ไลฟ์สไตล์

 เข้าป่าหากล้วยไม้ครั้งแรกในชีวิต (7)

เข้าป่าหากล้วยไม้ครั้งแรกในชีวิต (7)

17 ก.ค. 2552

เกวียนแต่ละเล่มมีหลังคาซึ่งทำด้วยไม้ไผ่สานละเอียดทำเป็นรูปประทุนโค้งลงมาจรดสองข้าง สูงพอที่จะให้คนเข้าไปนั่งข้างในแล้วพ้นศีรษะเล็กน้อย และมีความยาวเพียงพอสำหรับให้คนนอนได้ประมาณศีรษะจรดเท้า โดยที่มีส่วนเกินเล็กน้อยสำหรับความสูงของผู้ใหญ่ที่มีขนาดทั่วๆ ไป

  ในแต่ละเล่มจะมีคนขับหรือเจ้าของเกวียนประจำเล่มละคน และมีสุนัขประจำเกวียนอีกเล่มละตัว ดูเสมือนว่าจะเป็นของประจำสำหรับการเดินทาง เรามีด้วยกันอยู่ 4 คนแต่มีเกวียน 5 เล่ม นอกจากแต่ละคนจะได้รับการจัดให้อยู่กันคนละเล่มโดยที่มีกระเป๋าเดินทางขนาดไม่ใหญ่นักของใครของมันแล้ว เกวียนอีกเล่มหนึ่งจัดไว้สำหรับใช้เป็นเกวียนครัว โดยที่ใช้เป็นพาหนะสำหรับเก็บเสบียงอาหารและเครื่องครัวทั้งหมดเท่าที่จำเป็นสำหรับใช้ในการเดินทาง

  ใช่แล้วครับสำหรับความรู้สึกอันเป็นธรรมชาติของผม มันเป็นของใหม่สำหรับชีวิต และยังพบว่าของใหม่ไม่จำเป็นต้องเป็นของทันสมัยเสมอไป หรือใครอาจจะเรียกว่าเป็นของเก่าล้าสมัยก็สุดแล้วแต่ สำหรับผมเห็นว่า มันเป็นสิ่งซึ่งชีวิตตนเองไม่เคยพบหรือเคยเรียนรู้จากของจริงมาก่อน จึงถือเป็นสิ่งที่น่าจะมีคุณค่าอันสูงส่งด้วย

 เช้าวันนั้นเรารับประทานอาหารกันอย่างเรียบง่าย และแล้วขบวนเกวียนก็ออกเดินทางไปตามถนนในหมู่บ้าน ซึ่งในขณะนั้นยังมีสภาพเป็นฝุ่น เพราะอยู่ในช่วงฤดูแล้ง แม้จะมีฝนตกลงมาเป็นครั้งคราว หลังจากพ้นหมู่บ้านไปแล้ว เส้นทางเดินเกวียนก็เริ่มมีลักษณะลึกมาก แม้ว่าคานล้อของเกวียนแต่ละเล่มจะอยู่ในระดับสูงพ้นพื้นดินมากพอสมควร ก็ยังจมลงไปจนทำให้พื้นท้องเกวียนแทบจะติดกับระดับพื้นดิน สุนัขซึ่งชอบเดินอยู่ใต้ท้องเกวียนเพราะเป็นจุดที่ไม่ต้องกระทบกับแสงแดดในบางช่วง ก็ยังเดินไม่ได้ เพราะถูกท้องเกวียนกดหลัง ผมสังเกตเห็นว่า จากสภาพรอยเกวียนดังกล่าวแล้ว ทำให้ในบางช่วงมีการสร้างรอยใหม่หลีกไปจากรอยเดิมซึ่งใช้การไม่ได้แล้ว

"ระพี สาคริก"