
รันทดไม่ร่วมงานศพหญิงสกลฯวัย46ติดหวัด
ผู้ว่าฯสกลนครพบปะนักเรียนหน้าเสาธงแจงวิธีป้องหวัดใหญ่2009 หลังมีผู้ป่วย 17 ราย ตาย 1 ราย พร้อมห่วงนักเรียนที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่วัดพระธรรมกาย ด้านญาติเหยื่อหวัด 2009 หญิงวัย 46 ปี เผยเพื่อนบ้านไม่มาร่วมงานศพหวั่นติดเชื้อ สสจ.โร่ชี้แจง เจลล
นายสมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ ผู้ว่าราชการ จ.สกลนคร ได้เรียกประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางรับมือการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 และแจ้งสถานการณ์ให้ทราบเพื่อหาทางร่วมมือกันป้องกันและแก้ไข โดยขณะนี้ จ.สกลนคร มีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ จำนวน 17 ราย ในจำนวนนี้ได้เสียชีวิต 1 ราย ส่วนผู้ป่วยที่ติดเชื้ออายุน้อยที่สุด 1 ปี ผู้ป่วยอายุมากที่สุด 46 ปี โดยผู้ป่วยรายนี้ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีโรคประจำตัวคือโรคความดันและโรคเบาหวาน พร้อมทั้งเข้ารับการรักษาช้าจึงแก้ไขไม่ทัน
นายสมบัติ กล่าวว่า การแพร่ระบาดได้กระจายไปทุกพื้นที่ โดยไม่เลือกอายุ เพราะสามารถป่วยได้ทุกระดับอายุ แม้แต่คนที่มีร่างกายแข็งแรกยังเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว หรือคนสูงอายุจะมีโอกาสมาก เนื่องจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตัวเองไปมาก ดังนั้นทุกส่วนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง จะต้องเร่งรีบดำเนินการในหน้าที่ของตนเอง ที่สำคัญจะต้องประชาสัมพันธ์วิธีปฏิบัติให้ประชาชนรับทราบ เช่น การหมั่นทำความสะอาดอาคาร สถานที่ บ้านเรือน รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ นอกจากนี้ ยังหมั่นล้างมือและสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันไว้ โดยผู้ป่วยที่อุณหภูมิในร่างกาย 39 องศาเซลเซียส ให้รีบพบแพทย์ทันที
ผู้ว่าราชการ จ.สกลนคร ยังได้แสดงความเป็นห่วงนักเรียนที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่วัดพระธรรมกาย รวมทั้งนักเรียนที่เดินทางไปสอบความรู้ที่กรุงเทพฯ ซึ่งถือว่าเป็นการไปรับเชื้อนอกพื้นที่เข้ามาในพื้นที่ และแพร่กระจายไปยังผู้อื่น
นายสัตวแพทย์ วิศุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร ตัวแทนจากสำนักงานปศุสัตว์ จ.สกลนคร กล่าวว่า ตนได้รับการประสานจากทางสาธารณสุข ให้ไปสอบสวนสมมติฐานของโรคในรายของผู้เสียชีวิตที่ อ.วานรนิวาส พบว่าผู้เสียชีวิตเพศหญิง อายุ 46 ปี มีร่างกายแข็งแรง แต่มีโรคประจำตัวคือเบาหวานและความดัน ในบ้านเลี้ยงสัตว์ปีก และสุกร มีความใกล้ชิดสัตว์ ทำให้ทราบจากบุตรหลานของผู้เสียชีวิตว่า นอกจากจะมีความเศร้าเสียใจที่แม่ตายแล้ว ยังต้องเสียใจอีกครั้งเนื่องจากเพื่อนบ้านไม่มางานศพ หรือมาก็มาน้อย สาเหตุอาจจะเกรงว่าจะมารับเชื้อจากญาติของผู้ตาย ซึ่งกรณีนี้ อยากให้ทางสาธารณสุข ได้ออกชี้แจงข้อแนะนำที่ถูกวิธี ตลอดจนสาเหตุของโรคแก่ประชาชนทราบโดยด่วน โดยเฉพาะเสียงตามสายในหมู่บ้าน เพื่อจะได้เข้าใจและไม่รังเกียจในการไปร่วมงานศพ
ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข จาก สสจ.สกลนคร ได้กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า จากการคาดการณ์พบว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดจะลุกลามยืดเยื้อออกไปเป็นเวลา 2 ปี และจะมีผู้ป่วยในประเทศไทย ประมาณ 30 ล้านคน โดย 15 ล้านคน จะไม่แสดงอาการและไม่รู้สึกตัวว่าป่วย ส่วนอีก 15 ล้านคน จะมีอาการแสดงออก โดยจะมีผู้ป่วย 3.5 ล้านคนไปพบแพทย์ ในจำนวนนี้จะมีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 คน ซึ่งลักษณะอาการเชื้อโรคจะโจมตีที่ปอด ขณะนี้โรคกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น และจะทวีความรุนแรงขึ้นอีก ทำให้บุคลากรทางการแพทย์เหนื่อยล้าเนื่องจากมีภาระหนักมาก ในโรงพยาบาลก็จะมีเชื้อโรคมาก อีกทั้งอุปกรณ์ที่มีอยู่ก็จะขาดแคลน
อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนี้ ผู้ว่าฯ สกลนคร ได้จัดแบ่งสายเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ออกเป็น 4 สาย ได้ออกสุ่มตรวจสถานที่ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค โดยเข้าตรวจในบริเวณตลาดสดทุกแห่ง สถานีขนส่ง ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ตลอดจนร้านเกมอินเทอร์เน็ต สถานที่กวดวิชา และได้เข้าตรวจในสถานศึกษาพร้อมแนะนำให้ความรู้แก่นักเรียน คือที่โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล ซึ่งมีนักเรียนป่วย พร้อมทั้งแนะนำข้อปฏิบัติ เพื่อให้มีการคัดกรองนักเรียนที่มีอาการป่วย
ส่วนที่วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร นายสมชาย นิลจินดา ผอ.วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร พร้อมด้วย นายบุญส่ง วิจักษณบุญ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สกลนคร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้นำนักเรียนกว่า 6,000 คน ทำความสะอาดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ภายในบริเวณวิทยาลัย เพื่อตัดวงจรของเชื้อโรค
เจลล้างมือฆ่าเชื้อคณะเภสัชฯมอ.ขาดตลาดความต้องการสูงผลิตไม่ทัน
หลังจากที่ภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ผลิตเจลล้างมือฆ่าเชื้อโรคชนิดไม่ล้างน้ำ ที่มีประสิทธิภาพในการลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียสูงและราคาถูกกว่าท้องตลาด ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมากที่หาซื้อไปใช้ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 จนสินค้าขาดตลาดเนื่องจากกำลังการผลิตและเงินทุนที่ไม่เพียงพอ
ผศ . ดร . เสน่ห์ แก้วนพรัตน์ หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรมสามารถผลิตเจลล้างมือได้ประมาณวันละ 500 ลิตร และวางจำหน่ายในส่วนของร้านขายยาในเครือข่ายของคณะเภสัชศาสตร์ อีกส่วนหนึ่งส่งให้กับโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เท่านั้นโดยมีขนาดบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ 30 มล .- 5 ลิตร ราคาประมาณ 15-850 บาท
จากการจัดจำหน่ายเพียงไม่กี่วันปรากฏว่าในขณะนี้สินค้าขาดตลาดผลิตไม่ทันเนื่องจากได้รับความนิยมจากประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะราคาถูกและมีคุณภาพสูงเนื่องจากมีส่วนผสมของแอลกอร์ฮอล์สูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ มีสารสกัดจากแตงกวาทำให้ผิวชุ่มชื้นไม่ทำให้ผิวหนังแห้งในกรณีที่ใช้ติดต่อกันระยะยาวซึ่งแตกต่างจากน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไปที่อาจจะส่งผลข้างเคียง
ทั้งนี้หากได้รับการสนับเรื่องเงินทุนจากทางภาครัฐ หรือตัวแทนผู้ประกอบการที่สนใจ ทางภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรมมีกำลัง และศักยภาพเพียงพอที่จะผลิตเจลล้างมือให้ได้ในปริมาณที่เกิน 1,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือประชาชนและโรงพยาบาลต่าง ๆ ในการป้องกันหวัดใหญ่ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น



