
'โชห่วยไม่บาน'ความฝันของ'อาม่า'ที่บางใหญ่
23 พ.ค. 2558
"โชห่วยไม่บาน" ความฝันของ "อาม่า" ที่บางใหญ่ : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว
สวัสดีครับ แฟนๆ ชาว “บ้านไม่บาน” ในสัปดาห์นี้ผมภูมิใจนำเสนอ “โชห่วยไม่บาน” ใน “ตึกแถว” ที่ยืนยงคงกระพันไม่มีวันล้าสมัยและหายหน้าหายตาไปจากสังคมไทย ไม่ว่าสังคมไทยจะก้าวล้ำนำสมัยไปสักเท่าไหร่ธุรกิจ “โชห่วยไม่บาน” ในอาคารประเภท “ตึกแถว” ที่ผสมผสานระหว่างพื้นที่ทำการค้ากับพื้นที่พักอาศัยก็ยังคงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะ “เงินฝืด” ทำให้เศรษฐกิจตกอยู่ในสภาวะฝืดเคืองเช่นนี้ “โชห่วยไม่บาน” ใน “ตึกแถว” ก็จะได้รับความนิยมอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
สำหรับผมแล้วเป็น “ประเภทตัวจริงเสียงจริง” ที่สามารถยืนยงอย่างทรนงองอาจ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะตกอยู่ในสภาพเช่นไรไม่ว่าจะเป็นสภาวะ “เงินฝืด” หรือ “เงินเฟ้อ” แต่ “โชห่วยไม่บาน” ใน “ตึกแถว” ก็สามารถทนแรง “กดดัน” เหล่านี้ได้ อีกทั้งยังเป็นเครื่องชี้วัดที่สำคัญว่าเศรษฐกิจในย่านนั้นกำลังตกอยู่ในสภาพเช่นไร หาก “โชห่วยไม่บาน” ใน “ตึกแถว” ที่อยู่ติดกันเปิดทำการค้ากันอย่างพร้อมเพรียง มีผู้คนขวักไขว่เดินไปเดินมาจับจ่ายหาซื้อสินค้าและการให้บริการ ก็แสดงว่าเศรษฐกิจในชุมชนนั้นยังแข็งแรงดีอยู่
ในทางกลับกันหาก “โชห่วยไม่บาน” ใน “ตึกแถว” ในภาพรวมตกอยู่ในสภาพซึมเศร้า บางร้านเปิดบ้าง ปิดบ้าง (แบบฟันหรอ) อีกทั้งผู้คนก็ไม่พลุกพล่าน ก็เป็นเครื่องชี้วัดว่า เศรษฐกิจในย่านนั้นกำลังอยู่ในขาลง เพราะ “โชห่วยไม่บาน” ใน “ตึกแถว” นั้นเหมือน “ปราการด่านสุดท้าย” หากพ่อค้าแม่ค้าที่ทำการค้าเล็กๆ น้อยๆ ประเภท “โชห่วยไม่บาน” ยังเอาตัวไม่รอด ก็เห็นทีว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังตกอยู่ในขาลงแบบสุดๆ ครับ
“โชห่วยไม่บาน” ใน “ตึกแถว” ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านตลาดเก่า “บางใหญ่” นี้ เป็นของ “อาม่า” ที่อายุกว่า 80 ปี เพราะทำเลที่ตั้งอยู่ในตลาด ทำให้กิจการการค้าเจริญรุ่งเรืองดี ทำมาค้าขึ้นมายาวนานกว่า 60 ปี จัดได้ว่าเป็น “ทำเลทอง” เพราะอยู่ติด “คลองบางใหญ่” ตรงข้ามมีสถานที่ราชการสำคัญต่างๆ เช่น ที่ทำการอำเภอบางใหญ่, สถานีตำรวจบางใหญ่ ฯลฯ นอกจากนั้น บริเวณด้านหน้าก็เป็นท่าเทียบเรือหางยาวนับ 100 ลำ นำพาผู้คนไปส่งที่ “ท่าช้าง-ท่าพระจันทร์” และ “สนามหลวง” เป็นผลให้บรรยากาศภาพรวมในอดีตของย่าน “บางใหญ่” จึงครึกครื้นคึกคักเป็นอย่างยิ่งครับ
เพียง 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นศูนย์การค้าสมัยใหม่ตามกระแส “โลกาภิวัตน์” หรือ “โลกาวิบัติ” นักพัฒนาที่ดิน ได้สร้าง “เมกะโปรเจกท์” ขึ้นใหม่ที่ “บางใหญ่ซิตี้” ติดถนน “วงแหวน” และได้บริจาคที่ดินบางส่วนในโครงการเพื่อสร้างสถานที่ราชการ เช่น ที่ทำการอำเภอหลังใหม่ และสถานีตำรวจหลังใหม่ ฯลฯ ประกอบกับการสัญจรในแม่น้ำลำคลองโดยใช้เรือที่เคยมีบทบาทในอดีตก็ลดความสำคัญลง เพราะผู้คนนิยมใช้รถยนต์และรถขนส่งสาธารณะ เช่น รถส่วนตัว, รถเมล์, รถสองแถว, รถแท็กซี่ ฯลฯ
ผลคือ ตลาด “บางใหญ่” ซึ่งคึกคักครึกครื้น ทำไปทำมาก็แทบจะกลายสภาพเป็นตลาดร้างแล้ว “กาลเวลากลืนกินสรรพสิ่ง” ครับ แม้แต่การสัญจรทางน้ำที่แต่เดิมนิยมใช้เรือหางยาวก็ค่อยๆ ลดบทบาทลง จนปัจจุบันแทบหาใช้บริการเรือหางยาวไม่ได้ มิหนำซ้ำยังถูกกระหน่ำซ้ำเติมด้วยวิกฤติการณ์ “น้ำท่วมใหญ่” ในปี พ.ศ.2554 มีระดับน้ำท่วมสูงถึง 2 เมตร และท่วมติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 4 เดือน ก็หนักหนาสาหัสเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่แกร่งจริงไม่อึดจริงก็คงทนไม่ได้ครับ
น่าประทับใจอย่างยิ่งครับที่ “อาม่า” วัย 80 เศษๆ และลูกๆ ไม่ยอมแพ้ต่อลิขิตฟ้าชะตาชีวิตกัดฟันสู้ต่อครับทั้งยังยืนยันที่จะเปิดร้าน “โชห่วยไม่บาน” โดยไม่หวั่นเกรงบรรดาห้างสรรพสินค้าประเภท “โมเดิร์นเทรด” จากการที่ผมได้มีโอกาสไปคุยกับ “อาม่า” และบรรดาลูกๆ เหตุผลที่ยังยืนหยัดขายของอยู่ที่เดิมไม่คิดจะย้ายไปไหนมีอยู่ 2 ประการเท่านั้น ที่ทำให้สู้ไม่ถอย ประการแรก คือ จิตใจ “รักบ้านเกิด” ที่แข็งแกร่งประดุจเพชร ยังไงก็ขอยืนหยัดสู้ แบบสู้ตรงนี้ สู้ที่นี่ ไม่หวั่นเกรงศักดิ์ศรี เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี ฯลฯ ที่เป็นห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยประเภท “โมเดิร์นเทรด”
ประการที่ 2 เชื่อในศักยภาพของ “โชห่วยไม่บาน” ของตัวเองที่มีสินค้าให้เลือกมากมายกว่า เรียกว่ามีครบตั้งแต่ “สากกระเบือยันเรือรบ” ไม่ว่าจะเป็นเข็ม, ด้าย, ชุดชั้นในของคุณยาย,คุณย่า, เครื่องใช้ไม้สอยในครัวเรือน ฯลฯ แม้กระทั่งอุปกรณ์จับปลา เช่น เบ็ด, แห, อวน, ฯลฯ ก็เรียกว่ามีทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการ ที่บรรดา “โมเดิร์นเทรด” ไม่มี มิหนำซ้ำสินค้าบางรายการก็มีราคาย่อมเยาว์กว่า และเหนือสิ่งอื่นใด มีความเป็นมิตรกว่า มีความถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมากกว่าเพราะเป็นคนในพื้นที่ครับ
