ไลฟ์สไตล์

เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอน : ชีวิตมุสลิม 3 จังหวัดใต้...ที่ควรรู้

เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอน : ชีวิตมุสลิม 3 จังหวัดใต้...ที่ควรรู้

16 ก.ค. 2552

เหตุการณ์เลวร้ายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างความรู้สึกรันทดให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็น วันนี้ผมขออนุญาตคุยเรื่อง มุสลิมมลายู หรือพี่น้องมุสลิมทางตอนใต้ ซึ่งเรียกตัวเองสั้นๆ ว่า “ออแฆนายู” (คนมลายู) ลมหายใจแรกที่ออกมาจากท้องแม่ของเด็กน้อยในสมัยก่อน สิ่

และทำการกอมัตหูด้านซ้าย (คือการเข้าพิธีละหมาด) เพื่อเป็นสิริมงคลแก่เด็กน้อย และจะดูแลให้อยู่ในระบบของอิสลามโดยเฉพาะการแต่งกายและภาษา การสื่อสารจะเป็นภาษามลายูซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากเชื้อสายเดิมของคนปัตตานี

 มีชีวิตที่เรียบ ไม่ฟุ้งเฟ้อ โดยมีปอเนาะเป็นที่บ่มสอนเรื่องศาสนาที่หลากหลาย เรื่องการเลือกคู่ครอง เลือกการอยู่บนโลกนี้ให้รอดพ้นจากอบายมุขที่จะมากับความเจริญของสังคมต่อไปในอนาคต และการวางรากฐานชีวิตเพื่อจะเดินต่อไปในโลกหน้า โลกนี้จึงเป็นรองสำหรับพี่น้องมุสลิม แต่จะเคร่งครัดในเรื่องศาสนา แต่ไม่ได้ปิดกั้นตัวเองในเรื่องความเจริญที่สอดแทรกเข้ามาในรูปแบบต่างๆ แต่ต้องอยู่ในรูปแบบของศาสนาและรู้จักการเข้าหาอย่างถูกกาลเทศะ

 ทุกวันนี้เหตุการณ์พี่น้องมุสลิมภาคใต้พูดยากเหลือเกินจะช่วยแก้กันอย่างไร ในเมื่อต่างฝ่ายหาทางแก้แต่ยิ่งดูยิ่งโหดร้าย และยิ่งมีการฆ่ากันตายอย่างไม่ลดละ มุสลิมทั่วไทยต่างก็เข้าใจดีเมื่อพูดถึงพี่น้องมุสลิมมลายูว่าใจจริงต้องการอะไร แต่อยากให้ช่วยกันมองถึงอดีตที่พี่น้องมุสลิมมลายูเราอยู่กันอย่างสงบสุขมาช้านาน พวกเขาไม่ได้ต้องการอะไรหากไม่ถูกรุกราน เหตุการณ์วันนี้พี่น้องมุสลิมต้องเป็นแกนนำเข้าช่วยแก้ เพราะถ้าพี่น้องไม่ช่วยกันแก้แล้ว คงไม่มีใครจะช่วยได้อีก จำไม่ได้แล้วหรือว่า “มุสลิมคือพี่น้องกัน” นั่นหมายถึงการเข้าถึงกันแล้วช่วยกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะอดีตเคยมีภาพดีๆ ปรากฏอยู่ในความทรงจำมาแล้ว

 วิธีแก้ปัญหาในเรื่องหลักความเชื่อในศาสนาไม่ต้องใช้ความรุนแรง เพราะเรื่องศาสนาเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความเข้าใจ พอจะสรุปได้ดังนี้ 1.ในด้านของผู้นำอิสลามในหน่วยงานต่างๆ ผู้นำศาสนาทั่วทุกภาคของไทย ต้องตื่นตัวและสร้างความสามัคคีเป็นตัวเชื่อมและเป็นสื่อกลางของภาครัฐในการเข้าไปมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยสร้างเครือข่ายกับพี่น้องในพื้นสามจังหวัดไม่ว่าในหน่วยงานใด ยิ่งมีมุสลิมอยู่ก็ยิ่งดีจะได้พูดอธิบายข้อมูลและการทำงานของภาครัฐ ให้มีความเข้าใจ พร้อมๆ กับรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านและบุคคลทั่วไปในเชิงรุก

 2.ในด้านขององค์การการศึกษา นักศึกษามุสลิมทั่วไทย ไม่ว่าจะในสถาบันใดน่าจะมีส่วนร่วมที่ช่วยพี่น้องมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ไม่เพียงแค่สื่อทางโทรทัศน์เท่านั้นที่เน้นให้เห็นภาพความรักระหว่างคนต่างศาสนา นิสิตนักศึกษาหรือเยาวชนรุ่นใหม่ย่อมเป็นตัวขับเคลื่อนได้ดี โดยเฉพาะน้องๆ ที่อยู่ในพื้นที่

 3.ในส่วนของทหาร ตำรวจ ต้องมีความเป็นกลาง และต้องสร้างความเข้าใจ โดยเน้นคนอิสลามเป็นต้นแบบในการเข้าหา และสร้างความเป็นมิตร ความมั่นใจให้แก่ชาวบ้านให้ได้ โดยกองกำลังทหารที่ลงไปในพื้นที่น่าจะเอาคนที่เป็นมุสลิมหรือหากต่างศาสนาก็ต้องผ่านการอบรมในเรื่องศาสนาให้ทหารเหล่านั้นฟังก่อนการลงพื้นที่

 4.ในส่วนกลางของภาครัฐ ให้การพัฒนาด้านการศึกษาให้ทั่วถึง รวมถึงการสร้างงานและเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำงานหลังจากจบการศึกษานั้นๆ อย่างกว้างขวาง การเข้าไปมีบทบาทและสนับสนุนในเรื่องกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่สังคมภาคใต้ตอนล่างอย่างต่อเนื่อง

 สี่กุญแจที่สำคัญในการเข้าถึงและน่าจะช่วยแก้ปัญหาในเหตุการณ์ที่บานปลายมาจนถึงทุกวันนี้ได้ แต่ต้องช่วยกันทุกฝ่ายอย่างจริงจัง มุสลิมไทยในประเทศไทย นิสิตนักศึกษามากมายในสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วไทย ถึงเวลาแล้วที่เราจะช่วยกันซับน้ำตาและขับไล่ความโหดร้ายนี้ให้ออกไปจากประเทศของเรา แล้ววันแห่งรอยยิ้มของน้องตัวเล็กๆ นุ่งผ้าโสร่งครอบหมวกสีขาว และน้องสาวตัวน้อยๆ คลุมศีรษะด้วยฮีญาบวิ่งเต้นด้วยความสุขอีกครั้ง กับชีวิตใหม่ที่น่าจะเป็นไปได้ในอนาคต

[email protected]