ไลฟ์สไตล์

ดูแลสุขภาพ : สมุนไพร..สู้เบาหวาน (1)

ดูแลสุขภาพ : สมุนไพร..สู้เบาหวาน (1)

22 พ.ค. 2558

ดูแลสุขภาพ : สมุนไพร..สู้เบาหวาน (1)

 
                     กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ทำการรวบรวมงานศึกษาวิจัยจากแหล่งข้อมูลต่างๆ พบรายงานวิจัยทั้งในไทยและต่างประเทศรวม 81 เรื่อง มีพืชสมุนไพร 54 ชนิด ที่สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยสมุนไพรที่มีการทดลองนั้นมาจากประสบการณ์การใช้ของชาวบ้านแล้วนำไปทดลองต่อยอด ซึ่งมีตัวอย่างสมุนไพรที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานได้ ดังนี้
 
                     ช้าพลู หรือชะพลู (Wild Pepper) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Piper sarmentosum Roxb.ex Hunter ชื่อวงศ์ PIPERACEAE เป็นผักพื้นบ้านที่คนนิยมรับประทานสดๆ เป็นส่วนประกอบของเมี่ยงคำ เชื่อกันว่าเป็นอาหารบำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร คนอีสานยังเชื่อว่าใบช้าพลูมีสรรพคุณแก้พิษของหอย จึงนิยมทำแกงกะทิหอยใส่ใบช้าพลู ภาคใต้นิยมนำช้าพลูมาช่วยในการย่อยอาหาร ขับลม แก้ไอ ขับเสมหะ
 
                     ในประเทศไทยมีตำรับยาพื้นบ้านที่ใช้ช้าพลูทั้งห้าต้มแก้เบาหวาน ซึ่งมีการใช้แพร่หลายในชาวบ้าน ต่อมามีการศึกษาโดยต้มช้าพลูทั้งห้าแล้วทดสอบในกระต่ายพบว่า ช้าพลูต้มสามารถช่วยลดน้ำตาลได้ดีในกระต่ายที่เป็นเบาหวาน แต่ไม่ลดในกระต่ายปกติ
 
                     วิธีใช้ นำช้าพลูทั้งห้า (ทั้งต้นจนถึงราก) 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 3 ขัน เคี่ยวให้เหลือ 1 ขัน รับประทานครั้งละครึ่งแก้วกาแฟ ก่อนอาหาร 3 มื้อ มีสรรพคุณช่วยลดน้ำตาลในเลือด
 
                     มะระขี้นก (Bitter Cucumber) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Momordica charantia Linn. ชื่อวงศ์ Cucurbitaceae มะระขี้นกจัดว่าเป็นสมุนไพรของไทย จีน พม่า อินเดีย แอฟริกา อเมริกาใต้ และต่างรู้โดยทั่วกันว่ามีสรรพคุณในการรักษาเบาหวาน ในทุกภาคของไทยมีการใช้มะระขี้นกเป็นผักลวกจิ้มน้ำพริก หรือทำอาหารร่วมกับผักอื่นๆ และส่วนใหญ่มักจะนำมาลวกน้ำร้อนก่อนเพื่อลดความขม
 
                     มะระขี้นกนั้น มีการออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ยับยั้งการสังเคราะห์กลูโคส และเพิ่มการใช้กลูโคสของตับ องค์ประกอบทางเคมีของมะระขี้นกที่มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด คือ p-Insulin, Charantin และ Visine
 
                     ตำรับยา ชามะระขี้นก ให้นำเนื้อมะระขี้นกผลเล็กซึ่งมีตัวยามากมาผ่าเอาแต่เนื้อ หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้ง แล้วชงกับน้ำเดือด โดยใช้มะระขี้นก 1-2 ชิ้น ต่อน้ำ 1 ถ้วย ดื่มแบบชาครั้งละ 2 ถ้วย วันละ 3 เวลา หรือต้มเอาน้ำมาดื่มหรือใส่กระติกน้ำร้อนดื่มแทนน้ำ ไม่เกิน 1 เดือนเห็นผล
 
