
เปิดใจ'กิสอุมัยรี บินนูรี'อดีตนายกสมาคมนศ.มุสลิมไทยปากี
เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอนที่ 1 : เปิดใจ'กิสอุมัยรี บินนูรี' อดีตนายกสมาคมนักศึกษามุสลิมไทยในปากีสถาน
เรื่องราวใหญ่โตกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศกันเลยทีเดียว เมื่อมีข่าวพาดหัวหน้าหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หลายฉบับว่า “5 นักศึกษามุสลิมไทยในปากีสถาน ถูกหน่วยสืบราชการลับปากีฯ จับกุม หลังพยายามหิ้วอาวุธปืนขนาด 9 มม.ขึ้นเครื่องบินการบินไทย เที่ยวบินที่ทีจี 346 จากเมืองลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กลายเป็นว่านักศึกษามุสลิมไทยเรามีภาพลักษณ์ที่ร้ายแรงในสายตาของผู้คนที่ไม่เข้าใจและไม่รู้จักมุสลิมดีพอ โดยเฉพาะเบื้องลึกเบื้องหลังของความเป็นจริง
วันนี้เปิดโลกการศึกษามุุสลิม อาสานำแฟนๆ คอลัมน์ไปรู้จักกับหนึ่งผู้นำนักศึกษามุสลิมไทยในประเทศปากีสถาน ซึ่งจะเป็นไกด์พาเราไปท่องโลกปากีสถานได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งเมื่อปี 2554 คณะกรรมการสมาคมนักเรียนไทยในกรุงการาจี ปากีสถาน เดินทางมายังประเทศอียิปต์เพื่อพบปะพูดคุยกับคณะกรรมาการสมาคมนักเรียนไทยในกรุงไคโร เพื่อการเรียนรู้การทำงานเพื่อสังคมร่วมกัน จะเป็นไปได้เหรอ ที่นักศึกษาเหล่านี้จะคิดการใหญ่ถึงขนาดปล้นเครื่องบินตามเนื้อหาข่าวในวันนี้ "กิสอุมัยรี บินนูรี” อดีตรุ่นพี่และนายกสมาคม ปี 2555 และปัจจุบันก็ยังอยู่ในประเทศปากีสถาน
“กิสอุมัยรี" เล่าว่า สมาคมนักศึกษาไทยในกรุงการาจี ก่อตั้งโดยนักศึกษาสายสามัญในเมืองการาจี มีอายุมากกว่า 40 ปี แล้วแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ เนื่องจากประเทศปากีสถานไม่นิยมให้จดทะเบียน เมื่อปี 2554 สมาคมมีนักศึกษาเข้าเป็นสมาชิกประมาณ 120 คน ซึ่งมี "อนันต์ มันเต๊ะ" ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมในปีนั้น ขณะที่ “กิสอุมัยรี เป็นอดีตนายกสมาคม ปี 2555 และปัจจุบันก็ยังอยู่ในประเทศปากีสถาน
“กิสอุมัยรี” เป็นคนจ.พังงา เป็นลูกคนโตมีพี่น้อง 7 คน เริ่มแรกทางบ้านส่งเสียให้เรียนศาสนาตั้งแต่จบประถมศึกษา 6 ครั้งแรกที่เรียนก็เริ่มเรียนอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ก่อนหลังจากนั้นเริ่มท่องจำ เพราะพ่อแม่ต้องการให้ลูกท่องจำอัลกุรอานทั้งเล่ม ซึ่งนับว่าน้อยมากในช่วงนั้นที่จะมีคนส่งให้ลูกหลานตัวเองเรียนด้านนี้ เพราะคำถามยอดฮิตจากปากชาวบ้านที่เป็นมุสลิมด้วยกันหรือต่างศาสนิกจะถามว่า “จบไปจะทำงานอะไร จะเลี้ยงครอบครัวยังไง” เพราะสังคมคนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันนี้จะถูกสอนมาให้รู้แค่ว่าเรียนสามัญสูงๆ จบไปจะได้ทำงานดีๆ มีเงินเลี้ยงครอบครัว
แต่ในทางกลับกันคนอิสลามที่เข้าใจศาสนาอิสลามดี จะถูกสอนให้ใช้ชีวิตในแบบพอเพียงตามแบบอย่างของท่านศาสดามูฮำหมัด (ซ.ล.) สอนให้เชื่อในชีวิตหลังความตาย สอนให้คนทำดีให้อยู่ในแนวทางศาสนาที่ถูกต้อง ไม่คิดเบียดเบียนใคร และไม่ให้ยึดติดกับโลกนี้เกินไป เพราะความตายของผู้คนบนโลกใบนี้สอนให้เรารู้ว่า เราไม่ใช่เจ้าของชีวิตที่แท้จริง สักวันเราต้องกลับไปหาอัลลอฮ์ ดังนั้น การอยู่บนโลกนี้เป็นเพียงชั่วคราว การทำความดี ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นสิ่งต้องกระทำ
“กิสอุมัยรี” ย้ำอีกว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ที่มาศึกษาที่นี่ ต่างอยู่ในแบบฉบับของคนบ้านๆ ท่องจำกุรอานและละหมาดครบ 5 เวลาเป็นหลัก จะมีการสอนศาสนา ให้อยู่อย่างพอเพียง ไม่สอนให้หลงกับโลกนี้จนกู่ไม่กลับ ในแต่ละวันพวกเขามีความสุข ในแบบฉบับนักศึกษามุสลิมที่รักความสงบเรียบง่าย และที่สำคัญไม่หลงไปกับความเจริญ ความสวยงามของโลกนี้จน ไม่รู้จักตัวเอง เมื่อไม่รู้จักตัวเองก็เท่ากับไม่รู้จักอัลลอฮ์ ผู้เป็นพระเจ้าของพวก
"ยืนยันได้ว่า ตั้งแต่มาเรียนที่ปากีสถาน ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้อยู่กับสภาพที่ไม่ค่อยเจริญทางวัตถุมากนัก ได้อยู่กับรอยยิ้มที่จริงใจของคนในประเทศนี้ พวกเขาน่ารัก นิสัยดี แต่ก็มีบ้างที่นิสัยอาจหยาบๆ แต่ก็เป็นธรรมดาของคนทั่วโลกที่จะต้องมีดีและไม่ดีคู่กันไป อยู่ปากีสถาน เป็นห่วงน้องๆ ที่กำลังเติบโตมากับความเจริญ กลัวว่าจะหลงระเริงไปกับสิ่งยั่วยุต่างๆ จนไม่รู้จักแม้แต่พ่อแม่ของตัวเอง การเรียนศาสนาและได้มาอยู่ในประเทศแห่งนี้ ทำให้รักพ่อแม่ รักพี่น้อง รักและเป็นห่วงประเทศไทยมากขึ้นหลายร้อยเท่า “อิสลามไม่ได้สอนให้คว้าดาว แต่สอนให้เดินไปท่ามกลางหมู่ดวงดาว ที่สวยงามต่างหาก” อดีตนายกสมาคมนักศึกษามุสลิมไทยในปากีสถาน กล่าว



