ไลฟ์สไตล์

ตรวจเชื้อรอผลญาติป่วย'เมอร์ส'ไอ-ไข้ต่ำ

ตรวจเชื้อรอผลญาติป่วย'เมอร์ส'ไอ-ไข้ต่ำ

19 มิ.ย. 2558

สธ.เผยอาการชายโอมานป่วย 'เมอร์ส' ไม่ทรุด รักษาประคับประคอง ญาติใกล้ชิดอยู่ห้องแยกโรค 2 ใน 3 เริ่มไอ-ไข้ต่ำ เก็บ ตย.เชื้อส่งตรวจรอผล ติดตามสังเกต 141 คนเสี่ยง

 
                          19 มิ.ย. 58  เมื่อเวลา 12.30 น.  ที่กระทรวงสาธารณสุข ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) พร้อมด้วย นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดี คร. นพ.ศุภมิตร์ ชุณสุทธิวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรม คร. พญ.นฤมล สวรรค์ปัญญาเลิศ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ นพ.ธนะรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กรม คร. และ ดร.ริชาร์ด บราว์น รักษาการณ์ผู้แทนองค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย ร่วมกันแถลงความคืบหน้ากรณีโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส ที่พบผู้ป่วยรายแรกในประเทศไทย
 
                          ศ.นพ.รัชตะ กล่าวว่า อาการของชาย วัย 75 ปี ชาวตะวันออกกลางที่ป่วยโรคเมอร์ส และรักษาตัวอยู่ในสถาบันบำราศนราดูร ขณะนี้อาการดีขึ้นเล็กน้อย และอาการไม่ทรุด ในการให้การรักษาจะเป็นแบบประคับประคอง และรักษาตามอาการ เนื่องจากโรคนี้ยังไม่มียาเฉพาะรักษา ส่วนญาติของผู้ป่วยรายนี้ 3 คน อยู่ในห้องแยกโรคที่สถาบันบำราศนราดูรเช่นกัน โดยลูกชาย เริ่มมีอาการไอ และน้องชายเริ่มมีอาการไข้ต่ำๆ ได้มีการเก็บตัวอย่างเชื้อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้ว ทั้งนี้ หากญาติผู้ป่วยรายแรกจะติดเชื้อเช่นกันก็ไม่มีอะไรน่าห่วงมาก เพราะอยู่ในห้องแยกโรคอยู่แล้ว
 
                          ศ.นพ.รัชตะ กล่าวอีกว่า สธ.ได้มีการติดตามตัวผู้สัมผัสผู้ป่วยรายแรกเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน โดยเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง จำนวน 66 คน ได้แก่ 
 
                          1. กลุ่มครอบครัวผู้ป่วยรายแรก 3 คน 2. กลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ให้การดูแลใกล้ชิด 47 คน ซึ่งอยู่ในระบบติดตามตัวของ รพ.แล้ว และ 3. กลุ่มผู้โดยสารในเครื่องบินลำเดียวกันที่นั่งในแถวที่ 2 หน้า - หลังผู้ป่วย จำนวน 21 คน ในจำนวนนี้ หักญาติออกไป 3 คน และผู้โดยสารที่เดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้ว 2 คน เหลือกลุ่มนี้ 16 คน ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 1 คน ชาวบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาเข้าระบบสังเกตอาการของ รพ. 
 
                          ส่วนกลุ่มเสี่ยงน้อย ขณะนี้มีจำนวน 75 คน แยกเป็น กลุ่มผู้โดยสารสายการบินเดียวกับผู้ป่วย 67 คน คนขับแท็กซี่ 2 คน และพนักงานโรงแรม 6 คน โดยต้องเฝ้าระวังติดตามอาการอย่างน้อย 14 วัน หยุดงานอยู่กับบ้าน มีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ไปสอบถามอาการทุกวัน ไม่จำเป็นต้องเข้ามารับการสังเกตอาการที่ รพ. 
 
                          ทั้งนี้ ข่าวลือว่าพบผู้ป่วยที่ จ.เชียงใหม่ เป็นผู้เดินทางมาจากเกาหลีใต้นั้น ผลการตรวจครั้งแรกเป็นลบ รอตรวจยืนยันอีกครั้ง
 
