
ไข้หวัดมรณะชนะได้ด้วยตัวคุณ
ยุคนี้น่าแปลก ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก หรือจะเป็นไปตามความเชื่อที่ว่า กลียุค ใกล้เข้ามาแล้ว แต่ก่อนที่จะไปไกลถึงขั้นนั้นความจริงแล้วการ เกิดเรื่องรวมมิตร ขึ้นพร้อมกันไม่ใช่เฉพาะยุคนี้เท่านั้น แต่มีมาทุกยุคนับแต่มนุษย์อุบัติมาแล้ว ซึ่ง
ดังเช่นเชื้อไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์เม็กซิโก ที่ทำให้คนเราไปโทษหมูกันอยู่นาน ที่จริงนั้นไม่ว่าจะเชื้อไข้หวัดอะไรก็สร้างภาพอันตรายอยู่ได้เหมือนกัน เพียงแต่บางชนิดกลายเป็นเชื้อรุนแรงแฝงมรณะไว้ด้วยก็เพราะเหตุ 2 ประการหลัก คือ 1.ตัวเล็กเป็นระดับจุลมหาจุล 2.เทคโนโลยีเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ทำให้มันแพร่ไปได้ไกลในปริมาณอันมากและในเวลารวดเร็ว
เชื้อไวรัสไข้หวัดเม็กซิโก เป็นเพียงเชื้อตัวจ้อยเสียยิ่งกว่าเส้นผมคน แบ่งเป็นพันส่วนมันจึงใช้วิธีง่ายๆ ในการปรับตัวให้ “ฉลาด” กว่ายาสารพัด ด้วยเหตุนี้มันจึงถีบตัวเองขึ้นแท่นเป็น "เชื้อมรณะ" ได้อย่างรวดเร็วแซงหน้าไวรัสไข้หวัดนก ทั้งที่ไข้หวัดนกมีโอกาสฆ่าคนได้สูงกว่าเชื้อไวรัสไข้หวัดเม็กซิโกถึง 10 เท่า แต่มันกลับแพร่กระจายได้ไม่เร็วเท่า ดังที่เห็นว่าไข้หวัดเม็กซิโกนี้ใช้เวลาไม่นานเลยในการแพร่ จากใจกลางเมืองหลวงของประเทศเข้าไปสู่อเมริกา แคนาดา ยุโรป แอฟริกา และเอเชียด้วย ยิ่งช่วยย้ำเป็นอย่างดีว่าถ้าอยู่นิ่งเฉยคงไม่ดีแน่ แต่อย่าเพิ่งตกใจเพราะโรคนี้ติดง่ายจริงอยู่ แต่เพียงแค่รู้ป้องกันให้ดีก็สามารถสยบมันได้แล้ว
5 สัญญาณร้ายไข้หวัดหมูผู้ร้ายไวรัสแดนจังโก้ 1.มีไข้สูงลอยไม่ทราบสาเหตุ กินยาแล้วไม่หาย 2.ปวดเมื่อยตัว เบื่ออาหาร 3.มีน้ำมูก ไอรุนแรงจนถึงขั้นหอบ 4.มีประวัติสัมผัสกับผู้ที่เป็นโรคหรือผู้ที่มาจากประเทศเม็กซิโกหรือประเทศที่มีการติดเชื้อ และ 5.เป็นชาว “สุกรนิยม” ได้แก่ มีอาชีพเลี้ยงหมู ขายหมูหรือมีนิวาสสถานอยู่ใกล้กับลานเลี้ยงหมู
ส่วนเรื่องการกินเนื้อหมูนั้นไม่ทำให้ติดโรคดังที่กังวล เพราะทุกคนคงจะรับประทานหมูสุกกันเป็นส่วนใหญ่ แถมตอนนี้ราคาหมูหน้าเขียงก็ขึ้นพรวดพราดขึ้นไปมากทีเดียว รัฐบาลจึงอยากให้เรียกโรคนี้เสียใหม่ว่าไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดมาจากประเทศเม็กซิโก ไม่ใช่ไข้หวัดหมูซึ่งฟังแล้วน่ากลัว
การล้างมือจนถึงข้อศอก และ ใส่ที่ปิดปาก-จมูก เป็นวิธีป้องกันตัวที่ง่ายแต่ได้ผลดี ไม่ว่าไข้หวัดอะไรชนะได้ด้วยเทคนิค “สร้างภูมิคุ้มกันให้คุ้มกาย” ดังที่กล่าวไปว่าเรื่องไวรัสไข้หวัดนั้นแม้ในคนยังไร้วี่แววในการรักษาแบบเผด็จศึกโดยใช้ยาได้
ทว่า ยังมีอีกวิธีหนึ่งซึ่งได้ผลดีไม่แพ้กันคือการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้คุ้มกายเราเอง โดย 1.นอนหลับให้พอเพียง โดยเข้านอนสี่ทุ่มและตื่นหกโมงเช้าสม่ำเสมอ 2.ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงต่อวัน ยกเว้นวันที่รู้สึกเหนื่อยหรือไม่สบาย 3.ล้างมือตั้งแต่ปลายนิ้วไปจนจรดข้อศอกบ่อยๆ 4.เจ็บไข้ไม่สบายให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจว่าเป็นไข้จากอะไร 5.หากอยู่ใกล้คนไข้ให้ใส่ที่ปิดปากจมูกที่เหมาะสม 6.กินวิตามินซีหรือผลไม้รสเปรี้ยวช่วยเสริมคอลลาเจนเติมภูมิคุ้มกันให้เม็ดเลือดขาว 7.รับประทานโป๊ยกั้กหรือพะโล้ เพราะมีสารตั้งต้นในการต้านไวรัสได้คล้ายกับในทามิฟลู
ทั้งเจ็ดประการนี้ เป็นวิธีหนี "ไข้หวัดเม็กซิโก" หรือ "ไข้หวัดหมู" ให้ไกลๆ จะเห็นว่าอาหารไทยมีส่วนช่วยอยู่เยอะมาก อย่างที่ทั่วโลกต้องอิจฉาด้วยว่าไม่มีชาติไหนที่มีพืชสมุนไพรที่ทั้งโอชาและยังมีประโยชน์มหาศาลอย่าง “โป๊ยกั้ก” ของชาวเอเชียเราอีกแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้เข้มข้นฆ่าเชื้อได้อย่างยาเคมีแต่ก็ช่วยให้มีสุขภาพดีได้ รวมถึง ขิง สะระแหน่ ใบหม่อน กับดอกเก๊กฮวยอบแห้ง ทางการสาธารณสุขแถบเอเชียแนะนำไว้ก็เป็นการป้องกันสุขภาพตามแนวธรรมชาติ
อย่าเพิ่งตื่นกลัวกับไข้หวัดเม็กซิโกระดับสี่จนโอเวอร์ไป ทำให้ชีวิตไร้สุขในการกินหมู หรือต้องอยู่กันอย่างระแวงเพิ่มระดับความเครียดไปอีก
0นพ.กฤษดา ศิรามพุช 0 พ.บ. (จุฬาฯ)
ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine
[email protected]



