
สตอกโฮล์มห้องนั่งเล่นของยุโรป
โลกนี้มีแต่เรื่องเหนือความคาดหมายอยู่เสมอ ขนาด สตอกโฮล์ม (Stockholm) ยังเป็นแบบนั้นเลย
สวยผิดคาด !!! นั่นแหละสตอกโฮล์ม
สตอกโฮล์มทำให้มานั่งซักไซ้ตัวเองว่า ที่ผ่านมา มัวแต่เอาหน้าไปซุกอะไรอยู่ ถึงไม่ระแคะระคายเรื่องความสวยของสตอกโฮล์มเลยแม้แต่น้อย
รถไฟยุโรปพาฉันเคลื่อนจากเมืองมัลเมอที่อยู่ใต้สุดของสวีเดน ดิ่งขึ้นด้วยรถไฟความเร็วสูงแบบ X2000 ที่ซิ่งแค่ 4 ชั่วโมงเศษๆ ก็มาถึงเมืองหลวงของสวีเดน
สตอกโฮล์มต้อนรับอาคันตุกะจากขวานทอง ด้วยสายฝนที่พรำเม็ดไม่ขาดสาย วันแรกในเมืองกรุงจึงฉ่ำแฉะจนมองแทบไม่เห็นความงามของสตอกโฮล์ม แต่บังเอิญว่าฉันเป็นพวกตื๊อ และเชื่อเสมอว่า ฝนตกก็มีหยุด มันไม่ตกตลอดหรอก ฝนก็เหนื่อยเป็น เลยตื๊ออยู่ซะ 5 วัน ค่าเรือนพักในห้องนอนแบบเตียงรวมในเรือนพักรังหนูเตียงละพันกว่าบาท เบ็ดเสร็จแล้วค่าตีซี้กับสตอกโฮล์มแพงขนาดปวดขมับไปหลายวัน
แต่ความสวยระดับนางงามของสตอกโฮล์ม ทำให้ฉันลืมตัวเลขสูงๆ และราคาแพงบาดจิตไปสนิทใจ
ไม่มีมุมไหนที่เหมาะจะเริ่มต้นทำความรู้จักกับสตอกโฮล์ม ได้ดีเท่ากับย่านเมืองเก่า หรือที่เรียกกันว่ากัมลา สแตน (Gamla Stan) โบสถ์ พิพิธภัณฑ์ คาเฟ่ ร้านอาหาร และปราสาทราชวังอันวิจิตรตระการตา ทุกอย่างกระจัดกระจายอยู่ในเขตเมืองเก่าแห่งนี้
ตรอกแคบๆ ที่ปูไว้ด้วยก้อนหินในกัมลา สแตน เจือเสน่ห์ไว้ทุกซอกซอย ไม่ว่าใครจะชอบช็อปปิ้ง ชอบแวะกินตามเบี้ยบ้ายรายทาง ชอบสถาปัตยกรรมอันงดงามและสีสันของเมืองเก่า หรือโปรดปรานประวัติศาสตร์อย่างเข้าเส้น ก็เหมาะกับทุกๆ คน
ไม่ว่าใครจะสิงอยู่มุมไหนของสตอกโฮล์มก็ช่าง แต่ราว 11 โมงเช้าเป็นต้นไป ดูเหมือนนักท่องเที่ยวเกือบทุกชีวิตต่างมุ่งหน้ามาหากัมลา สแตน และแน่นอนทุกคนพุ่งไปหาพระราชวัง (The Royal Palace) เพราะเป็นอันรู้กันว่าจะมีขบวนพาเหรดของบรรดาทหารองครักษ์ที่สับเปลี่ยนเวรยามในช่วงก่อนเที่ยงได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ จึงไม่มีใครอยากพลาดกันทั้งนั้น ใครที่เคยประทับใจกับขบวนทหารผลัดเวรที่โซล ลอนดอน โคเปนเฮเกน เอาศีรษะเป็นประกันว่าที่นี่อลังการงานสร้างน่าดู ไม่เป็นรองที่ไหนในโลก
ด้านนอกของพระราชวังหลวงแห่งนี้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาร็อก ด้านในมีห้องหับกว่า 600 ห้องและมีพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ในอาณาบริเวณของพระราชวังหลวงแห่งนี้ ประมาณ 5 แห่ง เวลามีพิธีการงานสำคัญก็มาจัดกันที่พระราชวังแห่งนี้ รวมถึงพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าหญิงวิกตอเรีย มกุฎราชกุมารี แห่งสวีเดน ในช่วงต้นฤดูร้อนปีหน้า ก็น่าจะจัดขึ้นที่นี่ด้วย
