ชวนเที่ยว : รื่นรมย์ที่ 'บางนรา'
21 มิ.ย. 2558
ชวนเที่ยว : รื่นรมย์ที่ 'บางนรา' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์
ฉันไม่รู้หรอกว่า ความตุ้มๆ ต่อมๆ ในใจมันเป็นอย่างไรกันแน่ เพราะข่าวต่างๆ ที่ออกมา ทำให้ นราธิวาส หรือ บางนรา ดูอันตราย จนเมื่อเครื่องบินไทยสมายล์ ใช้เวลาชั่วโมงเศษไปลงจอดที่สนามบินนราธิวาสนั่นแหละ ถึงรู้ว่า ... มันไม่ใช่ทั้งหมด
ภาพผู้คนยิ้มแย้ม แถมแบ่งปันมาถึงฉันด้วย ทำให้การตั้งต้นตะเวนชมเมืองแห่งนี้ กลายเป็นความตื่นเต้นที่จะได้เห็นความแปลกใหม่ของบ้านเมือง ทั้งวิถีชีวิต อาหารการกิน และความเป็นอยู่
ที่สนามบินนราธิวาส มีเคาท์เตอร์ผู้ให้บริการรถตู้รออยู่ ใครจะเดินทางต่อไปไกลถึง อ.ตากใบ หรือสุไหงโกลก ก็สะดวก สนนราคา 160-180 บาท ตามระยะทาง
สนามบินไม่ไกลจากตัวเมืองนัก ใจกลางเมืองโดดเด่นด้วยหอนาฬิกาเก่าแก่ ใกล้หอนาฬิกาเป็นตลาดสดเทศบาล ตลาดนี้คึกคักมากๆ ในช่วงเช้า สารพัดอาหารการกิน โดยเฉพาะปลาทะเลสารพัดชนิด แต่ราคาถูกจนอยากหิ้วกลับบ้าน แม่ค้าบอกว่าตัวใหญ่ๆ แบบนี้ ส่วนมากมาจากทางสายบุรี จังหวัดปัตตานี ส่วนปลานราจะไม่ใหญ่มาก
ไม่ไกลกันจากหอนาฬิกา และตลาดสด เป็นที่ตั้งของ มัสยิดยุมอียะห์ หรือเรียกกันว่ามัสยิดรายอ ใครเป็นมุสลิมแวะไปนราธิวาส ก็ไม่น่าพลาด แต่เดิมมัสยิดแห่งนี้เป็นไม้ทั้งหลัง ตัวโดมสร้างเลียนแบบโดมของมัสยิดในเมืองเมดิน่า ซาอุดิอาระเบีย โดยพระยาภูผาภักดี เจ้าเมืองระแงะ เป็นผู้สร้างขึ้น ในปี 2482 เพื่อเป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนา โดยใช้ช่างจากรัฐตรังกานู แต่สร้างเสร็จไม่นาน พระยาภูผาภักดีถึงแก่อนิจกรรม ประชาชนจึงได้ฝังศพไว้ที่มัสยิดแห่งนี้ นอกจากสุสานพระยาภูผาภักดีแล้ว ยังมีถนนชื่อ ภูผาภักดี ซึ่งเป็นถนนสายแรกของนราธิวาส ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่พระยาภูผาภักดีด้วย
อีกหนึ่งความเก่าแก่ของเมืองนรา ที่ยังหลงเหลืออยู่ก็คือ บ้านเรือน ร้านค้า โดยเฉพาะตึกที่สร้างขึ้นเป็นหลังแรกในเมืองนราธิวาส ตึกชิโนโปรตุกีส ที่ผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมโปรตุเกสและจีน สร้างในปี 2479 มี 4 คูหา แต่ที่น่าแปลกคือ ชั้นล่างเป็นบ้านคน ส่วนชั้นบนกลายเป็นบ้านนกนางแอ่น ที่นี่เลยได้ชื่อว่า บ้านบุหลง
แค่ไม่กี่สถานที่ ก็ได้ซึมซับถึงความเก่าแก่ของเมืองนราธิวาส ค้นประวัติย้อนหลังไป จะเห็นว่า นราธิวาส มีประวัติศาสตร์น่าสนใจไม่น้อยหน้าเมืองไหน แม้ว่าเมื่อก่อนหน้า 100 ปีมานี้ นราธิวาสมีชื่อว่า บางนรา ถูกจัดอยู่ในเขตปกครองของเมืองสายบุรี เมื่อปัตตานีได้รับการยกฐานะเป็นมณฑล บ้านบางนราจึงย้ายมาสังกัดเมืองระแงะ มณฑลปัตตานี
กระทั่งเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) เสด็จเยี่ยมราษฎรไปตามลำน้ำบางนรา และมีพระบรมราชโองการ ให้เปลี่ยนชื่อเมืองบางนรา เป็น นราธิวาส ซึ่งมีความหมายว่า ที่อยู่อันยิ่งใหญ่ของประชาชน ในวันที่ 10 มิถุนายน 2458 นับถึงปีนี้ครบ 100 ปีพอดิบพอดี
นราธิวาส หรือบางนรา แม้จะมีผู้นับถือศาสนาอิสลามอยู่มาก แต่ก็ยังมีพุทธสถานที่สำคัญในจังหวัดหลายแห่ง คือ วัดบางนรา เป็นเขตพุทธสถานที่มีบริเวณกว้าง รายรอบด้วยชุมชนบางนรา ที่อยู่กันกระจัดกระจาย ใครอยากเห็นเสาไฟดั้งเดิมอายุนับ 100 ปี มาดูที่วัดนี้ได้ รวมถึง ย่านดาโอ๊ะ หรือใบไม้สีทองต้นขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังวิหาร
