ไลฟ์สไตล์

2ปีซ่อม2ปีสร้าง'วิทยาลัยนานาชาติ'อธิการบดีมรภ.พระนคร

2ปีซ่อม2ปีสร้าง'วิทยาลัยนานาชาติ'อธิการบดีมรภ.พระนคร

22 มิ.ย. 2558

2ปีซ่อม2ปีสร้าง'วิทยาลัยนานาชาติ' รศ.ดร.พงศ์ หรดาล อธิการบดี มรภ.พระนคร : เครือข่ายประชาสัมพันธ์ มรภ.พระนคร เรื่อง-ภาพ

              "แรกเข้ารับตำแหน่งวางแนวทางการทำงานไว้ว่า "4 ปีซ่อม-4 ปีสร้าง" พอทำงานไปได้สักระยะหนึ่งได้ปรับแนวคิดใหม่เป็น "2 ปีซ่อม-2 ปีสร้าง" จะสามารถนำมหาวิทยาลัยไปสู่สากลได้อย่างไร เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็วในระหว่างวาระของการทำงานสมัยแรก ผมจึงเริ่มด้วยการผลักดันนโยบาย สร้างสรรค์หลักสูตรใหม่ และการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนานักศึกษาและบุคลากร เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย" รศ. ดร.พงศ์ หรดาล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร กล่าว
 
              อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร กล่าวว่า ที่สำคัญคือต้องสร้างวิทยาลัยนานาชาติพระนคร (Phranakhon International Collage) ให้เกิดขึ้นให้ได้ พร้อมจัดทำหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดสากลให้มากที่สุด โดยใช้งบประมาณในการจัดตั้งจำนวน 23 ล้านบาท เปิดสอน 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์ (Logistics Management) ระดับปริญญาตรีและปริญญาโท หลักสูตรการจัดการธุรกิจสายการบิน (Airline Business) การแพทย์แผนไทยประยุกต์ (Applied Thai Traditional Medicine) ซึ่งในขณะนี้กำลังดำเนินการสร้างห้องเรียนเฉพาะสำหรับหลักสูตรดังกล่าวข้างต้น เช่น ห้องปฏิบัติการจำลองการบิน และห้องปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ไม่เฉพาะนักศึกษาชาวไทยแต่หมายรวมถึงนักศึกษาจากประเทศจีนและกัมพูชา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยที่เป็นสากลเพื่อความพร้อมก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียน ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดรับนักศึกษาได้ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้
 
              "สาขาที่วิทยาลัยนานาชาติจะเปิดนำร่องก่อนจะมีทั้งหมด 3 สาขาได้แก่ สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากอาจารย์โรงพยาบาลศิริราชมาเป็นที่ปรึกษา, สาขาการจัดการธุรกิจการบิน ก็ได้อาจารย์ที่เป็นแอร์โฮสเตสจากการบินไทยมาช่วยสอน และสาขาการจัดการโลจิสติกส์ ซึ่งจะเปิดสอนทั้งในระดับปริญาตรีและปริญญาโทควบคู่กันไป" รศ.ดร.พงศ์ กล่าว
 
              อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ตั้งเป้าหมายว่าภายใน 2 ปีนับจากนี้จนถึงหมดวาระ จะมีหลักสูตรของวิทยาลัยนานาชาติเพิ่มอีก 5 หลักสูตร อาทิ หลักสูตรการบริบาลผู้สูงวัย ซึ่งได้มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยของประเทศญี่ปุ่นมาเป็นที่ปรึกษา ซึ่งประเทศญี่ปุ่น นับว่าก้าวหน้ามากในการดูแลผู้สูงอายุ หลักสูตรนักบินซึ่งจะได้รับความร่วมมือจากรัฐยูทาห์ประเทศสหรัฐอเมริกาและโรงเรียนนายเรืออากาศเป็นที่ปรึกษา สาขาการซ่อมสร้างอากาศยานเพื่อรองรับการขยายตัวของสายการบินราคาถูก และเนื่องจากทางมหาวิทยาลัยมีอาจารย์จากสาขาเครื่องกล สาขาไฟฟ้า สาขาอิเล็กทรอนิกส์ สาขาคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว จึงน่าจะร่วมกันเปิดสาขานี้ขึ้นมาได้อีกหนึ่งสาขา ที่จะเปิดต่อไปคือ สาขาธุรกิจค้าปลีก จะร่วมมือกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และบริษัทซีพีออลล์ ซึ่งได้พูดคุยกับผู้บริหารสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ผลิตนักศึกษาได้ไม่ทันกับความต้องการของตลาดค้าปลีกที่ขยายตัวเป็นอย่างมาก
 
              อย่างไรก็ตาม 2 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันตั้งแต่ขึ้นมาบริหารงานในตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัย ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหา และปรับปรุงผลการดำเนินงาน อาทิ ระบบการลงทะเบียนเรียนของนักศึกษาที่เป็นปัญหาเรื้อรังมานาน เตรียมความพร้อมของบุคลากรทุกระดับเพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน ได้แก่ พัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษ สนับสนุนทุนเรียนต่อในระดับปริญญาเอก โดยการนำโปรแกรม Speexx สำหรับการพัฒนาทางด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นโปรแกรมฟัง พูด อ่านเขียน ภาษาอังกฤษ มาให้บริการแก่บุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ในราคา 2 ล้านบาทเศษ
 
              นอกจากนี้ ยังจัดสรรทุนให้แก่คณาจารย์ในการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกทั้งในและต่างประเทศและมอบทุนพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของบุคลากรสายวิชาการรายละ 1 แสนบาทศึกษาต่อในประเทศออสเตรเลียเพื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพเป็นระยะเวลา 3-6 เดือน นอกจากนี้ยังเร่งผลักดันในการทำผลงานวิชาการของอาจารย์เพื่อตรงตามเป้าหมายที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาตั้งไว้ในการผลิตบุคลากรสายวิชาการที่มีคุณภาพเพื่อพัฒนาองค์กรต่อไป
 
              "มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ได้เปลี่ยนมาสอนศาสตร์ต่างๆ นอกจากการผลิตครูมาได้สิบกว่าปีแล้ว เพราะมีอุปกรณ์และบุคลากรพร้อมมานานแล้วและไม่ขัดกับภาพลักษณ์ที่จะต้องผลิตครู เพราะหน้าที่ของมหาวิทยาลัยคือสอนบริการวิชาการ ส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรม และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม จะเน้นสอนให้นักศึกษาเป็นคนดีเพราะถ้าเป็นคนดีแล้วสามารถทำให้เก่งได้ จากการทำงานที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว แต่นั่นไม่เพียงพอ ผมจะยังคงเดินหน้าพัฒนามหาวิทยาลัยต่อไป โดยจะต้องได้รับความร่วมมือในการบริหารกับบุคลากรทุกภาคส่วนร่วมกัน ที่มาถึงจุดนี้ได้เพราะผมเรียนจบและทำงานที่นี่ จึงไม่หยุดที่จะตอบแทนสถาบัน โดยการเร่งผลักดันพัฒนามหาวิทยาลัยแห่งนี้ต่อไป" รศ.ดร.พงศ์กล่าวทิ้งท้าย