
สิ่งที่'จูราสสิค เวิลด์'มั่ว-ไม่มั่วนิ่ม!
26 มิ.ย. 2558
สิ่งที่ Jurassic World มั่วนิ่ม และ ไม่มั่วนิ่ม! : โดย...PaleoPlai (OKNATIONBLOG)
สิ่งที่ Jurassic World มั่วนิ่ม และ ไม่มั่วนิ่ม! : โดย...PaleoPlai (OKNATIONBLOG)
ก่อนหน้านี้ผมได้เคยเขียนบทความ “6 สิ่ง ที่หนังเรื่อง Jurassic Park มั่วนิ่ม” ซึ่งเป็นหนึ่งในบทความที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบทความหนึ่งใน blog ของผม ดังนั้นเพื่อเป็นการ follow up และตอบรับกระแสหนังเรื่อง Jurassic World ผมจึงขอนำเสนอบทความนี้เพื่อเป็นความรู้และความบันเทิงครับ
ก่อนหน้าที่หนังเรื่องนี้จะเข้าฉาย ได้มีข่าวและกระแสที่มีนักวิทยาศาสตร์และนักบรรพชีวินวิทยาหลายคนได้ออกมาวิจารณ์ผู้สร้างหนังเรื่องนี้ในมุมของข้อมูลความถูกต้องในเชิงบรรพชีวินวิทยา แต่ก็มีข้อมูลรายละเอียดบางส่วนในหนังเรื่องนี้ที่มีความถูกต้องทางวิชาการอยู่เหมือนกัน มาดูว่าเกร็ดข้อมูลต่างๆ เหล่านี้มีอะไรบ้างกันครับ
ข้อมูลต่อจากนี้บางส่วนมี spoiler นะครับ - SPOILER ALERT!
1.) มนุษย์สามารถวิ่งหนี T-Rex ที่วิ่งไล่ได้จริงหรือไม่ ?
ในฉาก climax ของหนัง เราเห็นนางเอกผู้กล้าหาญ เอาตัวเองเข้าล่อให้ T-Rex วิ่งไล่ เพื่อหวังที่จะให้ไปเผชิญหน้ากับ I-Rex ซึ่งการศึกษา biomechanic ล่าสุดของ T-Rex มองว่า มันเป็นนักล่าวิ่งช้ากว่าที่เราคาดพอสมควร ซึ่งคนปกติสามารถที่จะวิ่งหนีมันได้ทันได้ไม่ยากครับ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ฉากที่ T-Rex วิ่งใล่รถ Jeep ได้เกือบจะทันอย่างในหนังภาค 1 นั้น เป็นการมโนขึ้นมาให้เกินจริง เพื่อความสนุกของหนังล้วนๆ ครับ!
คำตอบ - ไม่มั่วนิ่ม!
2.) เทราโนดอน สามารถยกคนขึ้นมาได้จริงหรือไม่ ?
เท้าของเทราโนดอนนั้นจริงๆ แล้ว เป็นเท้าแบนๆ ไม่เหมือนกับเท้านกที่มีกรงเล็บในการจับหรือเกี่ยวได้แบบนกนักล่า ดังนั้นฉากที่เราเห็นเทราโนดอนบินโฉบยกคนขึ้นไปบนฟ้านี่เป็นการมโนขึ้นมาโดยคนสร้างหนังครับ!
แต่สิ่งหนึ่งที่ภาคนี้ผู้สร้างหนังได้แก้ไขให้ถูกต้องเกี่ยวกับเทราโนดอนในภาคนี้ก็คือ มันไม่มีฟันแบบที่หนังในภาคแรก ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องครับ
คำตอบ - เรื่องเท้ามั่วนิ่ม แต่เรื่องฟันไม่มั่วนิ่ม!
3.) ไดโนเสาร์กินพืชนั้นอ่อนโยนจริงหรือไม่ ?
ในหนังหลายคนอาจจะติดตากับฉากหลายๆ ฉาก ไม่ว่าจะเป็นการที่มีนักท่องเที่ยวใน Gyrosphere หรือเรือพายสามารถเข้าใกล้พวกไดโนเสาร์กินพืชอย่าง Triceratops หรือ Apatosaurus ได้อย่างใกล้ชิด รวมไปถึงส่วนของสวนสนุกที่เรียกพวกไดโนเสาร์กินพืชพวกนี้ว่าเป็น “Gentle Giant” อาจทำให้คนหลายคนคิดว่าไดโนเสาร์พวกนี้น่าจะไม่เป็นอันตราย และเผลอๆ อาจจะเชื่องเสียด้วยซ้ำ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไดโนเสาร์กินพืชพวกนี้ก็ไม่น่าจะต่างจากสัตว์กินพืชปัจจุบันตัวใหญ่อย่างพวกช้าง ควายป่า หรือแรด มากเท่าไหร่นัก ซึ่งสัตว์พวกนี้ถึงแม้จะไม่กินเนื้อเรา แต่ก็มีความอันตรายและมีอารมณ์แปรปรวนได้อย่างไม่คาดคิดนะครับ อย่างในทวีปแอฟริกา สัตว์ที่อันตรายที่สุดกลับเป็นฮิปโปโปเตมัส ซึ่งในปีหนึ่งนั้นฮิปโปโปเตมัสฆ่าคนตายเยอะกว่าฉลามขาว , เสือ , สิงโต และจระเข้ รวมกันซะอีกนะครับ! ซึ่งยิ่งถ้าเป็นการปกป้องลูกของมันล่ะก็ บอกได้เลยว่าแม้แต่ไดโนเสาร์นักล่าระดับ top top อย่าง T-Rex เอง ก็คงไม่เลือกที่จะเสี่ยงเผชิญหน้ากับไดโนเสาร์อย่าง Triceratops ที่ยังฟิตๆ อยู่แน่ๆ
คำตอบ - มั่วนิ่ม อย่าประมาทสัตว์กินพืชเด็ดขาด!
