
หมอพื้นบ้านเมืองสองแควคิดสูตรเด็ดสู้หวัด
หมอพื้นบ้านเมืองสองแควคิดสูตรสมุนไพรสู้หวัด นำสูตรสมุนไพรสู้หวัดขนานดั้งเดิมที่ประกอบด้วยโปร่งฟ้า บรเพ็ตและฟ้าทะลายโจร มาบวกกับสมุนไพรอีก 5 ชนิดที่เรียกว่าพญา 5 ราก ทำลองกินเองได้ผลแก้หวัดได้ชะงัก วิทยา สั่งปิดปากสสจ.ห้ามให้ข้อมูลป่วย-ตาย สธ.สอนทำเจล
(17ก.ค.) นายวิชัย แต้มทองทา เจ้าของกิจการบ้านสมุนไพรนางพญา เลขที่ 135/1 ม .9 ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ขณะนี้โรคหวัดสายพันธุ์ใหม่กำลังแพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง ผสมผสานกับโรคหวัดที่มีอยู่แล้วในประเทศไทย ทำให้หลายคนหันมาใช้สมุนไพรไทยแบบดั้งเดิมในการรักษาและป้องกันโรคหวัด โดยสูตรดั้งเดิมตามตำรายาโบราณที่ใช้แก้หวัดกันนั้น ประกอบด้วย โปร่งฟ้า (ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ) บรเพ็ต และฟ้าทลายโจร ทั้ง 3 ตัวนี้ คนโบราณหรือแพทย์แผนไทยนำมาทั้งต้มน้ำดื่มกินแก้หวัดธรรมดา หวัดไม่รุนแรง และตากแห้งบดเป็นยาใช้กินแก้หวัดนานแล้ว เรียกสูตรนี้ว่า กินเช้า เบาเย็น เจ็ดวันหายขาด
นายวิชัย เผยต่อว่า สูตรยา 3 ตัวนั้น คนโบราณและหมอพื้นบ้านใช้กันมานานแล้ว ต่อมาตนได้ทดลองนำสมุนไพรอีก 5 ชนิด มาทดลองแก้หวัดใช้ควบคู่ไปกับ 3 ชนิดดั้งเดิม สมุนไพรที่ตนทดลองนำมาเรียกว่า”พญา 5 ราก “ ประกอบด้วย รากคนทา รากยานาง รากชิงชี่ รากมะเดื่อชุมพร และรากเท้ายายหม่อม นำมารวมกันแก้ไข้ได้หลายชนิด ไข้รากสาด ไข้ออกหัด ไข้อีสุกอีใส รวมถึงไข้หวัดด้วย และได้ดีกว่าสูตรดั้งเดิมมาก ทดลองกับตัวเองแล้วจะหายหวัดได้ใน 5 วัน เร็วกว่าสูตรเดิมมาก
สำหรับผู้ที่รับประทานยาสมุนไพรที่มีรดชาดขมได้ นำสมุนไพรทั้งหมด มาอย่างละ 1 กำมือ มาต้มในน้ำ และดื่มน้ำวันละ 1 แก้ว จะทุเลาอาการหวัดลงได้มาก ส่วนคนที่ทานสมุนไพรที่ต้มแล้วขมไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีทานที่เป็นประเภทยาลูกกอน ที่นำสมุนไพรทั้งหมดไปตากแห้ง บดเป็นผงละเอียด หรือ เป็นแบบแค็ปซูล ที่ใช้นำผงบรรจุแค็ปซูล ทานวันละ 5-8 แค็ปซูล ก่อนอาหาร ก็จะช่วยบรรเทาอาการหวัดได้
นายวิชัย กล่าวต่อว่า การใช้สมุนไพรนั้น สามารถใช้ควบคู่ไปกับยาเม็ดแผนปัจจุบันได้ พวกตนชมรมแพทย์แผนไทย จะยึดถือกับสาธารณสุขอนามัยในท้องที่ แพทย์แผนไทยผลการตรวจสู้แพทย์แผนปัจจุบันไม่ได้ การตรวจคนไข้แล้วแพทย์แผนปัจจุบันดีกว่า แต่การใช้สมุนไพรในการบรรเทาอาการไข้ และรักษาโรคต่าง ๆ นั้น คนโบราณก็ได้ใช้มาตลอด และปัจจุบันก็ยังเป็นที่นิยมใช้สมุนไพรในการป้องกันและรักษาโรค โดยเฉพาะหวัดที่กำลังระบาดนั้น มีประชาชนมาใช้บริการสมุนไพรประเภทแค็ปซูลจำนวนมาก
สำหรับนายวิชัย แต้มทองทา เป็นเจ้าของกิจการบบ้านสุมนไพรนางพญา ยึดอาชีพจำหน่ายยาสมุนไพรมาได้ 14 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้มีพื้นฐานด้านยาสมุนไพรโบราณด้วยมีคุณตาคือนายเฮี้ยง แต้มทองทา เป็นหมอพื้นเมืองที่ถ่ายทอดวิชาให้ และเริ่มศึกษาสมุนไพรอย่างจริงจังโดยการไปเรียนที่วัดเกาะแก้วประชานุรักษ์ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก กับครูหมอพื้นเมือง เป็นเวลา 4 ปี ปัจจุบัน เป็นรองประธานชมรมแพทย์แผนไทย อ.วังทอง เป็นเลขานุการชมรมหมอพื้นบ้านจังหวัดพิษณุโลก
โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แนะออกกำลังกายสู้หวัด
นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคนี้สามารถป้องกันได้ 2 วิธีคือ การฉีดวัคซีนและการออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งระบบภูมิต้านทานโรคที่ประชาชนมีอยู่ทุกคนอยู่แล้ว แต่อาจมากน้อยแตกต่างกันตามระดับความแข็งแรงและอายุ จึงแนะนำให้ประชาชนไทยที่ไม่เจ็บป่วยใดๆ ใช้วิธีการออกกำลังกายแทนการพึ่งวัคซีนป้องกันโรค ซึ่งวิธีนี้ทำได้ง่ายและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
นายแพทย์สุพรรณ กล่าวว่า จากการทบทวนวิชาการ พบการออกแรงหรือออกกำลังกาย จะช่วยสร้างภูมิต้านทานได้ดี ลดโอกาสในการติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจได้ โดยต้องออกกำลังแบบแอโรบิค ด้วยความแรงระดับปานกลาง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภูมิต้านทานในทางที่ดีขึ้น การออกกำลังแต่ละครั้งก็ช่วยเสริมฤทธิ์ของระบบภูมิต้านทานในการเฝ้าระวังดักจับกินเชื้อโรค ซึ่งในระยะยาวปรากฏว่าช่วยลดโอกาสของการติดเชื้อลงได้ ตรงกันข้ามหากออกกำลังหักโหมหรือรุนแรง หรือออกกำลังเป็นเวลานานกว่า 90 นาที จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเครียดและสารซัยโตคายน์ (Cytokines) ซึ่งมีฤทธิ์กดภูมิต้านทานเพิ่มมากขึ้น ทำให้ภูมิต้านทานโรคในร่างกายลดลง โดยจะลดลงภายหลังออกกำลังกายอย่างหักโหมประมาณ 3-72 ชั่วโมง ทำให้เกิดช่องว่างที่เชื้อไวรัสและแบคทีเรียรุกเข้าโจมตีร่างกายได้ง่าย
นายแพทย์สุพรรณกล่าวต่อไปว่า ผู้ที่ป่วยหรือมีไข้ อดนอน กินอาหารไม่ได้ ไม่ควรออกกำลังกาย เนื่องจากกำลังอยู่ในภาวะที่ร่างกายต่อสู้กับโรคภัย หากออกกำลังกายเสริมไปอีก จะเป็นการเพิ่มความเครียดให้ร่างกาย ทำให้หัวใจ ปอดทำงานหนักขึ้น ทำให้เกิดอันตรายกับร่างกาย
ประชาชนทุกเพศทุกวัย สามารถออกกำลังกายได้หลายวิธี ได้แก่ การออกกำลังแบบแอโรบิค อย่างน้อยวันละ 30 นาที อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ เพื่อสร้างเสริมความเข้มแข็งให้กับระบบภูมิต้านทานของร่างกายในการต้านทานเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ซึ่งสามารถทำได้เองหรือรวมเป็นกลุ่มก็ได้ หรือใช้วิธีการเดินในระยะทาง 4,00 เมตร ให้ได้ 6 - 7 รอบภายในเวลา 30 นาที ผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลัง ควรเริ่มเดินประมาณ 5-10 นาที ประมาณ 3 วันต่อสัปดาห์แล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลาต่อวันในแต่ละสัปดาห์ขึ้นเรื่อย ๆ แล้วจึงค่อย ๆเพิ่มความเร็ว จนท้ายที่สุดสามารถสาวเท้าเดินเร็วได้ 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ การออกกำลังนอกจากช่วยเสริมระบบภูมิต้านทานแล้ว ยังช่วยลดโอกาสการเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และเต้านม น้ำหนักเกินและอ้วน และยังช่วยให้ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังมีสุขภาพดีขึ้นและควบคุมอาการโรคได้ด้วย
นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่หลากหลายและได้สัดส่วน การลดความเครียด การหลีกเลี่ยงภาวะร่างกายอ่อนล้าเรื้อรัง และการนอนหลับที่พอเพียง เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเสริมระบบภูมิต้านทานด้วย นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่มีพลังงานต่ำเกินไป และการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว อาจจะทำให้ระบบภูมิต้านทานลดลง จึงควรลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป
“ วิทยา” สั่งปิดปากสสจ.ห้ามให้ข้อมูลป่วย-ตายหวัด
