ไลฟ์สไตล์

‘ปั้นกุ๊ก-ช่างรุ่นเยาว์’เสริมรายได้เด็กระหว่างเรียน

‘ปั้นกุ๊ก-ช่างรุ่นเยาว์’เสริมรายได้เด็กระหว่างเรียน

20 พ.ค. 2558

‘ปั้นกุ๊ก-ช่างรุ่นเยาว์’เสริมรายได้เด็กระหว่างเรียน : ทีมข่าวการศึกษา

            "การทำอาหาร" และ "ทำขนม" นับเป็นเรื่องไม่ยากที่จะสร้างเป็นอาชีพหลัก หรืออาชีพเสริมให้แก่คนไทยได้จำนวนมาก หากมีการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องก็มีโอกาสที่จะเป็นทางเลือกและเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ในอนาคต

            โรงเรียนบ้านบุ่งมะแลง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี นักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน บางคนไม่มีเงินมาเรียนหนังสือ เมื่อพักกลางวันจึงต้องกลับไปรับประทานอาหารที่บ้าน ปัญหาที่ตามมาคือ นักเรียนส่วนหนึ่งไม่เข้าเรียนภาคบ่ายหนีไปมั่วสุมตามสถานที่ต่างๆ

            อีกทั้งร้านอาหารที่มีเพียงร้านเดียวก็ทำอาหารไม่หลากหลายตามหลักโภชนาการ ปัญหาดังกล่าวทำให้ทางโรงเรียนเกิดความคิดที่จะแก้ไขด้วยการจัดทำ "โครงการฝึกทักษะชีวิตและอาชีพเสริมรายได้ระหว่างเรียน" ขึ้น ภายใต้โครงการ "นวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ" โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อให้นักเรียนได้อิ่มท้องและรับประทานอาหารที่มีคุณค่า ขณะเดียวกันยังเป็นการฝึกให้เด็กรู้จักประกอบอาชีพในอนาคตได้อีกด้วย

            นางอังศุมาลิน ขันเงิน รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบุ่งมะแลง กล่าวว่า ปัญหาของเด็กๆ นอกจากไม่ได้รับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการแล้ว พวกเขายังไม่มีแต้มต่อที่จะเรียนต่อในสายวิชาการ ทั้งยังต้องเผชิญกับการแข่งขันสูงในตลาดแรงงาน โครงการนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อเพิ่มทางเลือกในการดำเนินชีวิต ด้วยการฝึกทักษะอาชีพการประกอบอาหารที่สามารถนำภูมิปัญญาท้องถิ่นและทรัพยากรที่มีอยู่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด

            นางเพ็ญศรี ภิญโญ ครูผู้รับผิดชอบโครงการกล่าวว่า โครงการนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพนี้ นักเรียนไม่เพียงแต่จะต้องฝึกทักษะอาชีพให้ได้ แล้วยังจะต้องเรียนรู้ในเรื่องของการค้าขาย และฝึกการทำบัญชี เพราะมีเป้าหมายคือ ต้องการให้นักเรียนที่เรียนจบไปแล้วมีวิชาชีพติดตัว ที่พวกเขาจะสามารถนำไปประกอบอาชีพหรือเป็นความรู้พื้นฐานในการนำไปศึกษาต่อในสายอาชีวะ

            โดยการฝึกทักษะอาชีพนั้น จะมีการแบ่งความยากง่ายไปตามชั้นเรียน โดยเริ่มจากมัธยมศึกษาปีที่ 1 จะเรียนรู้เรื่องการทำเครื่องดื่มชนิดต่างๆ รวมไปถึงน้ำผลไม้ปั่นตามฤดูกาล มัธยมศึกษาปีที่ 2 จะเป็นเรื่องอาหารว่างและขนมต่างๆ อาทิ ลูกชิ้น, ฮอตด็อกทอด, ขนมรังผึ้ง, ขนมโดนัท, เวเฟอร์ และมัธยมศึกษาปีที่ 3 จะได้เรียนการทำอาหารจานเดียว โดยมีเมนูที่นิยมคือ ข้าวผัดกะเพรา, ข้าวมันไก่, ข้าวขาหมู, ข้าวราดผัดพริกแกง, ขนมจีนน้ำยา, ข้าวหมูแดง, ราดหน้า, ผัดไทย, ผัดฉ่าไก่ ฯลฯ

            นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังสอนวิชาชีพด้านต่างๆ อาทิ ช่างผม ช่างไม้ ช่างปูน อีกทั้งยังปรับสภาพแวดล้อมซึ่งอยู่ริมแม่น้ำมูลให้มีมูลค่าด้วยการพัฒนาโครงการเกษตรขึ้นในบริเวณโดยรอบ อาทิ เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ เลี้ยงหมูหลุม ปลูกพืชผักสวนครัว มะนาว พริก ฯลฯ

            “นักเรียนชายที่ไม่ชอบทำอาหาร เราก็ให้ไปเข้าฐานเรียนวิชาที่เขาชอบ ซึ่งก็ได้ผลดี ส่วนผลผลิตของเด็กๆ นอกจากจะแบ่งปันให้เพื่อนที่ไม่มีอาหารเย็นนำกลับบ้านแล้ว ยังจำหน่ายในราคาถูก มีการนำไปฝากขายในร้านค้าของชุมชน และมีออเดอร์ส่งขายในงานเทศกาลต่างๆ ที่สำคัญเด็กๆ ต้องฝึกทำบัญชีรายรับรายจ่าย การบริหารเงินและสต็อกวัตถุดิบด้วย เป็นการนำวิชาความรู้ในห้องเรียนมาใช้ในชีวิตจริง โดยจะมีครูดูแลอย่างใกล้ชิด" คุณครูเพ็ญศรี กล่าว

            “เด็กจะเก่งหรือไม่เก่งไม่สำคัญ แต่ทำอย่างไรจะทำให้เขาอยู่รอด โครงการนี้ได้ทำให้ปัญหาต่างๆ ลดน้อยลงและยังเป็นการสร้างทักษะอาชีพด้านต่างๆ ที่เด็กจะสามารถนำไปใช้ได้ทั้งชีวิต ช่วยปลูกฝังให้เด็กมีความรับผิดชอบ โอบอ้อมอารี ซื่อสัตย์ มีระเบียบ และรู้จักประหยัดอดออมมากขึ้น” รองผู้อำนวยการ ร.ร.บ้านบุ่งมะแลง กล่าวสรุป