพันธรัฐรัสเซีย
28 มิ.ย. 2558
ท่องโลกเกษตร : ท่องฟาร์มปศุสัตว์ 'Bogdarnya' เขตวลาดิมีร์ สำรวจ 'สินค้าเกษตรไทย' ในสหพันธรัฐรัสเซีย : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ผลพวงจากนายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย “ดมิทรี เมดเวเดฟ” เดินทางเยือนประเทศไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศปี 2560 หรือในอีก 2 ปีข้างหน้า ทำให้กลายเป็นโอกาสทองของประเทศไทยในการขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น เนื่องจากรัสเซียเป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรที่สำคัญอยู่ในอันดับ 32 ของไทย มีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตรร้อยละ 0.53 ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลก โดยในปี 2557 ที่ผ่านมา มีสินค้าเกษตรส่งออกไปยังรัสเซียคิดเป็นมูลค่า 8,156 ล้านบาท ทั้งนี้ ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้าสินค้าเกษตรกับรัสเซียมาโดยตลอด
ด้วยเหตุนี้สมาคมนักวิจัยในความอุปภัมภ์ของสภาวิจัยแห่งชาติ โดยเลขาธิการสมาคม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายฝึกอบรม “ดร.อำนวย เถาตระกูล” เตรียมนำสมาชิกสมาคม ผู้ประกอบการธุรกิจการเกษตร นักวิชาการและเกษตรกรที่สนใจไปศึกษาดูงานและเยี่ยมชมกิจธุรกิจการเกษตรที่ประเทศรัสเชีย ตามโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านธุรกิจการเกษตร ในเดือนกันยายนนี้ เพื่อศึกษาช่องทางการตลาด การค้าและการลงทุน ตลอดจนระบบการศึกษาเพื่อหาทางร่วมมือระหว่างกันในอนาคต
ดร.อำนวย เปิดเผยว่า การเดินทางไปครั้งนี้เพื่อไปศึกษาข้อมูลในเชิงวิชาการสำหรับการหาหนทางไปสู่ความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ฟาร์มปศุสัตว์ “Bogdarnya” ซึ่งถูกพัฒนามาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งแรกของเขตวลาดิมีร์และประเทศรัสเซีย ซึ่งฟาร์มแห่งนี้เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงโคเนื้อและโคนม เพื่อนำมาแปรรูปเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค รวมไปถึงการจัดจำหน่ายอย่างครบวงจร อาทิ นมคุณภาพดี, ชีสมาตรฐานสูง, เนื้อวัวและเนื้อลูกวัวรสชาติเยี่ยม จนทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศรัสเซีย นอกจากนี้ในปัจจุบันฟาร์มแห่งนี้ ยังเปิดให้บริการสั่งซื้อสินค้าแบบออนไลน์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้บริโภคในเขตมอสโกและวางแผนขยายการจัดส่งในบริเวณอื่นๆ ในอนาคตอีกด้วย
“ฟาร์มปศุสัตว์ Bogdarnya ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ที่อยากจะให้มาดูการบริหารจัดการที่เป็นระบบแบบครบวงจร แม้จะไม่ใช่เส้นทางทัวร์ทั่วไป แต่เราก็อยากให้ทุกคนมาเห็นมาชมข้อมูลดีๆ แล้วนำมาปรับใช้กับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในบ้านเรา”
ประธานคณะอนุกรรมการฝึกอบรมฯ ให้รายละเอียดต่อว่า จากนั้นจะมาเยี่ยมชมห้างสรรพสินค้ากุม ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ของรัสเซียที่ตั้งอยู่ย่านธุรกิจใจกลางกรุงมอสโก ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าเกษตรระดับพรีเมียมทีี่นำเข้าจากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้จากไทยถือเป็นผลไม้คุณภาพที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวรัสเซีย
“มะม่วงน้ำดอกไม้ บ้านเราขายกิโลกรัมละ 60-80 บาท ถ้าเกรดดีหน่อยก็กิโลกรัมละ 100 กว่าบาท แต่ที่นั่นเขาขายเป็นลูกคิดเป็นเงินไทยตกลูกละประมาณ 500-600 บาท แล้วก็เป็นผลไม้ที่ขายดีระดับท็อปเท็นของห้างด้วยนะ” ดร.อำนวย กล่าว
ดร.อำนวย ย้ำด้วยว่า นอกจากจะเยี่ยมชมธุรกิจด้านเกษตรในห่วงโซ่ซับพลายเชน ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงด้านการตลาดแล้วยังไปเยี่ยมชมระบบการศึกษาด้านการเกษตรด้วย โดยจะไปดูระบบการเรียนการสอนของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัย People’ Friendship University of Russia ซึ่งถูกยกระดับให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับนานาชาติ มีบัณฑิตจบการศึกษามากกว่า 5,600 คน ซึ่งในจำนวน 4,250 คน เป็นชาวต่างชาติจาก 89 ประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย นับเป็นการขยายองค์ความรู้แบบโซเวียตให้เผยแพร่ไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก
ขณะที่ มนตรี ศรีนิล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่งออกมะม่วงบ้านโป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ยอมรับว่า ตลาดรัสเซียเป็นอีกตลาดที่น่าสนใจสำหรับมะม่วงน้ำดอกไม้ไทย เนื่องจากคนรัสเซียชอบมะม่วงน้ำดอกไม้ไทยมากเมื่อเทียบกับมะม่วงที่นำเข้าจากประเทศอื่นๆ อย่างอินเดียหรือไต้หวัน แต่ปัญหาอุปสรรคสำคัญก็คือการขนส่งที่ค่อนข้างแพง ทำให้มะม่วงของไทยจึงมีราคาค่อนข้างสูง
“ปีที่แล้วมีโอกาสเดินทางไปดูตลาดมะม่วงที่รัสเซียกับกรมส่งเสริมการส่งออก ก็พบว่า เป็นตลาดที่น่าสนใจมาก คนรัสเซียชอบมะม่วงไทยมากกว่ามะม่วงจากประเทศอื่นๆ แม้ว่าราคาจะค่อนข้างแพงกว่ามากก็ตาม บ้านเรา 3 โลร้อยแต่ที่โน่นลูกละ 200-600 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดด้วย อีกอย่างคนรัสเซียมาท่องเที่ยวบ้านเราเยอะ ก็มีการบอกกันปากต่อปากด้วย” มนตรี กล่าวพร้อมย้ำว่า ขณะที่ทางกลุ่มโป่งตาลองก็ได้ทำตลาดรัสเซียด้วย โดยไม่ผ่านบริษัทส่งออก แต่ส่งตรงไปยังพ่อค้าชาวรัสเซียที่กรุงมอสโกโดยตรง แต่ยังมีปริมาณที่น้อยเพียง 1-2 ตันต่อฤดูการผลิตเท่านั้น ซึ่งการติดต่อค้าขายโดยตรงนั้นมาจากการเดินทางไปดูตลาดที่ประเทศรัสเซียเมื่อปลายปีที่แล้ว
สหพันธรัฐรัสเซีย นับเป็นอีกประเทศที่น่าจับตาสำหรับธุรกิจการค้าสินค้าเกษตรไทยและในเดือนกันยายน 2558 นี้ สมาคมนักวิจัยฯ จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการนำสมาชิกสมาคม นักวิชาการ ผู้ประกอบการส่งออกและเกษตรกรที่สนใจไปดูงานธุรกิจภาคการเกษตรไทยในรัสเซีย สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่สมาคมนักวิจัยฯ โทร.0-2579-0787, 0-2942-7522 ในวันและเวลาราชการ
-----------------------
(ท่องโลกเกษตร : ท่องฟาร์มปศุสัตว์ 'Bogdarnya' เขตวลาดิมีร์ สำรวจ 'สินค้าเกษตรไทย' ในสหพันธรัฐรัสเซีย : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