เมื่อเวลา 14.00 นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แถลงข่าวการจัดประกวดการออกแบบหน้ากากอนามัย ใส่ใจสุขภาพ ( The Mask of Hero : Do it Your Self) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาทำหน้ากากอนามัยใช้เอง และสร้างกระแสให้คนไทยยกย่องคนที่สวมหน้ากากอนามัยเมื่อป่วย ว่าเป็นฮีโร่ เป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ในการป้องกันการแพร่กระจายของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ในการแถลงข่าวครั้งนี้ ได้มีการสาธิตวิธีทำหน้ากากอนามัยชนิดผ้า และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือฆ่าเชื้อโรคเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
นายวิทยากล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่คณะผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมป้องกันโรค ได้คาดการณ์การแพร่ระบาดจะขยายตัวไปทั่วประเทศและอาจยาวนานถึง 2 ปี กระทรวงสาธารณสุขจัดยุทธศาสตร์สู้ภัยโรค โดยรณรงค์ให้คนไทยใส่หน้ากากอนามัยเมื่อป่วยเป็นไข้หวัดหรือโรคติดเชื้ออื่นๆ ที่ติดต่อกันได้ทางการไอจาม เช่น วัณโรค และใส่ป้องกันตัวเองเมื่อต้องอยู่ในที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก การระบายอากาศไม่ดี เนื่องจากข้อมูลองค์การอนามัยโลกพบว่า การใส่หน้ากากอนามัยจะช่วยกรองเชื้อโรคและลดการแพร่กระจายเชื้อโรคที่อยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูกน้ำลาย จากการไอ จาม ไปสู่คนอื่นได้ถึงร้อยละ 90 และการล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังการไอ จาม หรือสัมผัสน้ำมูก จะช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจได้เป็นอย่างดี หากทำควบคู่ไปทั้ง 2 วิธีนี้ จะช่วยให้คนไทยส่วนใหญ่ปลอดภัยจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ได้
นายวิทยา กล่าวต่อว่า สำหรับหน้ากากอนามัยมีให้เลือกใช้ได้ 2 ชนิด คือ ชนิดใช้แล้วทิ้ง ทำจากกระดาษ ต้องเปลี่ยนทุกวัน หรือเมื่อเปียกชื้น ใช้วันละ 1-2 ชิ้น ทำให้สิ้นเปลืองมาก ราคาชิ้นละ 3-5 บาท และชนิดทำจากผ้าซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไม่แตกต่างกัน แต่สามารถซักทำความสะอาดด้วยผงซักฟอกและนำมาใช้ได้อีกหลายครั้งจนกว่าจะชำรุด เนื่องจากการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จะอยู่ต่อเนื่องไปอีกเป็นเวลานาน การใช้หน้ากากที่ทำจากผ้าจึงสะดวกและคุ้มค่ากว่า เพราะใช้ต้นทุนผลิตชิ้นประมาณ 7 บาท กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ส่งเสริมการทำหน้ากากอนามัยใช้เอง และเผยแพร่วิธีทำหน้ากากอนามัยชนิดผ้าให้กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่มีเกือบ 1 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อนำไปขยายผลสู่ชุมชนหมู่บ้านทั่วประเทศ
นายวิทยา กล่าว ตามที่กระทรวงรณรงค์ให้คนสวนหน้ากากอนามัยเมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้ว พบว่า คนเริ่มตื่นตัวสวนหน้ากากอนามัยมากขึ้น ซึ่งครั้งแรกที่รณรงค์แจกหน้ากากอนามัยในงานคอนเสิร์ตให้กับผู้เข้าชม มีแค่ 30% เท่านั้นที่นำมาสวมใส่ ที่เหลือ 70% ม้วนหน้ากากอนามัยที่ได้รับแจกเก็บใส่กระเป๋า และสัปดาห์ต่อมาที่มีการแจกอีกครั้งในงานคอนเสิร์ตเช่นกัน พบว่า คนใส่หน้ากากอนามัยมากขึ้น 70% และขณะนี้คนเริ่มมาใส่หน้ากากอนามัยจนขาดตลาดแล้ว ทำให้มีการโก่งราคาจากเดิมที่เคยขายแผ่นละ 1 บาท แต่ขณะนี้ราคาอยู่แผ่นละ 5-20 บาท
“ กระทรวงพาณิชย์ควรมีมาตรการในการควบคุมราคาหน้ากากอนามัยเพื่อไม่ให้มีการขึ้นราคาเกินควร แต่ทั้งนี้ประชาชนสามารถทำหน้ากากอนามัยใช้เองได้ด้วยการใช้ผ้ามาทบกัน 2-3 ชั้น และนำมาเย็บ ซึ่งประชาชนควรมีติดกระเป๋า 1-2 ชิ้น ” นายวิทยา กล่าว