                     ตำรับยา แคปซูลหรือลูกกลอนมะระขี้นก ให้รับประทานแคปซูลหรือลูกกลอนมะระขี้นก 500-1,000 มก. วันละ 1-2 ครั้ง ข้อควรระวัง คนท้อง เด็ก และคนที่ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำไม่ควรรับประทาน
 
                     เตยหอม(Pandan) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pandanus amaryllifolius Roxb. ชื่อวงศ์ PANDANACEAE ใบเตยหอมเป็นสมุนไพรที่อยู่คู่กับอาหารคาวหวานนานาชนิด และมีการใช้มาอย่างยางนาน หมอยาสมัยก่อน นิยมใช้รากเตยเป็นยาขับปัสสาวะ ลดความดัน ลดเบาหวาน และใช้ทุกส่วนในการบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื้น แก้อ่อนเพลีย ส่วนของใบใช้แก้ไข้ แก้ร้อนใน รักษาโรคหัด อีสุกอีใส ปัจจุบันมีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา พบว่า เตยหอม มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ลดอัตราการเต้นของหัวใจ ขับปัสสาวะ แต่ยังไม่มีการทดลองทางคลินิก ในเมืองไทย เรามีการใช้เตยหอมในการรักษาเบาหวานมานาน แม้ส่วนที่ใช้จะเป็นราก แต่เราสามารถเติมน้ำคั้นจากใบเพื่อแต่งกลิ่นได้ และคนที่ไม่เป็นเบาหวานก็รับประทานได้เช่นกัน
 
                     วิธีใช้ นำรากเตยหอมประมาณ 1 ขีด สับเป็นท่อนเล็กๆ ต้มกับน้ำ 1 ลิตร จนเดือด จากนั้นเคี่ยวต่อประมาณ 15-20 นาที นำยาที่ได้ดื่มครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 3 ครั้ง 
 
                     การใช้ใบเตยร่วมกับสมุนไพรตัวอื่น ให้นำใบเตยหอม 32 ใบ ใบสัก 9 ใบ นำมาหั่นตากแดด แล้วชงดื่มแบบชา หรือใส่หม้อดินต้ม รับประทานเป็นยาต่างน้ำทุกวัน ข้อแนะนำ ควรรับประทานต่อเนื่องอย่างน้อย 1 เดือน
 
                     กะเพรา (Holy Basil) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ocimum sanctum L. ชื่อวงศ์ Labiatae เป็นพืชที่คนอินเดียบูชาและในฐานะตัวแทนเทพเจ้า กะเพราจัดเป็นสมุนไพรที่มีคุณค่าทางยามากที่สุดชนิดหนึ่งของการแพทย์อายุรเวท โดยใช้เป็นยารักษาเบาหวาน แก้ท้องเสีย ท้องผูก ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ไอ แก้หอบหืด ปัญหาของโรคหัวใจและหลอดเลือด ข้ออักเสบ โรคระบบทางเดินหายใจ และยังนิยมใช้รักษาโรคเครียด เนื่องจากมีคุณสมบัติในการคลายเครียดได้ดี
 
                     ปัจจุบันมีการศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่า กะเพรามีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน รักษาหืด ต้านความเครียด ยับยั้งการเกิดมะเร็ง ต้านฮีสตามีน ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ แก้ไข้ แก้ปวด ลดคอเลสเตอรอล และที่สำคัญ คือ ลดน้ำตาลในเลือด โดยพบว่า ใบกะเพราทำให้เซลล์ตับอ่อนผลิตอินซูลินได้ดีขึ้น และจากการวิจัยในผู้ป่วยเบาหวาน โดยให้ผงใบกะเพราวันละ 2.5 กรัม 4 สัปดาห์ สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ (เหมาะกับผู้ที่เป็นเบาหวานเล็กน้อยถึงปานกลาง)
 
                     วิธีใช้ นำผงใบกะเพรามาทำเป็นชา โดยใช้ประมาณ 1 ช้อนชา กับน้ำร้อน 1 ถ้วย ดื่มวันละ 3 ครั้งแคปซูลกะเพรา ให้รับประทานวันละ 2.5 กรัมต่อวัน หรือน้ำมันกะเพรา 2-5 หยด ต่อวัน ข้อควรระวัง ไม่ควรใช้กะเพราในคนท้องและหญิงให้นมบุตร
 
 
 
 
รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร