ไลฟ์สไตล์

โรคหัวใจ..ใครว่า..ไกลตัว

โรคหัวใจ..ใครว่า..ไกลตัว

15 มิ.ย. 2558

โรคหัวใจ..ใครว่า..ไกลตัว : คอลัมน์ ดูแลสุขภาพ

 
          หลายท่านอาจคิดว่าโรคหัวใจมักเป็นในคนแก่ เมื่อก่อนอาจใช่ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว เราพบในคนอายุ 30 ต้นๆ มากขึ้น เรื่อยๆ ด้วยสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่เอนเอียงไปทางตะวันตกมากขึ้น เช่น การกินอยู่ อาหารจานด่วน ของทอด ของมัน ผักน้อย ไม่มีเวลาออกกำลังกาย อ้วนง่าย ลงพุง คนสูบบุหรี่ไม่เคยน้อยลง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น รวมทั้งสภาวะเคร่งเครียด แข่งขันสูง เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นตัวช่วยส่งเสริมให้โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ขาดเลือด วิ่งมาหาเราเร็วขึ้น เร่งอาการให้กำเริบเฉียบพลันมากขึ้น 
 
๐ นึกไม่ออก..ว่าหลอดเลือดหัวใจคนเรามันจะตีบตันได้อย่างไร?
          ก่อนอื่นขอปูพื้นความเข้าใจเกี่ยวกับหัวใจ..อวัยวะมหัศจรรย์ของเราซะก่อน ขอเปรียบเทียบเพื่อให้นึกภาพตามได้ง่ายขึ้น
 
๐ การทำงานที่สำคัญของหัวใจ มี 2 ระบบ
          1.ระบบไฟฟ้า : หัวใจเป็นอวัยวะเดียวที่เต้นได้ เพราะมีระบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า ส่งต่อสัญญาณระหว่างห้องบนกับห้องล่าง เพื่อให้เกิดการบีบตัวต่อเนื่องกัน ซึ่งเป็นที่มาของคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ตรวจบันทึกออกมาได้
 
          2.ระบบประปา : จากการบีบตัวเป็นจังหวะต่อเนื่องของห้องบนและห้องล่างหัวใจ ซึ่งเปรียบเสมือนปั๊มน้ำ ปั๊มเลือดไปข้างหน้า และออกจากหัวใจผ่านหลอดเลือดที่เปรียบเสมือนท่อน้ำไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งตัวหัวใจเองด้วย
 
          โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ก็เหมือนกับท่อประปาที่ใช้มานาน มีตะกรันมาเกาะทำให้ตีบแคบ น้ำไหลผ่านยากขึ้น ท่อหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เกิดจากอายุที่มากขึ้น ภาวะเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ สูบบุหรี่ ทำให้หลอดเลือดขรุขระ ตีบแคบ เลือดไหลไม่สะดวกและสะดุด เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด บาดเจ็บและตายไปในที่สุด ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบีบปั๊มเลือดออกไปก็สูญเสียไป เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หัวใจเต้นผิดจังหวะและอาจเกิดภาวะหยุดเต้น เสียชีวิตทันทีได้เช่นกัน
 
๐ เราจะรู้สึกได้อย่างไรว่า...หัวใจเรากำลังขาดเลือด
เจ็บหน้าอก ... เป็นอาการที่ค่อนข้างเฉพาะกับโรคนี้ แต่ลักษณะการเจ็บก็เฉพาะด้วย ไม่ใช่เจ็บแปลบๆ เจ็บจี๊ดๆ เจ็บเสียวๆ แต่เป็นอาการเจ็บแบบแน่นๆ อึดอัดๆ หายใจไม่อิ่ม อาจมีเจ็บร้าวไปแขน ไหล่ซ้าย คอ กราม และถ้าถึงขั้นเจ็บแน่นจนเหงื่อแตกล่ะก็ ค่อนข้างชัดเจนและมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ค่อนข้างสูง
 
อาการอื่นๆ ที่อาจมีร่วม เช่น หายใจเหนื่อย อ่อนแรงทั่วร่างกาย จุกเสียดลิ้นปี่ เป็นต้น ในกรณีที่อาการไม่ค่อยชัดเจน ไม่แน่ใจ ต้องดูประกอบกับปัจจัยอื่นๆ เช่น อายุมากกว่า 40 ปี สูบบุหรี่ มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติหรือไม่ เพื่อดูความเป็นไปได้ที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ และตัดสินใจพาไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจให้แน่ใจ
 
๐ เมื่อมาถึงโรงพยาบาล จะเจอกับอะไรบ้าง?
1.การให้ข้อมูลอาการที่เป็นที่ทำให้ต้องมาโรงพยาบาล สำคัญมาก บอกให้ตรงจริง อย่าบอกตามที่เรามโน เพราะอาจทำให้พากันหลงทางได้ เช่น ถ้าคุณเชื่อว่าอาการที่เป็นเกิดจากโรคกระเพาะ ก็จะให้ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นโรคกระเพาะ อาจเสียเวลาหลงทางอยู่นาน หรือเชื่อว่าเจ็บเพราะไปออกแรง ออกกำลัง ยกของหนัก ก็จะหลงทางไปหาหมอกระดูก เช่นกัน
 
2.หากคุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ คุณควรต้องได้รับการดูแลที่ห้องฉุกเฉิน ทั้งที่คุณอาจรู้สึกว่าเว่อร์ไปหรือเปล่า คุณไม่ได้อาการหนักขนาดนั้นซักหน่อย ยังเดินคล่อง หายใจได้อยู่เลย แต่อย่างที่บอกมาแต่ต้นว่าโรคนี้ทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ หยุดเต้น และเสียชีวิตได้ จึงไม่ควรประมาท อยู่ในที่ที่สามารถช่วยชีวิตได้ทันทีจะดีกว่า
 
3.คุณจะได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจทันที เป็นเครื่องมือที่แม่นยำสูงในการช่วยวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจ
 
4.เมื่ออาการก็เหมือนคลื่นไฟฟ้าก็ใช่เลย สายด่วนจะต่อถึงหมอหัวใจให้มาดูแลคุณทันที เพื่อวินิจฉัยและประเมินว่าคุณจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างไร เร่งด่วนแค่ไหน ซึ่งคุณและครอบครัวต้องร่วมกันตัดสินใจ
 
5.การฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ เพื่อลงไปดูให้แน่ชัดไปเลยว่าหลอดเลือดหัวใจตีบตันจริงหรือไม่ ต้องขยายหลอดเลือดทันที เพื่อให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดไปเลี้ยงอย่างเพียงพอหรือไม่
 
๐ สรุป..โรคหัวใจ...ใกล้ตัวเราขึ้นทุกที
หากต้องการห่างไกล โรคหลอดเลือดหัวใจ ต้องหันมาใส่ใจสุขภาพ ปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตหรือไลฟ์สไตล์รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษารูปร่างให้สมส่วน ไม่สูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงจากคนที่สูบด้วย ควบคุมเบาหวาน ความดันโลหิต และระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
 
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลไทยนครินทร์