ไลฟ์สไตล์

แสนสุขใจใน 'โอคแลนด์'

แสนสุขใจใน 'โอคแลนด์'

21 มิ.ย. 2558

เที่ยวนี้ขอเล่า : แสนสุขใจใน 'โอคแลนด์' : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected]

 
                          โอคแลนด์ (Auckland) ในโพล้เพล้ ไม่ได้ส่งแสงสลัวมาต้อนรับเท่านั้น แต่ยังมีฝนโปรยเม็ดมาให้ชุ่มฉ่ำกันทั้งเมือง
 
                          อากาศช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงก็เป็นเยี่ยงนี้  วันหนึ่งเผลอๆ จะเจอครบทุกฤดู เรียกว่าร้อน ฝน หนาวมากันครบแพ็กเกจ 
 
                          ฉันยังแขวนตัวเองอยู่บนท้องถนนของเมืองใหญ่ ไม่ใช่ถนนธรรมดาซะด้วยสิ  ใช้คำว่าทางด่วนน่าจะเหมาะกว่า มองเห็น Sky Tower ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางอยู่ลิบๆ งานนี้ การท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ในประเทศไทย (www.newzealand.com) จัดโปรแกรมให้ขับรถไปพักในย่านไข่แดงของเมือง พิกัดอยู่ที่ Sky City Hotel เรือนพักที่อยู่ชายคาเดียวกับ Sky Tower  ซึ่งเป็นโลโก้ประจำโอคแลนด์ 
 
                          เรื่องขับรถขับราก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับในนิวซีแลนด์ เพราะเป็นการขับฝั่งเดียวกับไทย ขอแค่อย่าขับผิดกฎติกาเขาเป็นใช้ได้ เช่นใช้ความเร็วเกินกำหนด เอาเป็นว่าศึกษากฎจราจรของเขาซะก่อน จะได้คุ้นชิน แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ขับยามวิกาลในเมืองใหญ่นี่สิ ถึงอากาศจะเย็นแค่ไหน แต่เหงื่อซึมเชียว เพราะลุ้นไปจนถึงโรงแรม 
 
                          ตึก Sky Tower ยามวิกาลดูโฉบเฉี่ยว แต่พอรุ่งเช้าก็เห็นโลโก้ของโอคแลนด์ได้อย่างเต็มตามากขึ้น ด้วยส่วนสูง 328 เมตร ทำให้รอบๆ ตึก มีแต่นักท่องเที่ยวพากันมาแหงนคอมอง Sky Tower กันทุกเมื่อเชื่อวัน  
 
                          ตึกนี้แหละที่สูงกว่าใครเขาเพื่อนในนิวซีแลนด์ แถมยังมีดีกรีเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สูงที่สุดในซีกโลกใต้ ข้างบนของตึกมีร้านอาหาร ที่สามารถมองเห็นตับไตไส้พุงของโอคแลนด์ได้ทั้งเมือง แถมมีกาสิโนให้นักเสี่ยงโชคทั้งหลายได้บริหารเงินในกระเป๋า   
 
                          ส่วนพวกขาบันจี้จัมพ์ที่ตระเวนโดดแล้วดิ่งมาทั่วโลก มักจะมาสร้างสถิติใหม่ให้ตัวเองกันที่นี่ เพราะที่ Sky Tower เป็นจุดกระโดดบันจี้จัมพ์ที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 202 เมตร เอเจ แฮ็กเกต ผู้ก่อตั้งการโดดบันจี้จัมพ์ ก็ได้มาสร้างสถิติการโดดบันจี้สูงที่สุดในโลกที่นี่ไว้เหมือนกัน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2541  
 
                          แหงนคอตั้งบ่ามองตึก Sky Tower อย่างไม่ได้คิดอะไร  เพราะเชื่อว่าเช้าๆ แบบนี้คงไม่ใครเปรี้ยวมากระโดดบันจี้รับอรุณ  
 
                          โอคแลนด์ใหญ่ก็จริง แต่ไม่ได้เที่ยวยาก ต่อให้คุณไม่ได้เตรียมข้อมูลอะไรมาเลย ก็แนะว่าเห็นป้าย i-Site ตรงไหนก็จะออกมาแบบอุ่นใจ เพราะได้ทั้งแผนที่และคำแนะนำมาอย่างจุใจแน่ 
 
                          เช้าที่โอคแลนด์ ฟ้าใสกระจ่าง กรุ่นลมหนาวและหมอกจาง  ยังคลอเคลียตึกรามสูงใหญ่ไม่ห่าง ทุกชีวิตในเมืองใหญ่กำลังเริ่มต้นวันใหม่ หนุ่มสาวออฟฟิซ นักเรียน คนขายของ คนเก็บขยะ ต่างขับเคลื่อนกิจกรรมในแบบและวิถีทางของตัวเอง
 
