ไลฟ์สไตล์

ภูเก็ต เกาะแห่งความฝันตลอดกาล

ภูเก็ต เกาะแห่งความฝันตลอดกาล

17 พ.ค. 2558

ชวนเที่ยว : ภูเก็ต เกาะแห่งความฝันตลอดกาล : เรื่อง / ภาพ ... วิทวัต ตันสุหัช

 
                               นับจากครั้งสุดท้ายที่ผมได้มาเยือนคงจะเกินกว่า 10 ปีแน่นอน ระหว่างตอนรอขึ้นเครื่องและช่วงเดินทางก็ตื่นเต้นอยู่ว่าภูเก็ตจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่เมื่อได้ไปถึงแล้วก็ไม่มีอะไรผิดหวัง "ภูเก็ต" ยังหลากหลายและมากมายด้วยสิ่งสวยงามเช่นเดิม
 
                               ถ้าเดินทางมาด้วยรถยนต์จะผ่าน สะพานสารสิน ก่อนเข้าภูเก็ตแต่จากสนามบินขับรถไปก็ใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง นอกจากมีตำนานแห่งความรักฝังสถิตอยู่ ตอนนี้สะพานสารสินถูกตกแต่งใหม่อย่างสวยงาม มีจุดชมวิวที่มองไปในทะเลได้ไกลลิบตา เป็นแห่งแรกที่น่าจะไปเยือนและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกนะครับ
 
                               การเลือกที่พักนั้น ปัจจุบันถนนหนทางต่างๆ ในภูเก็ตล้วนเชื่อมต่อกันหมด เกาะภูเก็ตมีชายหาดมากมายหลายแห่ง และแต่ละแห่งก็มีบุคลิกภาพเฉพาะของมัน ตอนเด็กเลยไปพัก หาดป่าตอง ไปคราวนี้จึงได้ไปพักหาดป่าตองรำลึกความหลัง ก็ยังสมบูรณ์แข็งแรงเหมือนเดิมคือคึกคักและเต็มไปด้วยแสงสีเสียงและสถานบันเทิงในยามค่ำคืน แต่ยามเช้าตรู่ตลอดไปจนเย็นก็เป็นชายหาดที่สวยงาม ทะเลเรียบสงบ เหมาะกับการนอนเล่นฟังเสียงคลื่นและลงไปว่ายน้ำทะเลเล่นดังที่เคยเป็น
 
                               ภูเก็ตมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยงามหลายจุด ที่ผมได้ไปคือนอนพักที่ อ่าวฉลอง วิวอ่าวนี้นั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นสดใส เพราะจะมีสันเขาที่หันหน้าให้อ่าวครับ ตื่นมาตอนเช้าๆ ยืนที่ระเบียงจะเห็นพระอาทิตย์ค่อยๆ โผล่มาทักทายจากท้องทะเลจะสวยมาก
 
                               ส่วนวิวพระอาทิตย์ตก คงจะไม่ต้องบอกว่าคือ แหลมพรหมเทพ แต่ยังไงด้วยชื่อเสียงที่ขจรขจายไปขนาดนี้จึงต้องมีการระวังเรื่องเวลานิดหนึ่ง ไปก่อนได้ก็ดีครับยิ่งช่วงวันหยุดยาว คนจะแห่กันขึ้นไปถ่ายรูปดูวิวเยอะมาก วันก็ผมไปก็เช่นกันครับ รถติดยาวต้องใช้วิธีลงรถเดินไปให้ทันก่อนจะมืด ซึ่งก็หวุดหวิดจะไม่ทัน แต่บรรยากาศได้ใจจริงๆ ครับ
 
