ไลฟ์สไตล์

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : การศึกษาตามยถากรรม

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : การศึกษาตามยถากรรม

14 มิ.ย. 2558

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : การศึกษาตามยถากรรม : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 
         ชม “พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก” ภาพยนตร์ซีรีส์ พุทธประวัติ มหาบุรุษประทับใจสุดจะบรรยาย ดูตั้งแต่ต้นมาถึงตอนเจ้าชายสิตธัตถะหนีจากบ้านจากพ่อจากแม่ทิ้งลูกทิ้งเมียออกแสวงหาคำตอบ
 
         ผมไม่ได้ตั้งใจเขียนเรื่องภาพยนตร์ เรื่องนี้หรอกนะ เพียงแต่เกริ่นนำเพื่อจะชวนคุยถึงเรื่องลูกหนีออกจากบ้าน ไปแสวงหาคำตอบนี่แหละ ว่าที่ต้องหาคำตอบก็เพราะมันมีคำถาม คำถามธรรมดาๆ ที่พ่อแม่คุณครู ผู้ใหญ่ทั้งหลายชอบถามเด็กๆ กันนักว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” ซึ่งไม่ได้ถามด้วยความอยากรู้ แต่ถามด้วยความคาดหวังถึงขั้นกังวลเลยทีเดียว ผลที่ตามมาก็คือการควบคุม เคี่ยวเข็ญ ตีกรอบปูทาง ให้ลูกเป็นไปตาม “โร้ดแม็ป” ที่ตนหมายมาดปรารถนา ส่วนเด็กๆ น่ะหรือ เจอคำถามแบบนี้ก็ตอบไปแบบเอาใจผู้ใหญ่ โตขึ้นอยากเป็นหมอ อยากเป็นตำรวจ ทหาร เป็นครู เป็นนักธุรกิจ นักบิน นักกีฬา ดารานักร้องนักแสดงก็ว่าไป
 
         ผมก็ถามลูกชายทั้งสองเหมือนกัน คำตอบเอาแน่เอานอนไม่ได้ ล่าสุดคนโตอยากเป็น “กุ๊ก” ที่มาของความอยากจะเป็นพ่อครัว ทำอาหาร มาจากหลายเหตุ เพราะพ่อแม่ชอบชวนเขาเข้าครัวบ่อยๆ ปู่ย่าตายายปรุงอาหารกินเองทุกมื้อ มารุ่นผมชอบพากันออกกินพาเที่ยว ตระเวนเสาะแสวงหาของอร่อยกินทั่วทุกตรอกซอกซอย ถนนหนทาง ทั่วสารทิศถิ่นแดนไทย ตอนนี้เด็กๆ ชอบดูรายการเกี่ยวกับอาหารการกินทั้งหลาย ในโทรทัศน์ ดิจิทัล เคเบิล ต่างๆ ที่มีอยู่มากมายหลายรายการ ประเภท ครัวคุณต๋อย คุณติ๋ม คุณจิ้งหรีด เชฟกระทะเหล็ก กระทะทองคำ กระทะทองแดง มากมายทั้งกระทะไทย กระทะเทศ
 
         ทั้งๆ ที่ครอบครัวเราชอบหาเรื่องทำกินที่บ้าน และตระเวนกินนอกบ้าน แต่ลูกบ้านเราก็อ้อนแอ้นอรชร
 
         ผมเองแม้เคยถามว่าโตขึ้นลูกอยากเป็นอะไร แต่ก็ไม่เคยควบคุม บังคับ เคี่ยวเข็นให้เป็นไปตามที่ตนปรารถนา จะว่าไป หากลูกชายอยากเป็น “กุ๊ก” จริงๆ ขึ้นมาผมก็ว่าผมยินดีด้วย ไม่ต้องเป็นสุดยอดเชฟกระทะทองคำแห่งประเทศไทย หรือเป็นเชฟใหญ่ไปครัวโลก หรือครัวโรงแรมชั้นหนึ่งในประเทศ แค่เขาเป็นคนขายก๋วยเตี๋ยว อยู่ใต้ต้นไม้ริมถนนสายหนึ่ง ผมก็ โอ.เค.แล้ว เรายังเคยช่วยกันตั้งชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวในฝันของเราว่า ร้านก๋วยเตี๋ยว “แน่งน้อย100ชาม” ได้ทำเลที่ตั้งริมถนนสายหมู่บ้านไม่ห่างจากตัวเมือง(อำเภอ) ปลูกเพิงเล็กๆ โล่งๆ โปร่งๆ ทำโต๊ะเก้าอี้ไม้สัก 5 ชุด ขายก๋วยเตี๋ยวสูตรของเราเอง (ที่ทดลองทำแต่ยังไม่ลงตัว) วันหนึ่งขายแค่ 100 ชาม โดยเอาชาม 100 ใบ (ชามสีขาว) มาตั้งไว้ ขายจนหมดชามที่วางโดยไม่มีการล้างชาม
 