ด้วยความกว้างของพื้นที่วัด ยังได้แบ่งพื้นที่ ให้สร้าง “พระศรีคเณศ” พระพิฆเนศ ณ นราธิวาส เทพแห่งศิลปะ ซึ่งครอบครัว ของนายอินดาร์ แซล บุศรี พ่อค้าในเมืองนราธิวาส เจ้าของห้างดีวรรณพาณิชย์ สร้างขึ้นด้วยศรัทธาตามความเชื่อของศาสนาฮินดู และเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดินไทยที่ได้เข้ามาอาศัยทำธุรกิจมากว่า 60 ปี ออกแบบโดย ผศ.เจริญชัย ต้นครองจันทร์ การก่อสร้างใช้ช่างในนราธิวาสทั้งหมด ใช้เวลาถึง 9 ปี จนได้พระพิฆเนศที่สวยที่สุด
ใกล้กัน เป็นที่ตั้ง ศาลเจ้าโก้วเล้งจี่ นี่ก็เป็นศาลเจ้าแห่งแรกของเมืองบางนรา ที่พี่น้องชาวจีนในจังหวัดร่วมกันสร้างขึ้น ภายในประดิษฐาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อาทิ เจ้าพ่อไทส่วยเอี้ย เจ้าพ่อกวนอู จี้กง เจ้าแม่กวนอิม ฯลฯ ซึ่งที่ศาลเจ้าจะมีงานสมโภช และพิธีลุยไฟที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี สำหรับปีนี้จะมีงานสมโภช วันที่ 28 กรกฎาคม - 1 สิงหาคมที่จะถึงนี้
ข้างๆ ศาลเจ้า เป็น เขามงคลพิพิธ เป็นพุทธสถานสำคัญแห่งหนึ่ง ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่นราธิวาสยังไม่มีวัด พระยาสุรพลพิพิธ ผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้น (2465-2469) สร้างเป็นศาลาชั่วคราว นิมนต์พระสงฆ์มาให้ประชาชนได้ทำบุญ จึงเรียกสถานที่นี้ว่า เขาพิพิธ ปัจจุบันกำลังมีการบูรณะ
ออกนอกตัวเมืองไปตามเส้นทางนราธิวาส-ระแงะราว 9 กม. เป็นที่ตั้งของ พุทธอุทยานวัดเขากง บนยอดเขาประดิษฐาน ”พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล” พระคู่บ้านคู่เมือง เป็นศิลปะแบบสกุลช่างอินเดียตอนใต้ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับด้วยโมเสกสีทอง หน้าตักกว้าง 15 เมตร สูง 24 เมตร จัดเป็นพระพุทธรูปกลางแจ้งที่งดงามและใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ภายในบริเวณยังเป็นที่ตั้งพระธาตุศรีนราเทวาพิทักษ์ มีรูปปั้นหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่อยู่ด้านหน้า
ด้วยความที่นราธิวาสตั้งอยู่ตอนใต้สุดของอ่าวไทย อยู่ติดทะเล มีแม่น้ำถึง 4 สายหลัก เมืองนี้จึงอุดมไปด้วยน้ำ การสัญจรทางน้ำ การทำประมง และแน่นอนว่า มีชายทะเลที่สวยและแสนจะสงบ อย่าง ชายหาดนราทัศน์ ที่อยู่ใกล้กับตัวเหมืองเหมือนจมูกกับปาก ออกจากตัวเมืองข้ามสะพานปรีดานราทัศน์ ผ่านหมู่บ้านประมงคลองโคกเคียน ไปไม่ไกลก็ถึงแล้ว
หาดทรายทอดยาว 5 กิโลเมตร ไปสิ้นสุดที่ปลายแหลมด้านปากแม่น้ำบางนรา เด็กๆ เลิกเรียนก็มาเล่นน้ำทะเล ที่นี่ไม่ต้องมีใครมาจับจองเป็นเจ้าของพื้นที่ ใครสะดวกนั่งตรงไหนก็ปูเสื่อนั่งกันได้เลย ผู้คนที่มาต่างทักทายยิ้มแย้มให้คนแปลกหน้าอย่างฉัน
น้ำทะเลใสๆ ม้วนเป็นเกลียวกระทบหาดทราย เด็กๆ ลงเล่นน้ำกันสนุกสนาน จนอยากจะอิจฉานัก
นอกจากหาดนราทัศน์ที่ขึ้นชื่อแล้ว ยังมี อ่าวมะนาว ซึ่งเป็นเขตวนอุทยานอ่าวมะนาว-เขาตันหยง อยู่ติดกับพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ มีหาดทรายขาวกว้าง และคดโค้ง ทอดยาวไปไกล สลับโขดหินรูปร่างแปลกตา ดูสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ไปแล้ว
หินก้อนใหญ่ริมหาดทราย กว้างพอให้ฉันเอนตัวนอน มองท้องฟ้า ฟังเสียงคลื่น รอบตัวสงบ ธรรมชาติยังบริสุทธิ์ สวยงาม อดนึกถึงรอยยิ้มของเด็กๆ และผู้คนบางนราไม่ได้
เพียงตัดความกังวลในใจทิ้งไป ความรื่นรมย์ก็เข้ามาแทรกในทุกอณูนราธิวาสจริงๆ
-------------------------
(ชวนเที่ยว : รื่นรมย์ที่ 'บางนรา' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์)