พอได้รับการติดต่อจาก “อาม่า” พร้อมกับลูกๆ ผมจึงทำการออกแบบ “โชห่วยไม่บาน” ใน“ตึกแถว” ประเภท “สายพันธุ์ใหม่” ขึ้นมาใหม่ ที่มีโจทย์ว่าจะต้องงามง่ายและเรียบง่ายที่สุด สามารถใช้พื้นที่ก่อให้เกิดประโยชน์ที่สุด เรียกว่าแทบจะทุกตารางนิ้ว เพราะสินค้ามีมากมายหลากหลายเหลือเกิน และจะต้องควบคุมราคาค่าก่อสร้างให้ประหยัดที่สุด ซึ่ง “โชห่วยไม่บาน” ใน “ตึกแถว” หลังใหม่ที่กำลังจะก่อสร้างนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากตลาด “บางใหญ่” เก่า ห่างกันเพียงแค่เดิน 4-5 นาทีก็ถึง แต่ข้อสำคัญได้ย้ายทำเลออกจากตลาดเก่าไปอยู่ริมถนน ก็น่าจะเป็นทำเลที่ตอบโจทย์ได้ดีกว่าครับ
จะว่าไปแล้ว “โชห่วยไม่บาน” ใน “ตึกแถว” ที่ “บางใหญ่” ของ “อาม่า” และลูกๆ หลังนี้ ถึงแม้เป็นเพียงงานออกแบบชิ้นเล็กๆ มีงบประมาณที่จำกัดอย่างที่สุด แต่ผมก็ทำด้วยความอิ่มเอิบใจเป็นที่สุด อาจเป็นเพราะในความทรงจำลึกๆ ผมมีความผูกพันกับย่าน “บางใหญ่” มายาวนาน ตั้งแต่เป็นนักศึกษาคณะสถาปัตย์ศิลปากร เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วบ่อยครั้ง ก็ยังเคยนั่งเรือหางยาวจาก “ท่าช้างวังหลวง” มาชื่นชมเรือนไทยน้อยใหญ่ที่ตั้งอยู่เรียงรายริมคลอง “บางใหญ่” ในยามแดดร่มลมตกในช่วงอาทิตย์อัศดงเป็นภาพที่สวยงามจับตาจับใจเป็นที่สุด
อนิจาการพัฒนาสู่ความทันสมัยได้ทำลายภาพแห่งความทรงจำดีๆ ในใจของผมได้มลายหายไปเกือบหมดสิ้น บรรดาผู้คนและวิถีชีวิตในอดีตที่เคยคึกคัก ครึกครื้นในความทรงจำดูจะจางหายไป แต่ลึกๆ ผมดีใจครับอย่างน้อยก็มี “อาม่า” วัยกว่า 80 ปี ที่ยังยืนหยัดแบบ “ตั้งใจอยู่” ทั้งยังเป็น “หลักชัย”ให้กับลูกๆ ไม่เคยคิดจะละทิ้งถิ่นไปไหนขออยู่ “บางใหญ่” เพื่อสู้ต่อ และสำหรับผมก็ภูมิใจที่มีส่วนร่วมในการสานฝันของ “อาม่า” และลูก ๆ เพื่อให้มีร้าน “โชห่วยไม่บาน” ใน “ตึกแถว” ที่เป็นร้านใหม่ บนทำเลใหม่ไม่ไกลนักจากที่เดิม ที่ยังอยู่ในย่านตลาดเก่า “บางใหญ่” ช่างน่าชื่นชมและชื่นใจเป็นอย่างยิ่งครับ
สำหรับท่านที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซต์ยอดฮิตชาว “คนรักบ้าน” www.homeloverthai.com ครับ



