
สถานการณ์กาแฟหลังเออีซี (จบ)
19 มิ.ย. 2558
ทำกินถิ่นอาเซียน : สถานการณ์กาแฟหลังเออีซี (จบ) : โดย...อาหมัด เบ็ญอาหวัง
ขณะที่ผู้บริโภคมีความต้องการกาแฟเพิ่มขึ้นทุกปี แต่บ้านเราพื้นที่ปลูกกาแฟกลับน้อยลง ทำให้ไทยจำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศทั้งในรูปเมล็ดกาแฟและกาแฟคั่วบด ปีละ 5.6 หมื่นตัน ฉะนั้นทางออกที่ดี เพื่อยกระดับกาแฟไทย หลังจากที่มีการรวมตัวของกลุ่มประเทศในอาเซียน ภายใต้กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี อีก 195 วันข้างหน้านี้ ทางศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สรุปยุทธศาสตร์เมล็ดกาแฟไทย เมื่อ 2 ปีก่อนน่าสนใจดังนี้ครับ
1.ต้องกำหนดยุทธศาสตร์เพิ่มประสิทธิภาพให้พื้นที่ปลูกกาแฟ คือต้องเสริมสร้างรากฐานการผลิตกาแฟให้มีประสิทธิภาพ เช่น ต้นทุนต่ำ ผลผลิตต่อไร่สูง ผลผลิตมีคุณภาพ และปริมาณผลผลิตสม่ำเสมอ เป็นต้น
2.ยุทธศาสตร์เพิ่มปริมาณผลผลิตต่อไร่ คือปรับปรุงต้นกาแฟที่เสื่อมโทรม ด้วยการตัดต้นกาแฟเพื่อให้เกิดการแตกกิ่งใหม่ ทั้งนี้หน่วยงานและนักวิชาการเกษตรที่เกี่ยวข้องควรลงพื้นที่สาธิตวิธีการทำที่ถูกต้องให้เกษตรกร พร้อมกับพัฒนาประสิทธิภาพดิน เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตและทำให้กาแฟมีคุณภาพ
3.ยุทธศาสตร์รักษาคุณภาพผลผลิตกาแฟ โดยปรับปรุงกาแฟสายพันธุ์ใหม่ให้มีปริมาณผลผลิตต่อไร่สูงกว่าพันธุ์เก่า สามารถต้านทานโรคพืชต่างๆ ได้ดีกว่า, ส่งเสริมให้เกษตรกรกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสานเพื่อลดการใช้สารเคมี, และพัฒนาการผลิตของเกษตรกรให้ได้มาตรฐานจีเอพี หรือแกป (GAP)
4.ยุทธศาสตร์ลดต้นทุนการผลิต คือ ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชแซม เช่น ยางพารา สะตอ ไม้ผล เป็นต้น เพื่อรักษารายได้ ลดความเสี่ยงกรณีราคากาแฟตกต่ำ ขณะเดียวกัน เกษตรกรต้องรวมกลุ่มในพื้นที่ เพื่อให้มีการซื้อวัตถุดิบในการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และสารเคมี เป็นต้น, กำหนดช่วงของค่าจ้างแรงงานที่เหมาะสม เป็นธรรมแก่ผู้ผลิตและแรงงานในแต่ละช่วงเวลา, ส่งเสริมให้เกิดการจ้างแรงงานที่มีถิ่นกำเนิดในพื้นที่นั้นๆ เพื่อจูงใจให้แรงงานกลับมาทำงานพัฒนาบ้านเกิด
5.ยุทธศาสตร์ด้านการเพิ่มมูลค่า และส่งเสริมการบริโภคกาแฟไทย ด้วยการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาการแปรรูปผลิตภัณฑ์ สูตรกาแฟ และบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของตลาด พร้อมคิดค้นกาแฟสายพันธุ์ใหม่ๆ และรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้คนไทยบริโภคกาแฟไทย
6.ยุทธศาสตร์การสร้างเอกลักษณ์ของกาแฟไทย ด้วยการกำหนดเอกลักษณ์กาแฟไทย ทั้งกลิ่น รสชาติ และถิ่นที่ปลูก, ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มสร้างตราสินค้าของตนเอง โดยให้สถาบันการศึกษาของรัฐหรือเอกชนที่สนใจเข้าร่วมสร้างตราสินค้าและรูปแบบผลิตภัณฑ์ เป็นต้น
7.ยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกร และผู้ผลิตกาแฟสำเร็จรูป เพื่อเพิ่มช่องทางการเผยแพร่ ข่าวสาร และแหล่งข้อมูลให้เกษตรกร, จัดการประชุมร่วมกันระหว่างเกษตรกรและผู้ผลิตกาแฟสำเร็จรูปในประเทศไทย เพื่อร่วมกันกำหนดราคาขายเมล็ดกาแฟที่เหมาะสม รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลในด้านอื่นๆ
8.ยุทธศาสตร์ด้านการบริหารจัดการ คือภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินยุทธศาสตร์กาแฟของไทย ควรมีการดำเนินงานอย่างจริงจัง และจัดประชุมนำเสนอผลการดำเนินงานเป็นระยะๆ ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบอย่างต่อเนื่อง
ถ้าทำได้ตามนี้ จะสามารถคลี่คลายสถานการณ์กาแฟไทยให้มีเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศไทยครับ!
-------------------------
(ทำกินถิ่นอาเซียน : สถานการณ์กาแฟหลังเออีซี (จบ) : โดย...อาหมัด เบ็ญอาหวัง)