                          แดดอ่อนๆ กับกาแฟเข้มๆ ปลุกฉันให้ตาสว่างได้อย่างเหลือเชื่อ ครั้นตาสว่างแล้วคราวนี้เท้าเริ่มอยู่ไม่สุขแล้วสิ ไม่มีที่ไหนเหมาะจะเริ่มต้นสำรวจเท่า ถนน Queen อีกแล้ว ฉันเดินมุ่งหน้าไปหาถนนสายช็อปปิ้งของโอคแลนด์ ถนนนี้มีร้านรวงให้ช็อปปิ้งตลอดสาย จะเอาอะไรล่ะมีหมด มานุกาฮันนี่  ผลิตภัณฑ์จากแกะทุกชนิด ไปจนถึงของที่ระลึก รออยู่บนถนน Queen นี่แหละ แต่ถ้าเดินตัดตรงหันหน้าไปทางทะเล  ก็จะเจออ่าวฟรีแมนส์ (Freemans Bay) และท่าเรือพรินซ์ (Princes Wharf) ที่อยู่เลียบถนน Quay 
 
                          แต่ต่อให้มีจุดหมายปลายทางอยู่แถวริมอ่าว  ก็เดินไม่ได้เร็วนักหรอก เพราะกว่าจะไปถึงอ่าวฟรีแมนส์ฉันแวะเบี้ยบ้ายรายทางเข้าร้านโน้นออกร้านนี้  ยิ่งเป็นย่านที่ถนน Queen ตัดกับถนน Customs  ด้วยแล้ว ข้าวของและร้านค้าตั้งเรียงรายจนลืมอ่าวไปสนิทใจ
 
                          จะว่าไปแล้ว คนโอคแลนด์นอกจากคุ้นเคยกับตึกสูงระฟ้าแล้ว  ยังคุ้นเคยกับเวิ้งอ่าวและชายหาดเช่นกัน  ด้วยภูมิทัศน์ที่ตั้งที่อยู่เหนืออ่าวเฮารากิ (Hauraki) และระหว่างอ่าวไวเตมาตา (Waitemata)และอ่าวมานูเกา (Manukau) ตัวเมืองล้อมรอบด้วยน้ำทะเล 
 
                          ไม่เพียงสภาพทางภูมิศาสตร์เท่านั้น แต่สภาพภูมิอากาศของโอคแลนด์ยังเอื้ออำนวยต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ  นั่นทำให้ปัจจุบันโอคแลนด์เป็นเมืองเศรษฐกิจพาณิชย์อันดับหนึ่งของนิวซีแลนด์ และเป็นศูนย์รวมทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ความบันเทิง และมีความเป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่มากที่สุดของประเทศ   
 
                          โอคแลนด์จึงเป็นเมืองที่ดูต่างจากเมืองอื่นๆ ในนิวซีแลนด์  ที่นี่ฉันเห็นคนและตึกมากกว่าประชากรแกะ แต่ตึกรามอาคารสูงและผู้คนในโอคแลนด์ก็ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกอึดอัด  เพราะถึงอย่างไร เมืองริมน้ำก็ยังให้ความรู้สึกชิลๆ สบายๆ อยู่เสมอ
 
                          และที่นี่ไม่ใช่เมืองแห่งการเล่นเรือใบธรรมดาๆ แต่โอคแลนด์เป็นเวทีสำหรับการแข่งขันเรือใบระดับนานาชาติหลายทัวร์นาเมนต์ ขนาดเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เรือใบยังจอดกันแน่นอ่าวเรียงกันเป็นแพ นี่ถ้าเป็นช่วงฤดูร้อนได้ยินว่าจะมีผู้คนออกมาเล่นเรือใบมากกว่านี้หลายเท่า 
 
                          สำหรับคนเมืองอื่นอาจจะมีรถยนต์เป็นพาหนะประจำบ้าน  แต่สำหรับชาวโอคแลนด์มักมีเรือใบเป็นของตัวเอง 
 
                          ฉันนั่งทอดอารมณ์อยู่ริมสายน้ำ ริมทะเลลมโชยแบบนี้ มีทั้งคนวิ่งจ๊อกกิ้ง เด็กน้อยปั่นจักรยาน  ลุงป้าจูงหมาออกมาเดินเล่นรับลม  หนุ่มสาวออกมานั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้ริมทาง เป็นภาพคุ้นตาของเมืองริมน้ำอันแสนสุขอย่างโอคแลนด์
 
 
 
 
 
-------------------------
 
(เที่ยวนี้ขอเล่า : แสนสุขใจใน 'โอคแลนด์' : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected])