ไลฟ์สไตล์

ไอเดียเด็กปรับโฉมพิพิธภัณฑ์

ไอเดียเด็กปรับโฉมพิพิธภัณฑ์

11 มิ.ย. 2558

ศิลปวัฒนธรรม : ไอเดียเด็กปรับโฉมพิพิธภัณฑ์

 
          คมคิดและพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ได้โดยง่าย เช่นเดียวกับเยาวชนโครงการปั้นนักพิพิธภัณฑ์สายพันธุ์สยาม หรือ “ยัง มิวส์ โปรเจกท์” ที่มิวเซียมสยามจัดมาอย่างต่อเนื่องจนมาถึงปีที่ 5 เพื่อค้นหาเยาวชนที่รักและสนใจงานพิพิธภัณฑ์ให้ได้มีส่วนร่วมในการสืบสานงานอนุรักษ์ และต่อยอดกระบวนการเรียนรู้ของพิพิธภัณฑ์ไทยให้ก้าวสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้รูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด “ดิสคัฟเวอรี่ มิวเซียม” งานนี้ได้ผู้ชนะจาก “ทีมต่อไป” เป็นน้องๆ นักศึกษาปี 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบังช่วยกันร่วมจุดประกายความคิดปรับปรุง “พิพิธภัณฑ์บ้านตุ๊กตา (Bangkok Dolls)” ครั้งใหญ่หลังจากเปิดมากว่า 60 ปีและยังไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงเลย
 
          ราเมศ พรหม ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ เปิดเผยว่าโครงการนี้เป็นการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถพัฒนาตัวของพิพิธภัณฑ์ไปพร้อมๆ กันกับการเปลี่ยนทัศนคติของคนไทยใหม่ว่าพิพิธภัณฑ์ไม่ใช่สถานที่น่าเบื่อ เพราะถือเป็นสะพานเชื่อมโยงรากเหง้าของตัวเอง และสามารถสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ที่จะนำมาใช้ในการตัดสินใจและขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ต่อไปในอนาคต ซึ่งทักษะหนึ่งที่จำเป็นมากสำหรับคนรุ่นใหม่คือความคิดสร้างสรรค์ ผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์แหลมคมจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสังคมและชาติต่อไป
 
          ด้าน รศ.อาภัสสร์ จันทวิมล ทายาทคุณหญิงทองก้อน จันทวิมล ผู้สืบทอดเจตนารมณ์อนุรักษ์งานตุ๊กตาไทย พิพิธภัณฑ์บ้านตุ๊กตา กล่าวว่า นับแต่วันแรกที่น้องๆ เข้ามาหาข้อมูลบอกว่าจะนำไปประกวดก็อยากให้ฝันของน้องๆ สำเร็จ สำหรับบ้านตุ๊กตาในอดีตเรียกว่าทำตามยถากรรมตั้งแต่ปี 2499 ของจัดโชว์ส่วนใหญ่เป็นของสะสมของคุณแม่ เมื่อกระแสพิพิธภัณฑ์มาแรงเมื่อ 7-8 ปีก่อน คิดว่าควรเปลี่ยนจากผู้ผลิตศิลปะมาเป็นพิพิธภัณฑ์น่าจะจูงใจเด็กๆ และเยาวชนไทยให้เข้ามาเยี่ยมชมได้มากขึ้น นิสัยคนไทยไม่ชอบดูอย่างเดียวเพราะเกรงใจ ต่างจากฝรั่งที่ชอบดูตามดูทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศค่อนข้างมาด จุดเด่นของที่นี่คือทุกชิ้นเป็นงานทำมือ มีการสาธิตให้ชมด้วย
 