                               ช่วงระหว่างวัน ภูเก็ตมีทางเลือกให้ท่องเที่ยวมากมายโดยเฉพาะบริเวณท้องทะเล ที่มีเกาะบริวารสวยงามต่างๆ การเดินทางเดี๋ยวนี้ก็มีให้เลือกเยอะขึ้น ทั้งเรือสปีดโบ๊ท เรือใหญ่ ตลอดจนเรือยอชท์ จากภูเก็ตตามหาดต่างๆ เลือกไปได้จนถึงเกาะพีพี จ.กระบี่ โน่นเลย แต่ถ้าพูดถึงเกาะที่เดินทางไม่ไกลแต่ได้บรรยากาศและความสวยงาม ก็ต้อง เกาะไม้ท่อน ครับ อยู่ห่างจากเกาะแม่ไม่ไกล นั่งสปีดโบ๊ทแค่เพียง 15-20 นาที แต่ผมเลือกไปเรือยอชท์ เพราะจะจอดให้ว่ายน้ำและดำดูปลาในแอ่งน้ำลึกก่อนด้วย ก็ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งครับ เดินทาง 45 นาที ว่ายน้ำ 45 นาที (จริงๆ มันมีทริปให้เลือกจอดตกปลาด้วย แต่ขอร้องว่าอย่าเลือกทริปแบบนั้นเลยนะครับ)
 
                               วันนั้นฟ้าส่งเมฆมาล้อนิดหน่อย แต่สายๆ ก็หายไป จุดจอดว่ายน้ำ น้ำสวยใส เห็นปลาแฟนซี ปลาการ์ตูนว่ายเป็นฝูง ว่ายน้ำ ดำดูปลา ซะเพลินหมดเวลาไม่รู้ตัว แล้วเขาก็เอาไปปล่อยเกาะไว้ ให้พักผ่อนนอนเล่นริมชายหาด หรือใครจะลงเล่นน้ำอีกก็ตามใจ เกาะไม้ท่อนน่าพักผ่อนมากครับ ต้องชมผู้ดูแล มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ทะเลก็สีเขียวใส ทรายก็นุ่มราวกับแป้งเนื้อละเอียด ห้องน้ำอะไรก็สะอาดทีเดียว ทริปนี้ใช้เวลาค่อนวันครับ จะออกจากภูเก็ตราวๆ 10 โมงเช้า บ่าย 5 โมงเย็นก็กลับ
 
                               นอกจากแหล่งท่องเที่ยวในท้องทะเลแล้ว ตัวเมืองภูเก็ตมีอะไรที่น่าสนใจหลายแห่งครับ ด้วยความที่เป็นหัวเมืองเอกมาตลอดหลายร้อยปี และการไปคราวนี้ผมได้มีโอกาสไปเยือนสถานที่สำคัญของประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ตแห่งหนึ่งคือ บ้านชินประชา
 
                               ตามข้อมูลจากเอกสารที่แจก บ้านชินประชาสร้างขึ้นในปี  2446 (อายุถึงตอนนี้ก็ 112 ปีแล้ว) ต้นตระกูลเจ้าของบ้านหลังนี้เป็นชาวจีนที่เดินทางมาตั้งรกรากในสยามตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ได้ประกอบกิจการเหมืองแร่ดีบุกบ้านหลังนี้ถือว่าสร้างตามแบบ “ชิโน-โปรตุกีส” เป็นหลังแรกของจ.ภูเก็ต (จีนเรียกกันว่า อังม่อเหลา) ผมเข้าไปเดินชมก็เรียกว่าเป็นที่น่าชื่นตาเลยทีเดียว เพราะมันเป็นทรงบ้านที่หาดูของจริงแทบไม่ได้อีกต่อไปแล้ว โดยเฉพาะการปล่อยกลางบ้านโล่งและมีบ่อน้ำอยู่นั้นนี่เรียกว่าเคยเห็นกันแต่ในหนังเท่านั้นเองครับ
 
