
ไม่มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหา
27 พ.ค. 2558
เปิดซองส่องไทย : ไม่มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหา
กระผม นายวีระจิตร์ ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 125/25 หมู่ 6 ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากการดำเนินการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดระยอง ตามความละเอียดดังนี้
เมื่อประมาณปี พ.ศ.2550 เทศบาลตำบลสองสลึง อ.แกลง จ.ระยอง หรือองค์การบริหารส่วนตำบลสองสลึง ในขณะนั้น ได้ดำเนินการก่อสร้างทางสาธารณะ ซึ่งในการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ได้มีการวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่จำนวน 3 ท่อ เพื่อให้ระบายน้ำลงไปยังคลองสำนักไม้หอม แต่ไม่ทราบว่า ด้วยข้อจำกัดเรื่องงบประมาณหรือเหตุผลอื่นใด ท่อระบายทั้ง 3 ท่อดังกล่าว แทนที่จะมีปลายทางไปยังคลองสำนักไม้หอม ซึ่งห่างออกไปอีกไม่ถึง 50 เมตร กลับสิ้นสุดลงที่ลำรางสาธารณะขนาดเล็ก (ความกว้างไม่เกิน 0.50 เมตร) ซึ่งเมื่อถึงช่วงฤดูฝน ความแรงของกระแสน้ำที่ไหลมาจาก 3 ทาง ทำให้สวนผลไม้ของกระผม ซึ่งเป็นดินทรายและอยู่ต่ำกว่าระดับถนนติดกับลำรางสาธารณะดังกล่าว ถูกกัดเซาะจนได้รับความเสียหายอย่างมาก
ผมได้ร้องเรียนไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลสองสลึง เพื่อให้ดำเนินแก้ไขด้วยการก่อสร้างรางระบายน้ำ ได้มีหนังสือแจ้งว่าได้รับทราบปัญหา และจะเร่งดำเนินการแก้ไขความเดือดร้อนให้ตามคำร้องที่ยื่นไว้ โดยจะใช้งบประมาณปี 2553 ในการดำเนินการ แต่นับจากวันที่ได้รับหนังสือ ก็ไม่มีความคืบหน้าในแก้ปัญหาใดๆ นอกจากการขุดดินในคลองสำนักไม้หอมเพื่อเปลี่ยนทางน้ำไหล ซึ่งไม่ได้ช่วยให้บรรเทาความเสียหายจากการกัดเซาะของน้ำจากท่อระบายน้ำทั้ง 3 ทางดังกล่าว
ล่วงมาถึงเดือนพฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา กระผมได้ติดต่อนายกเพื่อต้องการทราบความคืบหน้าการแก้ปัญหา คำตอบคือ ให้รอหน้าแล้ง ประมาณมกราคม-มีนาคมปีนี้ จะเร่งดำเนินการให้ เนื่องจากมีงบประมาณพร้อมดำเนินการแล้ว จนกระทั่งวันที่ 17 มกราคม 2558 กระผมได้เดินทางไปสวน ได้รับทราบจากนายวุฒิเลิศ กรรมการหมู่บ้าน หมู่ 3 ว่า จะไม่มีการดำเนินการใดๆ วันที่ 18 มกราคม 2558 กระผมจึงได้สอบถามนายกทางโทรศัพท์ กลับตอบว่า ไม่มีเงิน และมีการประชุมประชาคมกันแล้ว ไม่มีใครเห็นด้วย เพราะคนที่ได้รับประโยชน์คือครัวเรือนเดียว กระผมก็ได้แจ้งไปว่า ถึงจะเป็นครัวเรือนเดียว ถ้าเป็นความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ กระผมยอมรับได้ และครั้งนี้ เป็นความเดือดร้อนที่เกิดจากการดำเนินการของเทศบาล เป็นข้อพิพาทระหว่างประชาชนกับเทศบาล จึงเป็นเรื่องที่เทศบาลต้องแก้ไข สุดท้ายนายกก็ตัดสายทิ้ง
ต่อมาวันที่ 20 มกราคม 2558 นายกได้ประสานผ่านนายวุฒิเลิศ กรรมการหมู่บ้าน หมู่ 3 จะดำเนินการแก้ไขโดยการขุดดินในลำรางสาธารณะ แต่กระผมไม่ยินยอม เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าว นอกจากไม่ช่วยแก้ปัญหาใดๆ แล้ว ยังจะทำให้เกิดความเสียหายหนักกว่าเดิม เนื่องจากดินสวนผลไม้บริเวณนั้น เป็นดินทราย ซึ่งทำให้น้ำกัดเซาะหนักกว่าเดิม
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2558 กระผมได้ตัดสินใจเข้ายื่นคำร้องขอความเป็นธรรมจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง ซึ่งท่านผู้ว่าฯ ก็ได้กรุณามีหนังสือแจ้งไปยังเทศบาลตำบลสองสลึง ผ่านนายอำเภอแกลง ให้ชี้แจงปัญหาภายในกำหนด 15 วัน แต่ก็ไม่รับการตอบรับใดๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนต้องมีหนังสือเตือนครั้งที่ 1 ให้ชี้แจงภายใน 7 วัน ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ผู้ว่าฯ คนเก่าก็ถูกโยกย้าย จนกระทั่งผู้ว่าฯ คนใหม่มาดำรงตำแหน่งแทน ก็ไม่ได้มีการติดตามใดๆ เมื่อกระผมสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยองว่า ถ้ามีหนังสือเตือนแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ จากหน่วยงานคู่กรณี ทางศูนย์ดำรงธรรม จักดำเนินการอย่างไร คำตอบที่ได้รับคือ ต้องมีหนังสือทวงถามเรื่อยๆ ไม่สามารถทำอะไรได้ เว้นแต่ผู้ว่าฯ จะมีคำสั่งให้ดำเนินการ
ดังที่นำเรียนมาแล้วข้างต้น ในฐานะที่คอลัมน์ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก เป็นหนึ่งสื่อคุณภาพที่ให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของประชาชน กระผมจึงเรียนมาเพื่อขอความอนุเคราะห์เป็นสื่อกลางในการหาทางออกของความเดือดร้อนดังกล่าว ทั้งนี้ หวังเป็นว่ายิ่งว่าจะได้รับความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของกระผมด้วย
วีระจิตร์
ตอบ
นายหัสภูมิชัย ทับทิม นายกเทศมนตรีตำบลสองสลึง จ.ระยอง ชี้แจงว่า สำหรับปัญหาน้ำกัดเซาะเข้าที่ดินบริเวณหมู่ 3 ของทางผู้ร้องเรียนนั้น ถือเป็นปัญหาที่ต้องใช้งบประมาณและข้อคิดเห็นจากหลายฝ่าย
ทางนายกเทศมนตรีไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน เบื้องต้นมีการจัดเรียงหินกั้นน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำกัดเซาะไปก่อน ซึ่งเป็นที่พอใจสำหรับผู้ร้องเรียน อีกทั้งยังมีการร่วมกันประชุมเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืนต่อไป



