
วิกฤติแล้งคุกคามลามถึงนาปีถึงคราวชาวนาไทยต้องปรับตัว
วิกฤติแล้งคุกคามลามถึงนาปี ถึงคราวชาวนาไทยต้องปรับตัว : ดลมนัส กาเจ
ในที่สุด
นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้กลไกของคณะอนุกรรมการด้านการเกษตรระดับจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เร่งหารือมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ต้องเลื่อนเวลาเพาะปลูกออกไป ทั้งการช่วยเหลือในต้นฤดู กลางฤดู และปลายฤดู โดยมอบให้
ล่าสุดนายชวลิต ระบุถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนว่ามีทุนน้อยและค่อนข้างน่าเป็นห่วง เนื่องจากฝนตกล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น และมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติทั้งในภาคเหนือและภาคกลาง ทำให้ 4 เขื่อนหลักเหลือน้ำที่ใช้ได้ประมาณ 1,400 ล้าน ลูกบาศก์เมตร ได้แก่ เขื่อนภูมิพล มีปริมาตรน้ำใช้การ 423 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาตรน้ำใช้การ 794 ล้าน ลูกบาศก์เมตร เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาตรน้ำใช้การ 92 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาตรน้ำใช้การ 91 ล้านลูกบาศก์เมตร หากฝนยังไม่ตกจะสามารถใช้น้ำได้อีก 40 วันเท่านั้น
ดังนั้นกรมชลประทานจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำที่มีจำกัดอย่างรัดกุม จากเดิมที่สามารถปล่อยน้ำได้ 60 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ลดเหลือเพียงวันละ 30-35 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะสามารถสนับสนุนเพียงพอเฉพาะน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค และน้ำที่ใช้ในการรักษาระบบนิเวศ รวมถึงพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีที่ได้เพาะปลูกแล้วจำนวน 2.84 ล้านไร่ใน 22 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ถ้าฝนตกช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ไว้ ก็ยังสามารถเพาะปลูกข้าวนาปีได้" นายชวลิต กล่าว
อย่างไรก็ตามจากการประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ได้มีแนวทางเบื้องต้นว่า ต้องเร่งปฏิบัติการฝนหลวงตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะบริเวณเหนือเขื่อนให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น ปัจจุบันกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงรองรับอยู่แล้ว 13ฐานทั่วประเทศไทยหากมีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเหมาะสมจะมีการขึ้นบินทำฝนหลวงอย่างเข้มข้นเพื่อเติมน้ำในเขื่อนและสำรองน้ำให้ได้มากที่สุดทันที
ด้าน
ส่วน
"ก่อนที่เราให้รัฐบาลช่วยเหลือ เราต้องช่วยเหลือตัวเองด้วย เพราะถ้ารัฐบาลเอางบประมาณลงมาให้ทำโน่นทำนี่ ชาวนาไม่เคยทำมาก่อนก็ทำไม่ได้ เราต้องกำหนดเองว่าจะทำอะไร แล้วเสนอไปรัฐบาลมีประมาณที่จะช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าชาวนายุคใหม่มักไม่ค่อยสมัคคีกัน ต่างคนต่างทำ พอคนอื่นไปเรียกร้องมาก็พลอยได้กับเขาด้วย ถึงเวลาที่เราต้องร่วมมือกันเพื่อความอยู่รอดของชาวนาเอง" นายประสิทธิ์ กล่าว
ขณะที่
"คิดว่าคงไม่ใช่ปีนี้ปีเดียว ต่อไปก็อาจจะเป็นแบบนี้อีก อย่างคราวที่แล้วรัฐบาลประกาศขอความร่วมมือให้งดทำนาปรัง แต่ผมไม่มีอาชีพอื่นสำรองก็ต้องทำนาเหมือนเดิม ปรากฏว่าน้ำไม่มี ทำให้ขาดทุนไป ล่าสุดสำนักเกษตรอำเภอไชโยมาชี้งแจงถึงสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน พร้อมขอความร่วมมือให้งดทำนาปีอีก ชาวบ้านจำนวนมากคงให้ความร่วมมือ เพราะถ้าทำก็ขาดทุน หากรวมกลุ่มของบประมาณจากรัฐบาลมาปลูกพืชอื่นทดแทนทำนา ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีตลาดรองรับหรือไม่ ส่วนตัวผมได้มองถึงอาชีพอื่นแล้ว ตั้งใจจะเปิดร้านขายวัสดุก่อสร้างน่าจะดีกว่า" นายสำราญ กล่าว