ต่อข้อถามว่า ขณะนี้การสวมหน้ากากอนามัยกลายเป็นแฟชั่นนิยมไม่ใช่ป้องกันการแพร่กระจายโรคแล้ว นายวิทยา กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะถือเป็นการควบคุมโรค ดีกว่าไม่ป้องกันเลย เมื่อถามว่า จะมีการยกเลิกการติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิที่สนามบินหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า คงต้องถามทางสำนักระบาดวิทยา ว่ายังจำเป็นอยู่หรือไม่ หากไม่จำเป็นก็จะเอาออก
ผู้สื่อข่าวถามถึงผลสำรวจของสวนดุสิตโพล พบว่า ประชาชน 80% ไม่พอใจกระทรวงสาธารณสุขในการควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และยังวิตกกังวลอยู่ นายวิทยา กล่าวว่า ประชาชนกลัวก็ดีแล้ว ซึ่งกระทรวงจะเร่งรณรงค์ให้เข้มข้นมากขึ้น ส่วนที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีต รมว.สาธารณสุข เดินสายรณรงค์ป้องกันโรคไขหวัดใหญ่ 2009 นั้น ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ทุกฝ่ายช่วยกันรณรงค์ เพราะกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ผูกขาดการรณรงค์ และขณะนี้ก็มีหลายหน่วยงานที่ออกมาช่วยกัน
นายวิทยา ยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีสถานีอนามัยใน จ.อ่างทอง ติดป้ายไม่รับรักษาผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ว่า เป็นการเข้าใจผิดในเรื่องการสื่อสาร เพราะจากสอบถามแล้ว ทราบว่าเป็นแค่ป้ายชี้บอกทางให้กับผู้ป่วยเท่านั้น ซึ่งไม่ได้ไม่รักษา ทั้งนี้จากการพูดคุยกับ นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จะให้ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กว่า 9 แสนคนออกมารณรงค์ ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนการงดรายงานตัวเลขผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เป็นเรื่องที่ดี เพราะไม่มีประโยชน์ทางวิชาการแล้ว กลับทำให้คนมีความตื่นตระหนกและกังวลมากขึ้น
นายวิทยา กล่าวถึงกรณีที่ทางสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ยังมีการรายงานยอดผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั้งๆที่กระทรวงสาธารณสุขจะมีการรายงานเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งว่า ตนได้สั่งให้นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นคนรวบรวมข้อมูลและแถลงข่าวให้สื่อมวลชนได้ทราบอาทิตย์ละ 1 ครั้ง อย่างไรก็ตามจะสั่งให้นพ.ไพจิตร์กำชับไปยังสาธารณสุขจังหวัดเพื่อไม่ให้มีการรายงานตัวเลขเพราะการรายงานตัวเลขรายวันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ทางวิชาการเลย เพียงแค่มีความตื่นเต้นเท่านั้น
เมื่อถามว่าจะมีมาตรการอย่างไรบ้างหากทางสาธารณสุขจังหวัดไม่ทำตาม นายวิทยา กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องกำชับกับทางนพ.ไพจิตร์ ให้ทำงานเป็นระบบเพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้มีการพูดคุยเรื่องนี้หรือไม่เนื่องจากมียอดคนตายเพิ่มขึ้นและมีกระแสข่าวว่าไม่พอใจในการทำงาน นายวิทยา กล่าวว่า ท่านยังไม่ได้บอกว่าไม่พอใจในการทำงานของตน ซึ่งทุกคนไม่อยากเห็นคนเจ็บคนตายเพิ่ม
ต่อข้อซักถามว่า จะมีการปรับเปลี่ยนข้าราชการเพื่อให้การควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นหรือไม่ รวมทั้งตำแหน่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ใกล้เกษียณอายุราชการแล้ว นายวิทยา กล่าวว่า หากเกิดปัญหาการทำงานก็ต้องปรับเปลี่ยน แต่ตอนนี้ยังไม่มี อย่างไรก็ตามช่วงนี้เป็นช่วงโยกย้ายข้าราชการ ก็อาจจะต้องมีการโยกย้าย แต่ต้องดูก่อนเพราะคนอยากเป็นอยากได้ก็มี เมื่อถามว่า มีการวางตัวปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ไว้แล้วหรือยัง นายวิทยา กล่าวว่า ยังไม่มี ทุกคนก็มีสิทธิ์เป็นได้หมด
