
ปวดศีรษะเสี่ยงอันตรายหลายโรค
27 พ.ค. 2558
ดูแลสุขภาพ : ปวดศีรษะเสี่ยงอันตรายหลายโรค
อาการปวดศีรษะเกิดได้อย่างไร อาการปวดศีรษะเป็นการปวดที่เกิดบริเวณศีรษะ สาเหตุเช่น มีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ การขยายของหลอดเลือด ที่มีผลมาจากสิ่งกระตุ้นต่างๆ เช่น ความเครียด อดนอน ความหิว เป็นต้น หรือปวดศีรษะจากการที่มีความดันในกะโหลกศีรษะสูง ที่มีผลมาจากความผิดปกติในสมอง แบ่งการปวดศีรษะตามสาเหตุ ปวดศีรษะที่ไม่ใช่โรคทางสมอง - แต่เกิดจากกล้ามเนื้อเกร็งตัว หรือมีการขยายของหลอดเลือด เป็นการปวดขึ้นเองโดยไม่ได้เป็นโรคอื่น มีอาการปวดที่สัมพันธ์กับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การพักผ่อนไม่พอ ความเครียด ความหิว อ่อนเพลีย สายตาผิดปกติ อากาศร้อน แสงไฟกะพริบ เป็นต้น โรคปวดศีรษะที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดศีรษะจากความเครียด (Tension Headache) ปวดศีรษะไมเกรน (Migraine) ซึ่งจะไม่ร้ายแรง แต่ทำให้รำคาญ ไม่สุขสบาย ลักษณะของการปวดศีรษะกลุ่มนี้มักจะเป็นๆ หายๆ ตรวจไม่พบความผิดปกติของระบบประสาท
ปวดศีรษะจากโรคทางสมอง - มีอาการปวดจากการที่มีความดันในสมองสูง (Increase Intracranial Pressure) ที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติในสมอง เช่น มีการติดเชื้อในสมอง เนื้องอกในสมอง เลือดออกในสมอง เป็นต้น การรักษาจะแตกต่างจากการปวดศีรษะกลุ่มอื่น จะเป็นการรักษาที่สาเหตุของโรค ถ้าช้าโรคจะลุกลาม ทำลายเนื้อสมอง ทำให้พิการหรือเสียชีวิต จึงควรรีบไปพบแพทย์ ลักษณะสำคัญของอาการปวดศีรษะกลุ่มนี้คือ ปวดศีรษะเฉียบพลันและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ มีอาการผิดปกติของระบบประสาทเช่น แขนขาอ่อนแรง รู้สึกชา ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เห็นภาพซ้อน สับสน ซึมลง อาจมีไข้หากมีอาการติดเชื้อ
สัญญาณอันตรายที่ควรพบแพทย์ ปวดศีรษะหลายวัน หลังรับประทานยาแก้ปวดอาการไม่ดีขึ้น ปวดศีรษะมากขึ้น ปวดบ่อยขึ้น ปวดศีรษะรุนแรง เฉียบพลัน ร่วมกับการมีไข้ คอแข็ง ชัก ปวดศีรษะร่วมกับมีอาการ ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงและชาซีกใดซีกหนึ่ง ปวดศีรษะรุนแรง ร่วมกับมีอาการอาเจียน แขนขาอ่อนแรงซีกใดซีกหนึ่ง อาการปวดศีรษะเหล่านี้เป็นสัญญาณอันตราย ควรจะไปพบแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยโรค
โรคปวดศีรษะจากความเครียด (Tension Headache) เป็นโรคปวดศีรษะชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด มักมีอาการปวดต่อเนื่องเป็นวันๆ จนถึงสัปดาห์ เป็นๆ หายๆ เป็นโรคปวดศีรษะชนิดที่ไม่ร้ายแรง แต่ก่อความรำคาญไม่สุขสบาย เกิดจากการมีสิ่งเร้ากระตุ้น กล้ามเนื้อรอบกะโหลกศีรษะมีการเกร็งตัว สิ่งกระตุ้นที่เป็นสาเหตุ เช่น ความเครียด อดนอน ใช้สายตามากเกินไป เป็นต้น
ลักษณะอาการปวดศีรษะแบบตึงๆ รัดๆ ปวดบริเวณขมับ หน้าผาก ท้ายทอย การวินิจฉัย จากการซักประวัติ ลักษณะของการปวด การตรวจร่างกายทั่วไป พิจารณาจากอาชีพลักษณะงาน สิ่งแวดล้อม สิ่งกระตุ้น
การรักษา การรักษาด้วยยา เพื่อลดปวด และคลายเครียด หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น ปรับแสงไฟที่โต๊ะทำงานให้พอเหมาะ จัดโต๊ะทำงานให้พอดีกับสายตา รู้จักคลายเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นต้น การนวด กายภาพบำบัด จิตบำบัด อาจจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและความเครียด แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลหรือคำปรึกษาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การรักษากรณีที่ปวดศีรษะที่ไม่ใช่โรคทางสมอง แพทย์จะรักษาด้วยยาบรรเทาปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ ยากล่อมประสาท การทำกายภาพบำบัด หากรับประทานยาอย่างเดียวไม่ทุเลาปวดเพื่อลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อต้นคอ ด้วยการใช้ความร้อน เช่น การประคบแผ่นร้อน การนวดด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ รวมทั้งการนวดด้วยมือ เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณต้นคอคลายตัว การรักษาผู้ป่วยปวดศีรษะจากความเครียด อาจจะให้คำปรึกษา หรือปรึกษาจิตแพทย์ เป็นต้น
การป้องกันอาการปวดศีรษะ อาการปวดศีรษะที่ไม่ใช่ความผิดปกติของโรคทางสมอง เราสามารถป้องกันได้ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และปริมาณเพียงพอ ควรรับประทานผัก ผลไม้ ซึ่งมีวิตามินและเกลือแร่ ดื่มน้ำมากๆ เพื่อการปรับสมดุลในร่างกาย การออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และเลือดไหลเวียนสะดวก ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ช่วยให้มีพลังต่อต้านความเครียด การนอนหลับให้เพียงพอ ตื่นให้เป็นเวลา และผ่อนคลายความเครียด การนั่งทำงานควรปรับโต๊ะและเก้าอี้ทำงานให้พอดี นั่งพิงหลังตรงแนบกับพนักเก้าอี้ ศีรษะตรงหรือก้มเล็กน้อย ไม่เกิน 20 องศา เมื่อต้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ และระยะห่างจากตา ที่พอเหมาะ 45-60 ซม. หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแดดจัดเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ ให้สังเกตว่าอะไรเป็นสิ่งกระตุ้นให้ปวดศีรษะ เช่น อากาศแบบไหน สิ่งแวดล้อมแบบไหน อาหารชนิดไหน สถานการณ์แบบไหน และควรหาทางหลีกเลี่ยงจากสิ่งกระตุ้นนั้นๆ การรับประทานยาแก้ปวด ควรรับประทาน ตามที่แพทย์สั่ง ไม่ควรรับประทานเกินขนาดหรือไม่ครบตามคำสั่ง
พญ.รัชนี บุณยกาญจนากร
แพทย์ศูนย์สมองและระบบประสาท