เป็นอันรู้กันว่า เมื่อถอนสมอจากเขตพระราชวัง ทุกคนต้องไปนั่งชิล...ชิล กินลมชมตึกกันที่จัตุรัสเก่าแก่ที่สุดในสตอกโฮล์มที่ชื่อ Stortorget มุมที่ผู้คนมานั่งจิบกาแฟ มองอาคารเก่าแก่หลากสีสันที่โอบล้อมจัตุรัสแห่งนี้เอาไว้
ตกบ่ายไปจนถึงเย็นย่ำของเดือนร้อน ตรอกซอกซอยของเมืองเก่ามีแต่รอยเท้าของนักท่องโลกเหยียบย่ำ เหมือนมีงานวันไหลแห่งชาติอย่างไรอย่างนั้น
หนีจากความพลุกพล่านจากกัมลา สแตน เดินเท้าไปสูดอากาศในที่โล่งแจ้งที่ศาลาว่าการประจำเมือง (City Hall) ที่ได้ตัวสถาปนิกมีชื่อของสวีเดนอย่าง รักนาร์ ออสเบิร์ก (Ragnar Ostberg) มาเป็นผู้ออกแบบอาคารสีเลือดหมูสูงใหญ่แห่งนี้
เป็นอันรู้กันว่า พิธีมอบรางวัลโนเบลในทุกๆ ปีจะมาจัดกันที่นี่ เป็นมุมที่ช่างเต็มไปด้วยอิริยาบถที่หลากหลาย นักศึกษามานั่งติวหนังสือกันแถวนี้ หนุ่มสาวมานั่งพลอดรักกันริมทะเลสาบ ท่ามกลางประติมากรรมแบบอล่างฉ่างของรูปปั้นเปลือยที่น่าดู
แต่อะไรก็ไม่น่าดูเท่า อาคารบ้านเรือนและโรงแรมหรูหราที่ทอดตัวอยู่ริมน้ำและตั้งลดหลั่นกันไปตามเนินเขา
ในเดือนที่สตอกโฮล์มเพิ่งคลายจากลมหนาว หนุ่มสาวเริ่มออกไปผาดโผนกับกีฬากลางแจ้งในทะเลสาบ เรือไซท์ซีอิ้งหอบนักท่องเที่ยวเต็มลำเคลื่อนผ่านไปมา ล่องลอยไปแวะดูเกาะแก่งของสตอกโฮล์มที่มีมากถึง 14 เกาะ นั่นทำให้เมืองแห่งนี้ต้องมีสะพานไว้ถึง 50 แห่งเพื่อเชื่อมเกาะแก่งน้อยใหญ่เข้าด้วยกัน
คนมีเวลาน้อยแต่สตางค์เยอะเขาจะนั่งเรือชมสตอกโฮล์มกัน แต่คนมีเวลาเยอะแต่สตางค์น้อยอย่างฉันใช้วิธีเดินเท้าลัดเลาะข้ามสะพานไปหาเกาะต่างๆ
สองเท้าพาเคลื่อนไปหาพิพิธภัณฑ์เรือวาซา (Vasa Museet) พิพิธภัณฑ์ที่แสดงเรือรบโบราณอายุเกือบ 400 ปีที่กู้ขึ้นมาได้ หลังจากที่ปล่อยให้จมอยู่ใต้ทะเลถึง 300 กว่าปี ซึ่งเรือวาซายังคงสภาพสมบูรณ์ สวีเดนตั้งใจให้เป็นเรือรบใหญ่ที่สุดเอาไว้ข่มขวัญศัตรูในเรือจึงบรรทุกปืนใหญ่ถึง 64 กระบอก แต่พอวันแรกที่ออกเดินทางไปได้แค่ 500 เมตร หรือไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เรือรบก็จมดิ่งลงใต้ทะเลลึก
อาจจะไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ แต่พิพิธภัณฑ์เรือวาซาก็เติมเต็มให้สตอกโฮล์มเป็นเมืองที่อยู่ด้วยแล้วเพลินใจ
ถึงไม่มีเรือกอนโดลาลอยละล่องอยู่ในสายน้ำเหมือนเวนิสแห่งอิตาลี แต่เมืองริมน้ำแสนสวยอย่างสตอกโฮล์มก็มักจะถูกเรียกขานว่าเป็น ”เวนิสแห่งยุโรปเหนือ” กันจนติดปาก
บนเรือบินของสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส (โทร.0-2259-2701-3) ที่เหาะจากสตอกโฮล์มพากลับคืนสู่อ้อมใจของบางกอก แวบหนึ่งนึกถึงชีวิตหลายวันในเมืองที่งดงามแห่งหนึ่งของยุโรป แล้วก็แอบนิยามสตอกโฮล์มเอาไว้ในใจว่าที่นี่คือ "ห้องนั่งเล่นที่น่านั่งที่สุดของยุโรป”
"กาญจนา หงษ์ทอง"