                          ศ.นพ.รัชตะ กล่าวด้วยว่า มาตรการเฝ้าระวังและควบคุมโรคเพิ่มเติม ได้มีการประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงการต่างประเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรุงเทพมหานคร ในการดำเนินการร่วมกันเพื่อป้องกันไม่ให้การติดเชื้อแพร่ออกไป นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมโรคติดเชื้ออุบัติใหม่มาช่วย เพื่อทำให้ระบบเข้มแข็งขึ้น รวมถึงประสาน 37 สายการบิน ที่เดินทางมาจากประเทศตะวันออกกลาง และเกาหลีใต้ ในการประกาศให้ผู้โดยสารทราบก่อนเครื่องลงว่า ระหว่างพำนักอยู่ในประเทศไทย หากมีอาการไข้ ไอ และหายใจลำบาก ให้รีบไปพบแพทย์ใน รพ.และแจ้งประวัติการเดินทาง อีกทั้งได้จัดทำเอกสารแผ่นพับแจกผู้โดยสารที่เดินทางมากับสายการบินดังกล่าวทุกคน เพื่อให้เข้าใจการปฏิบัติตัวระหว่างอยู่ในประเทศไทย และการติดต่อกรณีมีอาการป่วย ซึ่งมี 3 ภาษา คือ อาหรับ อังกฤษ และไทย
 
                          "บริบทของประเทศไทย และเกาหลีใต้ แตกต่างกัน โดยไทยโอกาสแพร่ระบาดวงกว้างแบบเกาหลีใต้น้อยกว่า เพราะผู้ป่วยรายแรกเมื่อเข้ารับการรักษาที่ รพ.เอกชน ได้แยกตัวเข้าห้องแยกโรคทันที ต่างจากเกาหลีใต้ที่กว่าจะวินิจฉัยโรคได้ ผู้ป่วยเดินทางไปรับการรักษายังสถานพยาบาลถึง 5 แห่ง โอกาสแพร่เชื้อสูง และประเทศไทยก็สามารถตรวจวินิจฉัยได้เร็ว และกระบวนการติดตามผู้สัมผัสก็เกิดขึ้นเร็ว ขณะที่เกาหลีใต้ใช้เวลาถึง 9 วัน อย่างไรก็ตาม การระบาดในเกาหลีใต้ยังไม่ระบาดออกนอกโรงพยาบาลสู่ชุมชนแต่อย่างใด"
 
                          ดร.ริชาร์ด กล่าวว่า จากการประเมินมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคของประเทศไทย อยู่ในเกณฑ์ดีมาก มีความเข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม เป็นธรรมดาที่เมื่อมีผู้ป่วยโรคใหม่เกิดขึ้น ประชาชนจะวิตกกังวล แต่ประเทศไทยได้มีการเฝ้าระวังและติดตามตัวผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยได้จำนวนมากและรวดเร็ว จะช่วยให้การป้องกันและควบคุมการแพร่เชื้อทำได้ดี
 
                          ก่อนหน้านั้น พญ.จริยา แสงสัจจา ผอ.สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า จากการรับตัวชายชาวโอมาน ที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือเมอร์ส ตั้งแต่เมื่อเช้าวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา อาการล่าสุดตอนนี้ ผู้ป่วยยังมีอาการปอดบวม ไม่มีไข้ แต่หายใจเองไม่ได้ ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ส่วนครอบครัวของผู้ป่วยอีก 3 คนนั้น ถือเป็นผู้สัมผัสโรคใกล้ชิด ก็ได้มีการส่งตัวมาอยู่ในห้องแยกโรคของสถาบันบำราศนราดูร ได้เก็บตัวอย่างเชื้อส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียบร้อยแล้ว
 
                          "ขณะนี้ได้มีการประสานไปยังสถานทูตโอมาน ให้ส่งล่ามมาช่วยแปลภาษาให้ ซึ่งแม้ว่าครอบครัวนี้จะพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย แต่ก็อยากจะพูดภาษาของตัวเอง ตอนนี้สภาพจิตใจจึงถือว่าดีขึ้นมาก คลายความกังวลลงไปมาก เพราะรู้สึกได้รับการดูแลเอาใจใส่จากประเทศไทยและสถานทูตของตัวเอง ทั้งนี้ สถาบันบำราศนราดูรเป็นต้นแบบของห้องแยกโรคความดันเป็นลบที่มีมาตรฐาน ซึ่งเชื้อโรคไม่สามารถหลุดรอดออกมาข้างนอกอย่างแน่นอน อีกทั้งยังมีการกันผู้ป่วยทั่วไปไม่ให้เข้าไปใกล้บริเวณห้องแยกโรคอยู่แล้ว"
 
                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่สถาบันบำราศนราดูร ยังเปิดให้บริการตามปกติ มีการแจกหน้ากากอนามัยให้กับผู้มารับบริการ พร้อมเจลล้างมือ ขณะที่บริเวณห้องผู้ป่วยยังเงียบสงบ เนื่องจากแพทย์และเจ้าหน้าที่จะเข้าไปดูผู้ป่วยเป็นระยะๆ ทั้งนี้ ผู้ป่วยคนอื่นๆ ที่สถาบันบำราศนราดูร ยังเข้ารับการรักษาตามปกติ เนื่องจากเชื่อมั่นในระบบการป้องกันที่สถาบันบำราศนราดูร มีประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยตั้งแต่โรคซาร์ส ไข้หวัดนก และไข้หวัดใหญ่ 2009 มาแล้ว
 
