
แนะผู้ป่วยเบาหวานกินสมุนไพรรสขมบำรุงตับ
05 มิ.ย. 2558
ดูแลสุขภาพ : แนะผู้ป่วยเบาหวานกินสมุนไพรรสขมบำรุงตับ
มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จัดงานเสวนาวิชาการ “กินอยู่ แบบรู้ทันเบาหวาน” เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจโรคเบาหวาน มีแนวทางในดูแลและควบคุมเบาหวานด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ตลอดจนสามารถนำพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านมาใช้ประโยชน์ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานได้อย่างถูกต้อง
นพ.จรัญ บุญฤทธิการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยเบาหวานในไทยกว่า 3 ล้านคน โดยใน 100 คน จะมีผู้ป่วยโรคเบาหวานถึง 10 คน นับเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งผู้ป่วยโรคนี้มักเกิดอาการแทรกซ้อนได้ง่าย จึงแนะนำให้ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรไปตรวจสุขภาพไว้ก่อน ส่วนอาการเบาหวานที่พบได้บ่อย คือ ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำมาก น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ รับประทานอาหารมากจะมีอาการอ่อนเพลีย ซึม ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ชา ตามปลายมือปลายเท้า คันตามผิวหนังและบริเวณอวัยวะเพศ ความรู้สึกทางเพศลดลงหรือหมดไป ตามัวพร่า แผลหายช้า
รศ.ดร.เพ็ญโฉม พึ่งวิชา ภาควิชาสรีรวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “โรคเบาหวาน เป็นภาวะเรื้อรังของการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เกิดจากร่างกายขาดอินซูลินหรืออินซูลินที่มีอยู่ใช้ไม่ได้ผลเต็มที่ “อินซูลิน” เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากตับอ่อน มีหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติ เมื่อเกิดความบกพร่องของการสร้างหรือการทำงานของอินซูลิน หรือทั้งสองกรณี ร่างกายก็ไม่สามารถใช้น้ำตาลได้ตามปกติ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น นานๆ เข้าก็ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ อาทิ เบาหวานขึ้นตา เบาหวานลงไต ปลายประสาทอักเสบ ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง และโรคติดเชื้อต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุให้พิการหรือเสียชีวิต
เบาหวานแบ่งเป็น 4 ชนิด คือ ชนิดพึ่งอินซูลิน ชนิดไม่พึ่งอินซูลิน เบาหวานในหญิงตั้งครรภ์ และชนิดอื่นๆ ซึ่งแนวทางการรักษาเบาหวานให้ได้ผลดี ต้องประกอบด้วย การควบคุมอาหาร ผู้ป่วยและญาติผู้ดูแลจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวาน การใช้ยา (อาจไม่จำเป็นในบางราย) และการออกกำลังกาย ซึ่งนับเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เมื่อเซลล์กล้ามเนื้อหดตัวจะจับน้ำตาลเข้าในเซลล์ได้ดี ช่วยลดภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น และอาจทำให้ลดการใช้ยาลงได้บ้าง แต่อย่างไรก็ตามผู้ป่วยที่ได้รับยาอินซูลินหรือยากระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดก่อนและหลังออกกำลังกาย หรือหลังออกกำลังกายหลายๆ ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ”
ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า “ปัจจุบันแม้ว่าระบบประกันสุขภาพจะครอบคลุมคนไทยทุกคน แต่ก็ยังมีผู้ป่วยที่แสวงหาสมุนไพรเพื่อลดน้ำตาลในเลือด ด้วยความหวังว่าจะหาย เบื่อหน่ายกับการที่ต้องรับประทานยาลดน้ำตาลในเลือดทุกวัน จนเป็นเหยื่อของความเชื่อที่ผิด และการโฆษณาที่หวังหาผลประโยชน์ ทำให้สูญเสียโอกาสในการรักษาที่ถูกต้อง เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้น และเสี่ยงต่ออันตรายจากการใช้ยาสมุนไพร เช่น เกิดเป็นพิษเมื่อใช้ในขนาดที่ไม่ถูกต้อง หรือสมุนไพรบางชนิดเมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานก็อาจเกิดพิษได้ ทั้งที่ความจริงแล้วมีสมุนไพรจำนวนมากที่เป็นประโยชน์ต่อโรคเบาหวาน อย่างเช่น มะระขี้นก สมุนไพรรสขมซึ่งมีสรรพคุณช่วยบำรุงตับ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยจะรับประทานแบบแคปซูล หรือนำมาปรุงเป็นอาหารก็ได้เช่นกัน
รสยาและชนิดของสมุนไพรที่หมอยานำมาใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน แบ่งได้เป็น
สมุนไพรที่มีรสขม ช่วยบำรุงตับ ซึ่งตับมีหน้าที่สร้างไฟธาตุ สร้างน้ำดีในการย่อยอาหาร ได้แก่ มะระขี้นก ฟ้าทะลายโจร ครอบจักรวาล บอระเพ็ด ชิงช้าชาลี แห้ม รางจืด ขมิ้นขม สะเดา ขี้เหล็ก ว่านค้างคาวดำ ผักเชียงดา ผักง้วนหมู หนุมานประสานกาย จักรนารายณ์ มะแว้ง มะเขือพวง ราชดัด ลูกใต้ใบ ตีนเป็ด ไมยราบ เป็นต้น
สมุนไพรที่มีรสร้อน มีกลิ่นฉุน ช่วยย่อย ช่วยกระจายเลือดลม ทำให้เลือดลมเดินสะดวก เช่น พริกไทย กุ่ม เจตมูลเพลิง สะตอ หมุย (หอมแขก) แห้วหมู พลูคาว หญ้าดอกขาว ข่า ใบกะเพรา อบเชย กระวาน ใบพืชตระกูลมะนาว เช่น ใบมะนาว ใบเขยตาย ผักกะสัง เป็นต้น
สมุนไพรที่มีรสฝาด ช่วยสมานเนื้อหนัง ทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ แข็งแรง กระชับ มีช่องทำให้ลมเดินได้สะดวกขึ้น เพิ่มธาตุไฟได้เล็กน้อย เช่น มะขามป้อม ตรีผลา ขมิ้นชัน มังคุด ไพล เกสรบัว เถาวัลย์เปรียง ใบไข่เน่า ใบหว้า เมล็ดหว้า มะตูม(ฝาดหวาน) ซึ่งสมุนไพรเหล่านี้มีสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมต่างๆ ที่นำไปสู่อาการแทรกซ้อนของเบาหวาน
สมุนไพรที่มีรสจืด ช่วยขับน้ำ ช่วยการทำงานของไต เช่น รากเตย รากลำเจียก รากข้าว ข้าวโพด (ซัง/ไหม) ตำลึง ฟักแฟง หญ้าปราบ บานไม่รู้โรย วุ้นว่านหางจระเข้ การขับน้ำออกไปจำนวนหนึ่งจะทำให้ธาตุไฟมีกำลังมากขึ้น
สมุนไพรที่มีรสเมาเบื่อ ช่วยกำจัดพิษ ปรับธาตุไฟให้เป็นปกติ เมื่อร่างกายมีภาวะชุ่มน้ำหรือน้ำเกิน สมุนไพรที่ช่วยขับน้ำก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้พิษสงบ เช่น ขันทองพยาบาท ชุมเห็ด ทองพันชั่ง กำแพงเจ็ดชั้น หัวร้อยรู หัวข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ เป็นต้น สมุนไพรเหล่านี้เหมาะกับผู้ที่ป่วยมานานสะสมสารพิษไว้มาก
นอกจากรสเหล่านี้ ยังพบสมุนไพรที่รสเปรี้ยวและหวานในตำรับยาเบาหวานด้วย แต่อย่างไรก็ตามสมุนไพรชนิดหนึ่งๆ อาจมีได้หลากหลายรส เช่น ขมิ้นชัน มีรสฝาด หวาน เผ็ด มะขามป้อม มีรสฝาด เปรี้ยว หวานรวมๆ กันอยู่ ดังนั้น สมุนไพรหลายชนิดจึงไม่สามารถแยกรสได้อย่างเด็ดขาด
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร



