
รินอักษรวาดรักให้เด็กฟูมฟักจินตนาการ
14 มิ.ย. 2558
อมหมึกเคี้ยวกระดาษ : รินอักษร วาดรัก ให้ เด็ก ฟูมฟักจินตนาการ : โดย...ปลวกหวาน
ปัจจุบันการเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัลที่มีสื่อการเรียนการสอนให้เลือกหลากหลายบนแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทำให้มีคำถามในใจผู้ปกครองว่า แล้ววัฒนธรรมการอ่านหนังสือของเด็กจะถูกกลืนกินไปหรือไม่
เด็กที่โตมากับสื่อดิจิทัลจะมีจินตนาการเช่นเดียวกับเด็กที่เรียนรู้จากหนังสือที่มีเนื้อหาสาระที่ดี ภาพประกอบที่ดีหรือไม่...
ด้วยเหตุนี้คณะกรรมมาธิการการพัฒนาหนังสือแห่งชาติของประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการแห่งสิงคโปร์ จัดงานการประชุม ASIA FESTIVAL OF CHILDREN’S CONTENT 2015 หรือ AFCC 2015 ขึ้นในวันที่ 30 - 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ หอสมุดแห่งชาติสิงคโปร์ เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมนักเขียน นักแปล นักวาดภาพประกอบในภาคพื้นเอเชียที่ผลิตหนังสือที่มีเนื้อหาสำหรับเด็กเป็นปีที่ 6 ซึ่งในแต่ละปีจะมีประเทศที่โฟกัสมากเป็นพิเศษสลับหมุนเวียนกันไป
สำหรับปีนี้คือประเทศจีน ทั้งยังได้นำนักเขียนและนักวาดภาพประกอบที่มีชื่อเสียง อาทิ ไช่เกา( Caigao) เมยซือฮัน(Mei Zihan) จาวปิงโป(Zhao Bingbo) มาร่วมเสวนาและแบ่งปันปรัชญาที่แฝงอยู่ในงานเขียนและภาพประกอบเหล่านั้น
นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก มิสแอน ซิม (SIM Ann) รัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสารสนเทศ,มิสแคลร์ เชียง( Claire Chiang) ประธานคณะกรรมมาธิการการพัฒนาหนังสือแห่งชาติมาร่วมเปิดงานในครั้งนี้อีกด้วย
บรรยากาศในงานเคล้าคลอไปด้วยเสียงเพลงหวานไพเราะจากนักดนตรีอาชีพ โชว์ต่างๆ น่ารักน่าสนใจ อาทิ โชว์เล่านิทานจากเด็กๆ นานาชาติ ซึ่งเป็นที่ถูกใจผู้เข้าชม ภายในงานอุดมไปด้วยหนังสือจากนักเขียนและนักวาดภาพประกอบที่โด่งดังในภาคพื้นเอเชียมากมาย
ส่วนประเทศไทยเรานั้น 2 เล่มโชว์โฉมแบบมั่นใจและโดดเด่นที่สุด คือซีรีส์หนังสือชุด “ของขวัญจากพระราชา” โดย สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ และ "มังกรไฟไม่เรียนหนังสือ" จากประภาส ชลศรานนท์ แห่งเวิร์คพอยท์สำนักพิมพ์ ซึ่งได้จัดพิมพ์แบบสองภาษา
นอกจากเรื่องราวสนุกสนาน ภาพประกอบยังสวยละลานตาและได้รับความสนใจจากต่างชาติเป็นอันมาก
"เกศณี ไทยสนธิ" นักเขียนไทยผู้ที่เดินทางไปร่วมงานครั้งนี้ เล่าให้ฟังว่า ในบรรดาประเทศที่ได้รับการขนานนามว่าประชากรมีคุณภาพมากทั้งในเรื่องการศึกษานั้น สิงคโปร์เป็นประเทศที่จะอยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ เพราะเขาเห็นความสำคัญของการศึกษา หนังสือและนักเขียน รวมไปถึงกระบวนการของการทำหนังสือ
"โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือของเด็ก ส่วนใหญ่ที่นี่จะทำเป็นสองภาษา จริงๆ แล้วก็เป็นวิสัยทัศน์ของลีกวนยูนั่นเอง คือมีการก่อตั้งกองทุน Bilingualism เพื่อสนับสนุนจัดหาทุนให้กับสำนักพิมพ์หนังสือ สำหรับเด็กที่ต้องการพิมพ์หนังสือ 2 ภาษา เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและพัฒนาคนในชาติตั้งแต่เด็ก ซึ่งจะเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาสาระที่มีปรัชญาแฝงอยู่เสมอ และไม่ใช่หนังสือเด็กอย่างเดียวเท่านั้น หนังสือวรรณกรรมก็ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมาก ยิ่งถ้าเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาสาระที่มีความเป็นเอเชียหรือโปรโมทเอกลักษณ์ของประเทศ เขาจะถือว่าเป็นผลงานที่มีคุณค่ามาก แต่เหตุผลที่เขาให้ความสำคัญกับหนังสือเด็ก ก็เพราะว่าเด็กเป็นอนาคตที่แท้จริงของชาติ” นักเขียนสาวกล่าวปิดท้าย
แม้ว่าชื่องานจะดูเหมือนเน้นไปที่หนังสือเด็ก แต่ก็มีการเสวนาวรรณกรรมที่เป็นแรงบันดาลใจของนักเขียนและนักวาดภาพประกอบหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นงานของอังตวนเซงแต็กซูเปรี "เจ้าชายน้อย" หรืองานที่เสริมสร้างจินตนาการเหนือจริงให้กับเด็ก เช่น แฮรี่ พอตเตอร์ อีกโปรเจกท์หนึ่งที่โดดเด่นในงานคือ Book for Peace ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะชิฮิโร่ (Chihiro Art Museum) เป็นโครงการที่ร่วมมือกันระหว่าง 3 ประเทศที่มีภูมิหลังทางสงครามอย่างสาหัส ได้แก่ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น นำโดย ยูโกะ ทาเกะซาโกะ( Yuko Takesako) ซึ่งหนังสือที่นำมาแสดงในงานล้วนเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับสงครามแต่ความพิเศษคือภาพแต่ละภาพนั้นสามารถถ่ายทอดออกมาให้เด็ก (และผู้ใหญ่อย่างเรา) รักความสงบและสันติภาพได้อย่างเหลือเชื่อ
และในปี 2016 Country of focus ก็จะเป็นประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย..แดนซากุระต้องขนไอเดียมามากมายรวมทั้งชาติอื่นๆ เพราะเด็กคืออนาคตของชาติ คนทำหนังสือและนักวาดจึงมีความสำคัญ และนักอ่านอย่างเรา ต้องเฝ้าติดตาม..



