ไลฟ์สไตล์

 กำพืชสยาม

กำพืชสยาม

18 ก.ค. 2552

หลังจากประชุมการเตรียมงานอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ที่อุทยานสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคม ที่กำลังจะมาถึงนี้ ในระหว่างทางกลับ อ.ยักษ์ และคณะผู้เข้าร่วมประชุมได้รับเกียรติจากผู้บริหารเมืองโบราณเข้าเยี่ยมชมสถานที่ที่เป็นแหล่งรวบรวมและแหล่งเรียนรู

    โดยการย้อนอดีตเข้าไปอยู่ในยุดสมัยประวัติศาสตร์จริงๆ วันที่เยี่ยมชมเมืองโบราณ ถือเป็นวันหนึ่งที่ อ.ยักษ์ มีความสุขมาก ในช่วงเช้าของการประชุมเตรียมงานอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ถือเป็นความพยามของคนไทยกลุ่มหนึ่งที่จะรักษา “กำพืชสยาม” ในทางกายภาพ เป็นความพยายามจะเก็บรักษาพืชพันธุ์นานาชนิดที่เป็นมรดกของประเทศนี้ให้ดำรงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน ให้ลูกให้หลานมีโอกาสเห็นได้รู้จักต้นหมากรากไม้ของบรรพบุรุษ ก่อนที่วัฒนธรรมล่าเมืองขึ้นในรูปแบบ “ทุน” จะแปลงต้นหมากรากไม้เหล่านี้ด้วยการตัดแต่งพันธุกรรมจนคนไทยหมดโอกาสได้รู้จักต้นไม้ของตนจริงๆ

 ช่วงบ่าย ระหว่างที่เดินเที่ยวชมเมืองโบราณ อ.ยักษ์ อดคิดไม่ได้ว่า คุณเล็ก วิริยะพันธุ์  ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณ ผู้ล่วงลับ หนึ่งในสมาชิกขบวนการเสรีไทย คงคิดคล้ายๆ กันว่า ถ้าไม่ทำอะไรที่เป็นการรักษามรดกทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ สักวันหนึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะเลือนหายไป ลูกหลานไทย จะกลายเป็นคนที่ลืม “รากและกำพืด” ของตนเอง ต้นไม้ที่ไร้รากไม่อาจยืนอยู่อย่างมั่นคงฉันใด คนที่ไร้รากก็ไม่อาจอยู่ได้อย่างมั่นคงทางจิตวิญญาณได้ฉันนั้น   

 คนที่ไร้รากก็เปรียบเหมือนต้นไม้จีเอ็มโอ ที่กลายพันธุ์ไม่รู้ว่าตนเองเป็นใคร มีที่มาเป็นอย่างไร จิตสำนึกที่ รักษาชาติหวงแหนประเพณีวัฒนธรรมของตนเอง ทำให้คุณเล็กคิดต่างจากคนที่ร่ำรวยทั่วไปในสมัยนั้น ที่มักจะใช้เงินในการสร้างโรงแรม สร้างสิ่งก่อสร้างที่ทันสมัย แต่คุณเล็กกลับใช้เงินที่ได้กำไรมาจากธุรกิจ ลงทุนเนรมิตพื้นที่  800  ไร่ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติสยาม จำลองวัดวาอาราม บ้านทรงไทย แม่น้ำลำคลอง รวมทั้งวิถีชีวิตคนไทย เป็นมรดกทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลัง จนเพื่อนๆ พากันหาว่า "เพี้ยน"

 เหนือสิ่งอื่นใด ความน่าทึ่งของเมืองโบราณอยู่ที่การจำลองนั้นทำได้เหมือนจริง ประณีต และที่สำคัญใช้งานได้จริง ไม่ใช่เป็นการจำลองแค่เป็นตุ๊กตาให้ดูเล่น เมืองโบราณนอกจากเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังเป็นแหล่งรวบรวม ช่างสิบหมู่ ที่จะดูสมบูรณ์แบบที่สุดของประเทศ และยังเป็นที่เก็บรวบรวมองค์ความรู้ศาสตร์โบราณต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรม วิศวกรรม วิจิตรศิลป์ หัตถกรรม ฯลฯ ที่สะท้อนอยู่ในบ้านทรงไทย วัดวาอาราม ปราสาท ตามศิลปะของยุคสมัยต่างๆ รวมถึงวิศวกรรมชลประทานที่เป็นสะพาน ห้วย หนอง คลอง บึง

 นอกจากนี้เมืองโบราณยังสะท้อนความหลากหลายทางชาติพันธุ์  ที่เป็นกำพืดสยาม ได้อย่างครบถ้วน เพราะเมื่อเอ่ยถึงประวัติศาสตร์ ประเทศสยาม เราไม่ได้มีเพียงชนชาติไท เพียงชนชาติเดียว เรายังมี มอญ พม่า เขมร จีน และชนกลุ่มน้อยมากมาย ที่เป็นองค์ประกอบทางชาติพันธุ์ของเรา เห็นความตั้งใจของผู้ก่อตั้งเมืองโบราณแล้ว อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าผู้ใหญ่ของบ้านเมืองนี้ คิดได้ คิดดี และลงมือทำจริงจังอย่างนี้ บ้านเมืองคงรอดพ้นจากวิกฤติ แต่ดู แล้วไม่รู้ว่า อ.ยักษ์ ต้องร้องเพลง “ฝันสลาย” หรือเปล่า

"อาจารย์ยักษ์  มหาลัยคอกหมู"