          “เราไม่ได้เก็บเงินค่าเข้าชม อยากให้คนไทยเข้ามาเที่ยวบ้าง หลังจากมิวเซียมสยามมาช่วยปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้นคิดว่าคนไทยกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของเราจะเข้าชมมากขึ้น แต่จริงๆ ถ้าไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาชมก็คงสูญหาย เพราะค่าเข้าบำรุงสูงมาก หากเราเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยขึ้น อนาคตก็เป็นตัวอย่างให้ที่อื่นๆ ปรับให้ทันสมัยได้มาตรฐาน แต่นักศึกษานำเสนอว่าจะวางตุ๊กตาให้น้อยลงจากเดิมจะได้มีความน่าสนใจขึ้น ซึ่งการเคลื่อนย้ายสิ่งจัดแสดงก็ทำให้เจอปลวกก่อนจะสายเกินไป อีกอย่างหนึ่งคือชุดรำแม่บทเดิมมี 19 ท่า กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ค้นคว้าเรื่องรำจนพบว่ามี 68 ท่า ต่อมากรมศิลปฯ นำ 68 ท่ามาถ่ายภาพไว้เพื่อการอนุรักษ์ ตอนนี้เราทำตุ๊กตารำแม่บทราว 30 ท่า เป็นการนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไสทยไว้ในรูปแบบตุ๊กตา หวังว่าต่อไปถ้าใครอยากได้อะไรที่เป็นเอกลักษณ์ไทยจะนึกถึงบางกอก ดอลล์ และสิ่งที่ต้องเร่งทำโดยด่วนคือคำบรรยายภาษาอังกฤษเพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติ” เจ้าของพิพิธภัณฑ์ กล่าว
 
          ในการเข้าไปช่วยปรับปรุงบ้านตุ๊กตา “เจนนี่” อรกาญจน์ หนุนพาณิชพงษ์ ตัวแทนเพื่อนๆ ทีม “ต่อไป” เล่าแรงบันดาลใจว่า เริ่มจากรู้จักที่นี่จากทางอินเทอร์เน็ตขณะค้นหาข้อมูล รู้สึกว่าอยากมาเห็นกับตา จึงชักชวนเพื่อนๆ ขับรถมาดูเห็นตุ๊กตาไทยสวยมาก มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ น่าสนใจดี แต่ก็สงสัยว่าทำไมคนทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก น่าจะช่วยพัฒนาต่อยอดให้เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยทางหนึ่ง ซึ่ง โครงการนี้ทำให้ได้เรียนรู้ว่าการวางแผนกับการทำงานจริงนั้นอาจไม่เป็นอย่างที่คิด จากการพูดคุยกับเจ้าของพิพิธภัณฑ์ที่มีประสบการณ์มากกว่า พบว่าการออกแบบใดๆ ก็ตามต้องคำนึงถึงผู้อยู่อาศัยไม่ใช่แค่โปลกในอุดมคติที่คิดไปเองว่าดี สุดท้ายได้ข้อสรุปว่าควรดำรงรักษาบรรยากาศเดิมของที่นี่เอาไว้ และมุ่งพัฒนาวิธีการจัดแสดงมากกว่าเพื่อเพิ่มคุณค่าและเรื่องราวให้แก่พิพิธภัณฑ์
 
          “เจ้าของบ้านให้ข้อมูลว่านักท่องเที่ยวกลุ่มจีน เกาหลี เข้ามาชมเยอะ อยากให้คนไทยมาสนใจบ้าง การปรับปรุงที่พวกเราทำคือด้านกายภาพ และนิทรรศการ ด้านกายภาพพวกเราเรียนสถาปัตยกรรมมา เริ่มจากการปรับปรุงประตูเข้าด้านหน้าจากบานเดียวใหญ่ๆ ที่พอเปิดเข้าแล้วไปกินเนื้อที่โดยไม่จำเป็น เป็นประตูความกว้างเท่าเดิมแต่แบ่งเป็นสองบานเปิดพับไปคนละด้านประหยัดเนื้อที่ และทำให้เดินง่ายขึ้น ย้ายตู้เอกสารหน้าทางเข้าไปมุมอื่นแล้วนำโต๊ะกลางขนาดไม่ใหญ่มากมาวางแทนเพื่อให้เป็นมุมเช็กอินเซลฟี่สอดคล้องกับยุคนี้ที่คนนิยมเซลฟี่แล้วโพสต์บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก กลายเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ทางหนึ่ง ปรับปรุงฉากหลังให้เข้ากับเรื่องราวที่จัดแสดง ปรับสีไม่ให้แย่งความน่าสนใจไปจากของจัดแสดง ไฮไลท์คือตุ๊กตา ”ชุดยกทัพ“ ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดตุ๊กตาจากโปแลนด์ ตอนแรกจัดไว้ในตู้เล็กเลยย้ายมาอยู่ตู้ขนาดใหญ่ขึ้นแล้วทำป้ายอธิบายให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว” คนรุ่นใหม่หัวใจอนุรักษ์ แจกแจงแนวทางการทำงาน