4.) ไดโนเสาร์คุยกันด้วยเสียงหรือไม่ ?
ในหนังเราจะเห็นบรรดา Raptor และไดโนเสาร์อย่าง I-Rex นั้นมีสื่อสารกันด้วยการใช้เสียง ราวกับพวกมันมีภาษาในการสื่อสารกันและกัน แต่หลายคนอาจไม่แน่ใจว่าไดโนเสาร์นั้นพูดคุยกันแบบนั้นจริงหรือไม่ แต่เนื่องจากในเชิงทฤษฎีแล้ว นกปัจจุบันนั้นจริงๆ แล้วก็คือไดโนเสาร์ และเรารู้ว่านกนั้นใช้เสียงในการสื่อสาร ดังนั้นสมมติฐานที่ว่า ไดโนเสาร์ในยุคดึกดำบรรพ์นั้น ก็น่าจะสื่อสารด้วยการใช้เสียง จึงเป็นสิ่งที่มีความเป็นไปได้สูง
คำตอบ - ไม่มั่วนิ่ม!
5.) ไดโนเสาร์ส่งเสียงคำรามหรือไม่
ฉากที่เราเห็น T-Rex หรือ I-Rex ส่งเสียงคำรามเหมือนกับ Godzilla คงเป็นสิ่งที่ตรึงตาตรึงใจบรรดาแฟนๆ ไดโนเสาร์ทั่วโลก มาหลายสิบปี แต่คุณอาจจะต้องผิดหวังเมื่อทราบว่า T-Rex หรือไดโนเสาร์ไม่ว่าชนิดไหนนั้น ไม่น่าจะสามารถคำรามได้! นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาญาติที่ใกล้เคียงกับไดโนเสาร์อย่างนก และจระเข้ ซึ่งโครงสร้างทางกายภาพและกล้ามเนื้อของมันไม่สามารถส่งเสียงคำรามได้ ดังนั้นเสียงของ T-Rex จริงๆ นั้น น่าจะเป็นการครางหรือร้องคล้ายกับจระเข้หรือนกกระจอกเทศมากกว่า
คำตอบ - มั่วนิ่ม!
6.) เราสามารถนำไดโนเสาร์ตัวเป็นๆ กลับมาแบบในหนังได้จริงหรือไม่ ?
นี่คงเป็นคำถามที่คนมากมายคงอยากรู้มากที่สุดเลยก็ว่าได้
ซึ่งเรารู้แล้วว่าแนวคิดการสกัดเลือดออกจากยุงในอำพัน หรือการนำเซลล์เนื้อเยื่อจากฟอสซิลไดโนเสาร์ ที่อาจยังมี DNA หลงเหลืออยู่นั้น แม้จะทำได้จริง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ DNA หลังจากผ่านกาลเวลามานับล้านปีนั้น ทำให้ DNA ไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มากพอที่จะทำการ Cloning ได้แน่ๆ (ยังไม่นับว่าแค่การจะหาอำพันจากยุคครีเตเชียสที่มียุงอยู่นั้นก็เป็นเรื่องที่ยากไม่ต่างกับการงมเข็มในมหาสมุทร) การจะทำการ Cloning สัตว์ดึกดำบรรพ์ปลุกชีพให้กลับมามีชีวิตขึ้นมาใหม่นั้น DNA จะต้องมีอายุไม่มากนัก ซึ่งเราอาจพอมีโอกาสที่จะทำได้กับช้างแมมมอธ หรือแรดดึกดำบรรพ์ที่ซากถูกค้นพบในน้ำแข็งอย่างที่ไซบีเรีย แต่สำหรับไดโนเสาร์นั้นหมดโอกาสครับ
แต่!!!!! รู้หรือไม่ว่า นักวิทยาศาสตร์พึ่งจะประสบความสำเร็จในการตัดแต่งพันธุกรรมผ่านการทำ Gene Splicing จนทำให้เราสามารถสร้างตัวอ่อนของไก่ที่หากฟักตัวออกมานั้นจะมีหน้าตาเหมือนสัตว์เลื้อยคลานที่คล้ายไดโนเสาร์อย่าง Raptor เลย ซึ่งไก่และนกนั้นถ้าว่ากันตามทฤษฎีแล้วก็คือไดโนเสาร์หรือลูกหลานที่ยังมีชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบัน นั่นก็หมายความว่าวิทยาการของมนุษย์ในวันนี้สามารถที่จะสร้าง Hybrid แบบ I-Rex ในเชิงทฤษฎีได้แล้ว!
ดังนั้นคำตอบของการจะทำให้ไดโนเสาร์คืนชีพขึ้นมานั้นไม่ได้อยู่ที่การ Cloning ขึ้นมาจาก DNA แต่เป็นการตัดต่อพันธุกรรมนกและสัตว์เลื้อยคลานให้กลายเป็นไดโนเสาร์ วิธีเดียวกับที่ Dr. Wu ทำใน Jurassic World นี่แหละ อีกทั้งยังมีการคาดการณ์อีกว่าเราสามารถที่จะสร้างไดโนเสาร์ตัวเป็นๆ ให้ขึ้นมามีชีวิตได้จริงๆ ภายในเวลา 5 - 10 ปีข้างหน้านี้
คำตอบ - ไม่มั่วนิ่ม เราสามารถสร้างไดโนเสาร์ขึ้นมาได้จริงและทำสำเร็จไปขั้นนึงแล้วด้วย!
-----------------------