ดร.นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ขณะนี้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้จัดทำสื่อการสอนทำหน้ากากอนามัยชนิดผ้าที่ได้มาตรฐาน ด้วยตนเองและจัดส่งให้ อสม.ทุกจังหวัดแล้ว และเพื่อสร้างกระแสตื่นตัวในเรื่องการใส่หน้ากากอนามัย ได้จัดประกวดการออกแบบหน้ากากอนามัย ให้ประชาชนใช้ความคิดสร้างสรรค์ออกแบบหน้ากากอนามัยตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ให้มีความสวยงาม น่าใช้ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1. การออกแบบหน้ากากอนามัยทั่วไป มี 4 ระดับ ได้แก่ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา และบุคคลทั่วไป ผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 3,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 2,000 บาท
อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวต่อว่า 2. การออกแบบแฟชั่นหน้ากากให้เข้ากับเสื้อผ้าที่สวมใส่ มี 5 รางวัล ได้แก่ 50,000 บาท 30,000 บาท 20,000 บาท และ 10,000 บาทอีก 2 รางวัล โดยสามารถส่งแบบภาพหน้ากากอนามัยขนาดกระดาษ เอ 4 เป็นไฟล์ภาพ ขนาด 20 กิโลไบท์ พร้อมแนวความคิดในการออกแบบ และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับ ส่งไปที่ [email protected] ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 ส.ค. ประกาศผลรอบแรกจากภาพสเก็ตช์ในวันที่ 17 ส.ค.และประกาศผลรอบสุดท้ายวันที่ 21 ส.ค.โดยจะจัดแฟชั่นโชว์ผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งหมดด้วย ผู้สนใจติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มรณรงค์ด้านสุขภาพ กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โทร. 0 2-590 1612 สำหรับรายละเอียดการทำหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ สามารถดูได้ที่ www.hss.moph.go.th และ www.thaihed.com
ดร.นพ.สมยศ กล่าวด้วยว่า ในการทำเจลแอลกอฮอล์ล้างมือแบบง่ายๆ แต่มีผลในการฆ่าเชื้อโรคที่ติดมากับมือนั้น มีสูตรการทำที่ไม่ยุ่งยาก มีส่วนประกอบดังนี้คือ กลีเซอรีน แอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซนต์ที่ใช้ล้างแผล และน้ำมันหอมระเหยกลุ่มต่างๆ ตามชอบ หากต้องการเจลขนาด 1,000 ซี.ซี. จะใช้กลีเซอรีน 10 ซี.ซี.หรือขนาด 2 ช้อนชา แอลกอฮอล์ 990 ซี.ซี. คนให้เข้ากัน และเทบรรจุในภาชนะที่มีอยู่เช่น ขวดใส่แชมพูสระผมที่หมดแล้ว และปิดฝาให้สนิท การเก็บควรให้ห่างจากเปลวไฟ เนื่องจากแอลกอฮอล์สามารถระเหยและติดไฟได้
นพ.สาธารณสุขโคราชเผยตัวเลขติดหวัดพุ่ง27ราย
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 17 ก.ค. 52 นายแพทย์วิชัย ขัตติยวิทยากุล สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้นำหน้ากากอนามัยและน้ำยาฆ่าเชื้อโรคมาล้างมือให้กับผู้ที่เข้าร่วมประชุมติดตามกำกับดูแลการดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 จังหวัด ที่โรงแรมสีมาธานี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งงานดังกล่าวมีผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังการตำรวจภูธรจังหวัด นายอำเภอ และข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่ 19 จังหวัดภาคอีสานเข้านั่งประชุมร่วมกันกว่า 1 พันคน มีนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ทุกคนหันมาใส่หน้ากากอนามัยในทุกสถานที่ และเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อย่างจริงจัง
