ไลฟ์สไตล์

วอนมหา’ลัยเลิกหากินกับเด็กมุ่งสร้างคุณภาพ

วอนมหา’ลัยเลิกหากินกับเด็กมุ่งสร้างคุณภาพ

18 มิ.ย. 2558

“วิจิตร” ชี้อุดมศึกษาไทยต้องก้าวไปสู่มหาวิทยาลัยโลก ด้าน“กฤษณพงศ์”วอนมหา’ลัย เลิกหารายได้กับเด็ก แต่ต้องมุ่งเน้นสร้างคุณภาพ

               เมื่อวันที่18 มิ.ย. ที่ศูนย์การประชุมอิมแพค เมืองทอง มีการจัดเสวนา 4 สภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 6 ประจำปี 2558หัวข้อ“มหาวิทยาลัยไทย:สู่อนาคตที่ท้าทาย”โดย ศ.ดร.วิจิตรศรีสอ้าน อดีต รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัย 4 สภา ได้แก่ ประกอบด้วย สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สภามหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี และสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า สิ่งที่มหาวิทยาลัยต่างๆ มุ่งมั่นที่จะก้าวไปให้ถึงคือ การเป็นมหาวิทยาลัยโลก ขณะนี้จำนวนมหาวิทยาลัยไทยติดอันดับโลกนั้น ยังไม่เป็นไปตามความต้องการแต่ก็ไปพอไปได้ ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้นต้องฟังเสียงจากมหาวิทยาลัยอื่นๆที่มีพัฒนาการไม่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยไทยแต่สามารถก้าวไปสู่มหาวิทยาลัยโลกได้และถ้าไม่สนใจมหาวิทยาลัยไทยจะตกเวทีไปอย่างไรก็ตาม การจะเป็นมหาวิทยาลัยโลกได้มหาวิทยาลัยจะต้องปรับเปลี่ยนตัวเองก่อนโดยการดึงคนดี คนเก่งเข้ามาทำงาน ทำให้ทุกคนสนุกและมีความสุขกับการทำงานมีการ นำเทคโนโลยีที่เหมาสมมาใช้มีการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนโดยคัดคนเก่ง คน ดีและเปิดโอกาสให้คนมีศักยภาพเข้ามาเรียนด้วย เพราะเด็กกลุ่มนี้สามารถที่จะส่งเสริมสนับสนุนได้สุดท้ายเรื่อเงินที่จะต้องมาสนับสนุน

                ด้าน ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศึกษาธิการปาฐกถาพิเศษเรื่อง“ การพัฒนามหาวิทยาลัยไทยตามเส้นทางการปฎิรูปการศึกษา” ตอนหนึ่งว่าอีก 30 ปี เด็กระดับประถมศึกษาจะร้าง ตามด้วยระดับมัธยมศึกษา และถึงระดับมหาวิทยาลัยจะร้างเช่นกัน เพราะจำนวนเด็กเกิดน้อยลงไปเรื่อยๆขณะที่คนวัยทำงาและสังคมผู้สูงวัยจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นอุดมศึกษาจะต้องตั้งโจทย์ให้กับตัวเองใหม่ที่จะต้องมาช่วยดูว่าจะทำ อย่างไรให้คนวัยทำงานที่มีการศึกษาน้อยนั้นได้เรียนสูงขึ้นอย่างน้อยระดับ อนุปริญญา หรือมีความรู้ประกอบอาชีพได้ที่สำคัญจะทำอย่างไรให้คนสูงอายุมีคุณค่าในตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ได้ลงทุนให้คนกลุ่มนี้เลย นอกจากนี้มหาวิทยาลัยจะต้องเลิกกินเด็ก โดยหาเงินจากค่าเล่าเรียนเด็กแต่เด็กกลับไม่มีความรู้เช่นเด็กจบมา 10 คน7 คนไม่รู้ว่าตัวเองว่าเหมาสะมกับอาชีพอะไรหรือจะไปทำงานอะไรแต่สุดท้ายจบออกมาก็ตกงาน ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้มหาวิทยาลัยจะต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นผลิตเด็กโดยเน้นคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น

               “จากนี้ไปอุดมศึกษาไทยอย่ามาถึกทักว่าสังคมไทยเห็นความสำคัญของตนเองแต่มหาวิทยาลัยจะต้องทำให้สังคมเห็นว่าสามารถ หรือมีประโยชน์อะไรกับสังคมบ้างโดยเฉพาะการทำแผนบริหารงานต่าง ๆของมหาวิทยาลัยจะต้องใช้ปัญญานำไม่ใช่ใช้เงินมานำอย่างที่ทำกันอยู่ขณะนี้ถ้ามหาวิทยาลัยแสดงศักยภาพอขงตนเองได้แล้ว ไม่ต้องห่วง เพราะรัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆจะมาสนับสนุบแน่นอน“ดร.กฤษณพงศ์ กล่าว