
พท.อัดรัฐแก้หวัดเหลวจี้ประกาศวาระแห่งชาติ
เพื่อไทย อัด รัฐบาล แก้หวัด2009 พลาดตั้งแต่แรก เผย เตรียมจัดระดมความคิดฝ่าวิกฤติ 18 ก.ค. นี้
(17ก.ค.) เวลา 10.00 น.นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตรมช.สาธารณสุขพร้อมด้วยนพ.ชลน่าน ศรีแกล้ว ร่วมแถลงข่าวถึงสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยนายวิชาญ กล่าวว่า เกือบ 2 เดือน ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้เดินทางไปยื่นเรื่องถึงรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เร่งหามาตรการแก้ไขเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด แต่ดูเหมือนว่ายังไม่คืบหน้า และไม่ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาเท่าที่ควร เพราะคิดว่าไม่รุนแรง จึงไม่ตื่นตัวที่จะหามาตรการออกมาแก้ไข ซึ่งถือว่ารัฐบาลทำไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก แต่เมื่อมีคนเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนไม่สามารถปกปิดตัวเลขได้อีกแล้ว จึงออกมาเปิดเผยและบอกความจริงกับประชาชน เพราะคิดว่าคุมสถานการณ์ไม่อยู่แล้ว
นายวิชาญ กล่าวอีกว่า การที่รัฐบาลประเมินว่าจะมีผู้ติดเชื้อประมาณ 2 แสนคน แต่ตนเชื่อว่าจะมียอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตามพรรคจะจัดเวทีระดมความคิดในหัวข้อ “ ร่วมฝ่าวิกฤติไข้หวัด 2009” ในวันที่ 18 ก.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ โดยจะมีส.ส.ของพรรคและบุคคลที่อยู่ในแวดวงสาธารณสุขและผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล อดีตรมว.สาธารณสุข นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นต้น ทั้งเพื่อนี้จุดประสงค์ของการจัดงานนั้นเพื่อต้องการระดมความคิดเห็นจากหลายฝ่ายเพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลเสนอให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป
ด้านนพ.ชลน่าน กล่าวว่า รัฐบาลพลาดตั้งแต่แรกที่ไม่หามาตรการป้องกัน เนื่องจากโรคดังกล่าวถือเป็นโรคนำเข้าเช่นเดียวกับโรคซาร์ส แต่รัฐบาลกลับนิ่งนอนปล่อยให้มีการแพร่ระบาด ทั้งที่โรคดังกล่าวมีความรุนแรงกว่าไข้หวัดใหญ่ธรรมดา เนื่องจากไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่มีความเสี่ยงอัตราผู้เสียชีวิตค่อนข้างสูง หากเทียบเป็นร้อยละอาจดูเหมือนไม่รุนแรง แต่เมื่อคิดเป็นจำนวนคนถือว่ามาก เนื่องจากอัตราการเสียชีวิตจะอยู่ที่ 1-6 คน ต่อผู้ติดเชื้อ 1 พันคน หากมีผู้ติดเชื้อถึง 2แสนคน อย่างที่มีหลายฝ่ายออกมาคาดการณ์เท่ากับว่าจะมีผู้เสียชีวิตถึง 600 คน ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกา ที่อัตราผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 3 คนต่อผู้ติดเชื้อพันคน ถือว่าเป็นจำนวนมากกว่า
นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า ตนอยากเรียกร้องไปถึงรัฐบาลให้เร่งประกาศวาระแห่งชาติในเรื่องนี้ เหมือนที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรมว.สาธารณสุข และนพ.สุชัย เสนอให้ประกาศวาระแห่งชาติ ซึ่งรัฐบาลต้องยอมขณะนี้สถานการณ์ถือว่ารุนแรงและประชาชนอยู่ในความเสี่ยงโดยเฉพาะ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว จึงไม่ควรที่จะนิ่งนอนใจอีกต่อไป