ต่อมาในเวลา 13.00 น. สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมระบบการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มาตรฐานของโรงพยาบาลชุมชน ที่โรงพยาบาลโนนสูง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา พร้อมกับตรวจเยี่ยมอาการของผู้ป่วยชาย อายุ 56 ปี ซึ่งมีอาการต้องสงสัยว่าอาจจะติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่นอนพักรักษาตัวอยู่ภายในห้องกักกันโรคของโรงพยาบาล ซึ่งอาการโดยรวมของคนไข้ขณะนี้ดีขึ้นมากแล้ว และไม่มีอาการแทรกซ้อน โดยทางโรงพยาบาลได้นำตัวอย่างเสมหะของผู้ป่วยรายนี้ส่งไปให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์จังหวัดนครราชสีมา ตรวจพิสูจน์คาดว่าอีกไม่กี่วันก็จะทราบผล ซึ่งนับเป็นรายแรกของพื้นที่
จากนั้นนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข ที่ผลิตหน้ากากอนามัยส่งขายให้กับโรงพยาบาลโนนสูง บ้านพลจลก ต.มะค่า อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา โดยทางกลุ่ม อสม.กลุ่มนี้สามารถผลิตหน้ากากอนามัยด้วยการใช้จักรเย็บผ้า วันละประมาณ 500 - 1,000 ชิ้นต่อวันเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อให้ประชาชนชาวโคราชได้ใช้ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา ท่ามกลางสภาวะที่หน้ากากอนามัยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมากำลังขาดตลาดอยู่ในขณะนี้
น.พ.วิชัย กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่า ณ วันนี้มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นอนรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลใหญ่ๆ ทั่วทั้งจังหวัดจำนวน 27 ราย โดยส่วนใหญ่มีการอาการไม่ร้ายแรงมากนัก มีเพียงหนึ่งรายคือผู้ป่วยชาย อายุประมาณ 67 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ ที่นอนรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา เกิดติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทำให้อาการทรุดลง
ล่าสุดทางคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชได้เร่งให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ภายในห้องไอซียูของโรงพยาบาลมหาราช สำหรับมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 นั้นทางสาธารณสุขจังหวัดได้โดยเฉพาะตามสถานที่ต่างๆที่มีการจัดการประชุมสัมมนาทางสาธารสุขจังหวัดได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปรณรงค์และแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับส่วนราชการหรือองค์กรต่างๆที่มีการจัดการประชุมสัมมนาขึ้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ
“เจ๊หน่อย”จี้นายกฯทบทวนมาตรการสกัด“หวัด
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีต รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ทบทวนมาตรการควบคุม และสกัดไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยด่วนคือ 1.รัฐบาลควรตัดสินใจเลื่อนเวลาปิดเทอมมาเป็นช่วงนี้พร้อมกันร 2.ต้องมีมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดกว่านี้
3.ต้องมีมาตรการรับประกันความปลอดภัยจากการฉีดวัคซีนที่ยังไม่มีการรับรอง 4.ปรับปรุงจุดอ่อนในการสกัดโรค 5.ขณะนี้รัฐบาลต้องระวังและเตรียมรับมือกับการระบาดรอบ 2 6. “จัดสัปดาห์รณรงค์ ปลุกจิตสำนึกในการสกัดไข้หวัด 2009 ร่วมกันทั้งประเทศ