 
 
กรมสุขภาพจิต แนะ ปชช.อย่าตื่นตระหนก
 
 
                          นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้แนะคนไทยอย่าตื่นตระหนกกับการแพร่ระบาดของไวรัสเมอร์ส ที่ล่าสุด พบชาวตะวันออกกลาง ติด ‘ไวรัสเมอร์ส’ รายแรกในไทย โดยขอให้ติดตามข่าวสารให้รอบด้าน ซึ่งหากปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข และป้องกันตนเองให้ดี ก็ไม่จำเป็นต้องไปวิตกกังวลต่อสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคที่จะส่งผลให้ตัวเองเกิดความไม่สบายใจและเกิดความเครียดขึ้นได้ ขอให้ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ทั้งนี้ หากพบว่าตนเองเครียดและวิตกกังวลเกินเหตุ เช่น นอนไม่หลับ ปวดมึนศีรษะ ปั่นป่วนมวนท้อง คลื่นไส้ สามารถขอรับบริการปรึกษา ได้ที่หน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิตและสถานพยาบาลทุกแห่ง หรือสายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะมีผู้ให้คำปรึกษาเพื่อช่วยลดความตึงเครียด ตลอดจนให้คำแนะนำในการดำเนินชีวิตให้ปลอดภัย ไม่วิตกกังวลมากเกินไป
 
                          สำหรับข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขในการดูแลและป้องกันตนเอง ได้แก่ การกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ให้งดเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาด สำหรับประชาชนทั่วไป หากต้องเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาด ขอให้อย่าคลุกคลีกับผู้ป่วย และหากกลับประเทศไทย ภายใน 14 วัน แล้วมีอาการไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ ให้สวมหน้ากากป้องกันโรค และพบแพทย์ทันที ที่สำคัญ ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบการดูแลและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข ดังเห็นได้จากการตรวจพบผู้ป่วยรายนี้ ซึ่งเดินทางมาจากต่างประเทศ โดยกระทรวงสาธารณสุขสามารถตรวจพบได้เร็ว ทำให้ควบคุมไม่ให้เกิดการระบาดในวงกว้างได้
 
 
 
อภ.พร้อมสำรองหน้ากากป้องกัน
 
 
                          นายแพทย์นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการพบผู้ติดเชื้อโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส) ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้เป็นโรคติดต่อร้ายแรง และขณะนี้ยังไม่มียารักษา และวัคซีนในการป้องกันโรคนั้น การรับมือต่อโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลางในขณะนี้ คือ การป้องกันการรับเชื้อดังกล่าว ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขแนะนำว่า หากไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสรับเชื้อ ควรสวมหน้ากากป้องกันการรับเชื้อโรค โดยองค์การเภสัชกรรม ได้จัดเตรียมหน้ากากป้องกันเชื้อโรคชนิด N95 สำหรับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ และบุคลากรสาธารณสุข จำนวน 50,000 ชิ้น นอกจากนี้องค์การเภสัชกรรม ยังได้จัดเตรียมหน้ากากป้องกันเชื้อโรคชนิดใยสังเคราะห์ สำหรับประชาชน จำนวน 500,000 ชิ้น รวมทั้งยังได้มีการสำรองเจลล้างมืออนามัย จำนวน 10,000 ขวด และชนิดหลอด จำนวน 40,000 หลอด และแอลกอฮอล์ชนิดสเปรย์ จำนวน 10,180 ขวด โดยประชาชนสามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายยาขององค์การเภสัชกรรม ทุกสาขา ประกอบด้วย ร้านสาขาพระรามที่ 6 ตรงข้ามโรงพยาบาลรามาธิบดี สาขายศเส ด้านข้างโรงพยาบาลหัวเฉียว สาขาจรัญสนิทวงศ์ 22 สาขาเทเวศร์ เยื้องธนาคารแห่งประเทศไทย สาขารังสิต ใกล้ตลาดสี่มุมเมือง สาขากระทรวงสาธารณสุข ตึกกรมการแพทย์ อาคาร 2 ชั้น 1 สาขาเวชศาสตร์เขตร้อน ข้างธนาคารไทยพาณิชย์ และสาขาศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
 
                          นายแพทย์นพพร ยังได้กล่าวถึงการป้องกันโรคดังกล่าวด้วยว่า ขอให้ประชาชนโปรดหลีกเลี่ยงเดินทางไปในที่ชุมชน หากจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงให้ใช้หน้ากากปิดจมูก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เมื่อเป็นไข้สูงให้รีบไปพบแพทย์