         นี่คือความฝันเล็กๆ ของเด็กๆ ของเรา อาจเป็นฝันน้ำนม ไม่ใช่ฝันแท้ อาจเพียงแค่ฝันชั่วคราว แต่เราก็มีความสุขกับความฝัน หลังจากที่เราได้ตระเวนแสวงหาก๋วยเตี๋ยวเด็ดๆ กินทั่วราชอาณาจักรไทย เป็นความฝันของลูกๆ ที่ผมไม่ต้องกังวล ไม่เหมือนพระเจ้าสุทโธธนะ ที่เครียดถึงขั้นจะฆ่าตัวตายที่พ่ายแพ้ แต่การทำนายของพรามณ์อาจารย์
 
         ชมภาพยนตร์ซีรีส์ “พระพุทธเจ้า” มาถึงตอนเจ้าชายสิทตธัตถะ หนีออกจากบ้าน ผมหันมามองลูกชายสองคนที่นั่งดูพระพุทธเจ้าอยู่ด้วยกัน จินตนนาการว่า ลูกชายคนโตจะคว้าตะหลิว หิ้วกระทะ หนีพ่อแม่ หนีโรงเรียนออกไปแสวงหาครูอาจารย์ จนกระทั่ง “บรรลุทำ” และได้เปิดร้านอาหารมีกิจการของตนเองสมดังปรารถนา
 
         ผมเองไม่ศรัทธาระบบการศึกษาภาครัฐ แต่ก็มิได้ “โฮมสกูล” ผมไม่กังวลเรื่องการศึกษาของลูก ผมเองเป็นจำพวก “การศึกษาตามยถากรรม” มีคำพูดเท่ๆ (แต่กินไม่ได้) บางประโยค เช่น โลกทั้งใบคือโรงเรียน (นอกโลกด้วย) ทุกลมหายใจคือเวลาเรียน (ไม่มีปิดเทอม) การเรียนเป็นเรื่องวิเศษอยู่แล้ว (ไม่มีการเรียนพิเศษ) ทุกคนทุกสิ่งเป็นครู ครูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ในตัวเราเอง การอ่านหนังสือเป็นเพียงการอ่านอย่างหนึ่งของมนุษย์ ยังมีอีกหลายประโยคซึ่งบางประโยคอาจขัดแย้งกัน แต่ก็ฟังดูเท่ดี เดินทางออกไปข้างนอกให้ไกล เดินทางเข้าไปข้างในให้ลึก...
 
         ถามว่าคำเท่ๆ พวกนี้ลูกๆ ของผมฟังเข้าใจไหม ผมก็คงแค่หัวเราะหึๆ แทนคำตอบ ผมแทบจะไม่ได้ชำเลืองดู ใบแจ้งผลการเรียนของลูกเลยว่า ได้ “เกรด” อะไรบ้าง และ (ทำเหมือน) ไม่สนใจอนาคตทางการศึกษาของเรา ผมเคยเป็นครูในระบบการศึกษาภาครัฐ เรียนรู้เรื่องปรัชญาการศึกษามาบ้างงูๆ ปลาๆ เคยคิดสร้างโรงเรียนในอุดมคติ แต่สุดท้าย ก็เป็นแบบที่ตัวเองเป็น คือเป็นเพียงนักเรียนที่ต้องเรียนรู้ไม่รู้จบต่อไป แทนที่จะถามว่า “ลูกอยากเป็นอะไร” เราควรถามว่า “ลูกอยากทำอะไร” มากกว่า...พระเจ้าสุทโธธนะยังเอาสิทธัตถะไม่อยู่เลย
 
         อย่าถือสา "การศึกษาตามยถากรรม" แบบผมเลยครับ