
เปลี่ยนผักตบชวาเป็นก๊าซชีวภาพ นำผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์
04 มิ.ย. 2558
เปลี่ยนผักตบชวาเป็นก๊าซชีวภาพ นำผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ผนึกเครือข่ายนำองค์ความรู้จากงานวิจัยเปลี่ยนผักตบชวาเป็นก๊าซชีวภาพ ด้วยจุลินทรีย์ธรรมชาติศักยภาพสูงเผยแพร่สู่ชุมชนคลองสามวา จนประสบความสำเร็จและได้จัดตั้งหน่วยเรียนรู้ต้นแบบในชุมชนเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน “ทำง่าย ใช้งานได้จริง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” หน่วยการเรียนรู้ต้นแบบหน่วยงานแรกเกิดขึ้น ณ ชุมชนคลองสามวา เขตมีนบุรี กทม. โดยความสนับสนุนและร่วมมือจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และกองทัพบก กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
ดร.อนามัย ดำเนตร รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณบดีคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.)ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และกองทัพบก กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประจำปี 2557 ประสบความสำเร็จในการนำผลงานวิจัยเผยแพร่องค์ความรู้การเปลี่ยนผักตบชวาเป็นก๊าซชีวภาพ ด้วยจุลินทรีย์ธรรมชาติศักยภาพสูงเผยแพร่สู่ชุมชนคลองสามวา เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้การอบรมได้ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 3 รุ่นและได้ผลตอบรับจากผู้เข้าอบรมอย่างดียิ่ง จึงได้มอบหมายให้คณะผู้วิจัย ประกอบด้วย รศ.ดร.จุรีย์รัตน์ ลีสมิทธิ์ รศ.จิตราภรณ์ ธวัชพันธุ์ และนายขวัญชัย นิ่มอนันต์ ลงพื้นที่ในหน่วยงานและชุมชนต่างๆ ที่เข้ารับการอบรมเพื่อติดตามผลการนำความรู้จากการอบรมไปใช้ประโยชน์ พบว่าชุมชนคลองสามวา เขตมีนบุรี หนึ่งในชุมชนที่นำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน รศ.ดร.จุรีย์รัตน์ ลีสมิทธิ์ หัวหน้าโครงการวิจัยด้านทรัพยากรจุลินทรีย์ กล่าวถึงเหตุผลที่เลือกชุมชนคลองสามวา เป็นหน่วยการเรียนรู้ต้นแบบหน่วยแรกว่า สิ่งที่ประทับใจคือ ชุมชนคลองสามวา เป็นชุมชนที่สมาชิกของชุมชนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการแก้ปัญหาจากผักตบชวา สมาชิกของชุมชนมีความร่วมแรงร่วมใจและสามัคคีกัน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชุมชน การลงพื้นที่ในชุมชนแต่ละครั้งของทีมวิจัย จะมีสมาชิกของชุมชนเข้าร่วมพบปะพูดคุย มีความกระตือรือร้น เพื่อให้โครงการ ‘เปลี่ยนผักตบชวาเป็นก๊าซชีวภาพ ด้วยจุลินทรีย์ธรรมชาติศักยภาพสูง’ ในชุมชนของพวกเขาประสบความสำเร็จ
“งานวิจัยในห้องแล็บ ได้ถ่ายทอดสู่ประชาชนและชุมชนอย่างแท้จริงแล้ว ทุกคนสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง ทำได้ด้วยตนเอง ในขณะเดียวกันก็ทำให้สภาพแวดล้อมในชุมชนดีขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่าย สร้างความกินดีอยู่ดีให้กับคนในชุมชน และชุมชนเกิดความสามัคคี ก่อให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนของชุมชนต่อไป นี่คือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดสำหรับโครงการนี้”



