
งานศิลป์...'ดิน ลม ไฟ และน้ำ'ในเวนิส เบียนนาเล่ครั้งที่56
งานศิลป์...'ดิน ลม ไฟ และน้ำ' ในเวนิส เบียนนาเล่ครั้งที่ 56 : พวงชมพู ประเสริฐเรื่อง/ภาพ
"เวนิส เบียนนาเล่" (La Biennale di Venezia) มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติที่เปรียบประดุจนิทรรศการระดับโอลิมปิกแห่งแวดวงศิลปะ เริ่มจัดครั้งที่ 1 เมื่อ 120 ปีก่อนช่วงปีพ.ศ.2438 และจะจัดขึ้นทุกๆ 2 ปีมาอย่างต่อเนื่อง มีศิลปินชื่อเสียงระดับโลกเคยได้รับคัดเลือกให้แสดงผลงานที่นี่มากมาย อาทิ ออกุส เรนัวร์, จอร์จิโอ ดิ เคยริโก และวินเซ็น แวนโก๊ะ เป็นต้น โดยในปี 2558 นับเป็นครั้งที่ 56 ภายใต้ชื่อ "ALL The Worlds Futures" มีศิลปิน 136 คนจาก 53 ประเทศเข้าร่วม ที่สวนเจียร์ดินี (Giardini) เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี
สถานที่หลักของการจัดแสดง คือ สวนเจียร์ดินี สวนสาธารณะที่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม โดยมีอาคารถาวรของแต่ละประเทศที่เป็นสมาชิกเบียนนาเล่ เช่าพื้นที่แสดงผลงานแบบระยะยาวร่วม 30 ปี แทรกตัวอย่างกลมกลืน ทว่า ยังมีพื้นที่จัดแสดงผลงานที่บริเวณอาร์เซนาเล่ (Arsenale) และสถานที่ต่างๆ ทั่วเมืองเวนิส ตามที่ประเทศต่างๆ ที่ไม่มีพื้นที่จัดแสดงถาวรจะจัดขึ้นด้วย โดยศิลปินที่มีโอกาสเข้าร่วมแสดงผลงานจะเป็นเหมือนตัวแทนของประเทศที่ได้รับคัดเลือก ส่งผลให้งานของบางประเทศได้รับความสนใจจนต้องเข้าแถวรอชม
อย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่นที่มีพื้นที่แสดงถาวรในเจียร์ดินี่ เป็นผลงานศิลปะที่นำกุญแจนับหมื่นดอกมาผูกโยงเชื่อมร้อยกับเส้นด้ายสีแดงกว่า 10 กิโลเมตร โยงใยทั่วทั้งห้องจัดแสดง โดยมีเรือเล็ก 2 ลำ เป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงเรื่องราวในแนวคิดกุญแจในมือ (The Key in the Hand) หรือประเทศเกาหลีใต้ ที่จัดแสดงผ่านจอโทรทัศนแ ?งานแบบระยะยาวร่วม 30 ปี แทรกตัวอย่างกลมกลืน ทว่า ยังมีพื้นที่จัดแสดงผลงานที่บริเวณอาร์เซนาเล่ (Arsenale) และสถานที่ต่างๆ ทั่วเมืองเวนิส ตามที่ประเทศต่างๆ ที่ไม่มีพื้นที่จัดแสดงถาวรจะจัดขึ้นด้วย โดยศิลปินที่มีโอกาสเข้าร่วมแสดงผลงานจะเป็นเหมือนตัวแทนของประเทศที่ได้รับคัดเลือก ส่งผลให้งานของบางประเทศได้รับความสนใจจนต้องเข้าแถวรอชม
อย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่นที่มีพื้นที่แสดงถาวรในเจียร์ดินี่ เป็นผลงานศิลปะที่นำกุญแจนับหมื่นดอกมาผูกโยงเชื่อมร้อยกับเส้นด้ายสีแดงกว่า 10 กิโลเมตร โยงใยทั่วทั้งห้องจัดแสดง โดยมีเรือเล็ก 2 ลำ เป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงเรื่องราวในแนวคิดกุญแจในมือ (The Key in the Hand) หรือประเทศเกาหลีใต้ ที่จัดแสดงผ่านจอโทรทัศน์ที่ติดตั้งไว้รอบห้อง ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของคนในอนาคตที่สามารถพับเก็บสิ่งแวดล้อมไว้ในเทคโนโลยีได้ เป็นเหมือนแอพพลิเคชั่น เช่น อากาศ หรือสวนสาธารณะ ต่อเมื่อต้องการวิ่งในสวนสาธารณะก็กดจากแอพพลิเคชั่นขึ้นมาเป็นสวนสาธารณะแล้วสามารถวิ่งออกกำลังวนไปเรื่อยๆ แทนการวิ่งที่สวนจริง ในแนวคิด The ways of folding space&flying และประเทศฝรั่งเศส ที่นำต้นไม้ทั้งต้นที่ยังมีชีวิตอยู่มาติดตั้งกลไกเทคโนโลยีแล้วใช้รีโมทบังคับเพื่อให้เหมือนกับต้นไม้เคลื่อนย้ายไปพื้นที่ต่างๆ ได้เอง ชื่อผลงาน "ป่าเดินออกจากเราไปแล้ว"
ในส่วนของประเทศไทยมีความสัมพันธ์กับงานเวนิส เบียนนาเล่มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยเมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรป พระองค์เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรนิทรรศการนี้ในการจัดครั้งที่ 1 และ 2 กระทั่งปี 2546 สถาบันเวนิส เบียนนาเล่ ได้เชิญประเทศไทยเข้าร่วมแสดงนิทรรศการ ครั้งที่ 50 และได้เข้าร่วมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับเวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 56 สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้คัดเลือกให้ ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ ปี 2540 สาขาทัศนศิลป์ เป็นตัวแทนศิลปินไทยเข้าร่วมจัดแสดงผลงาน ภายใต้แนวคิด "ดิน ลม ไฟและน้ำ (Earth, Air, Fire and Water)" มีนายริชาร์ด เดวิด การสท์(Richard David Garst) ชาวอเมริกันเป็นภัณฑารักษ์ โดยเช่าพื้นที่จัดแสดงที่ร้านอาหารพาราดิโซ (Paradiso Gellery) บริเวณด้านหน้าสวนเจียร์ดินี่ เนื่องจากประเทศไทยไม่มีพื้นที่แสดงถาวร แม้จะได้รับสิทธิ์จากเวนิส เบียนนาเล่ให้ก่อสร้างอาคารถาวรได้ แต่ไทยไม่มีงบประมาณ
ดร.กมล อธิบายว่า ผลงานที่นำมาจัดแสดงครั้งนี้ประมาณ 16-17 ชิ้น เป็นจิตรกรรมขนาดใหญ่ 1 ชิ้น ภาพพิมพ์ 2 ชิ้น ที่เหลือเป็นประติมากรรมจากโลหะ ในการสร้างสรรค์งานใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย โดยใช้เลเซอร์น้ำในการเจาะ ฉลุ ตัดอะลูมิเนียมและทองแดงเป็นลวดลายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของดิน น้ำ ลม ไฟ การนำเสนอผลงานจะใช้เรื่องแสงและเงาทำให้มีความโดดเด่นเห็นเรื่องราวบนชิ้นงานชัดเจนขึ้นจากเงาที่ตกกระทบลงบนพื้นผิว ซึ่งได้พัฒนามาจากการแสดงหนังใหญ่ของไทย เป็นการแสดงให้เห็นถึงศิลปะร่วมสมัยที่มีการผสมผสานกับการไม่ลืมรากเหง้าของเราเอง
"ผลงานจะมีการผสมผสานทั้งเทคโนโลยีและรากเหง้าของเราเองในการสร้างสรรค์ โดยแนวคิดหลักเกี่ยวกับดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งเป็นปรัชญาเชิงพุทธศาสตร์ที่โลกและร่างกายของมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตายย่อมเกี่ยวข้องกับ 4 สิ่งนี้ในทุกๆ วันตลอดเวลาอย่างหนีไม่พ้น และก็จะเกิดการหมุนเวียนเช่นนี้เรื่อยๆ เป็นวัฏจักร" ดร.กมล อธิบายถึงแนวคิดการสร้างผลงาน
ดร.กมล บอกด้วยว่า งานเวนิส เบียนนาเล่ เป็นเหมือนโอลิมปิกในวงการศิลปะที่ศิลปินทุกคนต้องการที่จะมีโอกาสเข้าร่วม การเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้แสดงผลงานในงานนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการสร้างสรรค์งานศิลป์ของศิลปินไทยที่ไม่น้อยหน้าประเทศไหนๆ สร้างศักดิ์ศรี เกียรติภูมิและช่วยยกระดับการคิดสร้างงานศิลปะของไทย จากการที่ได้เห็นผลงานที่เข้มข้นจากหลากหลายประเทศที่มาจัดแสดง
การจัดแสดงผลงานของ ดร.กมล เริ่มเปิดฉากขึ้นเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดวธ. นายสุรพิทย์ กีรติบุตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม นายชาย นครชัย ผอ.สศร. และผู้มีเกียรติในแวดวงศิลปะเข้าร่วมจำนวนมาก และจะจัดแสดงจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2558
นายวีระ ให้ความเห็นว่า นโยบายของรัฐบาลต้องการใช้งานด้านวัฒนธรรมเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของการสร้างภาพลักษณ์และเกียรติภูมิที่ดีของประเทศ การที่ศิลปินเข้าร่วมการจัดแสดงผลงานในมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติเวนิส เบียนนาเล่ จึงเป็นการใช้ผลงานด้านศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศไทย นอกเหนือจากส่งเสริมผลงานของศิลปินไทยให้เข้าสู่เวทีระดับโลก
การที่ประเทศไทยเข้าร่วมมหกรรมศิลปะร่วมสมัย เวนีส เบียนนาเล่ เป็นการเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้แสดงผลงานในระดับนานาชาติ ไม่เพียงเท่านี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างไทยและอิตาลีด้วย