                               นอกจากตัวบ้านแล้ว พวกเครื่องเรือนเก่าแก่ทั้งหลายก็ยังอยู่ครบและจัดวางไว้อย่างดี ทั้งชุดรับแขกที่ประดับด้วยหนังแท้ ห้องนอน ห้องครัว ห้องไหว้บรรพบุรุษ โทรศัพท์ ผมถามผู้ดูแล บอกว่ามีการขอเช่าจัดงานหมั้นงานแต่งงานอยู่บ่อยๆ บ้านนี้ยังอนุรักษ์การแต่งกายของคนภูเก็ตสมัยก่อนคือ “การแต่งกายแบบบาบ๋า ย่าหยา” นักท่องเที่ยวลองใส่ชุด ย่าหยา ถ่ายรูปได้ บ้านชินประชาแห่งนี้อยู่บนถนนกระบี่ หาไม่ยากครับ
 
                               บนถนนเดียวกันในระยะไม่ไกลนะครับ (ถามชาวบ้านแถวนั้นเอาก็ได้) เดินไปไม่ทันเหนื่อยก็จะเจอ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว (Phuket Thaihua Museum) เป็นอีกแห่งหนึ่งที่น่าไปเยือนครับ ตัวอาคารเดิมเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีนแห่งแรกในจ.ภูเก็ต ทรงแบบชิโน-โปรตุกีสสร้างขึ้นเมื่อปี 2477 ภายในมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชาวจีนในเมืองภูเก็ตที่มีส่วนสำคัญในการสร้างเมืองให้เจริญรุ่งเรือง 
 
                               พิพิธภัณฑ์เป็นอาคาร 2 ชั้นแบ่งเป็นห้องๆ แต่ละห้องเล่าเรื่องต่างๆ กัน เช่น บุคคลที่เริ่มก่อตั้งเมืองภูเก็ต ชุดแต่งกายประจำถิ่น ห้องเรียนหนังสือ ห้องอาหารพื้นเมือง เทศกาลและประเพณีต่างๆ ทุกห้องมีภาพถ่ายเก่าแก่ และสิ่งของเก่าๆ อันล้ำค่าที่แสดงความเป็นมาด้านสังคมและเศรษฐกิจของภูเก็ตตั้งแต่ยุคแรกๆ ที่ทำเหมืองแร่ ต่อมาทำการเกษตรจนปัจจุบันคือการท่องเที่ยว
 
                               ออกจากพิพิธภัณฑ์แล้วในตัวเมืองที่ไม่ควรจะพลาดกัน ก็คือส่วนของ ย่านเมืองเก่า ต้องขอชมเทศบาลและชาวภูเก็ตทุกรุ่นเลยนะครับที่สามารถอนุรักษ์สภาพเมืองให้เป็นแบบเก่าแก่แบบนี้ไว้ได้นานถึงขนาดนี้ จะเห็นอาคารทรงเก่ายุคอายุไม่ต่ำกว่า 60 ปีมากมายกระจายทั่วเมืองไปหมดแต่ถ้าจุดจะหยุดเดินเล่นชมตึกและถ่ายภาพสวยๆ จุดที่ดีที่สุดคือ ถ.ดีบุก/กระบี่/ถลาง และเยาวราชครับ เพราะมันเป็นย่านเก่าของภูเก็ต มีทั้ง โปรตุเกส ฮอลันดา และอังกฤษ มาค้าขาย พักผ่อน ตัวตึกจึงเป็นสถาปัตยกรรมจึงมีลักษณะผสมผสานกันระหว่างศิลปะตะวันตกและศิลปะตะวันออก เรียกว่าอาคารแบบโคโลเนียลที่ผมชอบ คือนอกจากจะคงความสวยงามแล้วยังใช้งานได้ตามปกติครับ บางตึกก็ขายวัสดุซ่อมบ้าน ขายผ้า ขายเครื่องใช้ บางตึกก็ยังเป็นโรงแรม และที่แน่ๆ ไปแล้วไม่ลองไม่ได้คือ ชาชัก-กาแฟ ร้านโกปี้เตี่ยม ที่นอกจากกาแฟชาแบบทางใต้แท้ๆ ยังมีขนมและอาหารพื้นเมืองภูเก็ตให้ชิมอีกเยอะมากมาย
 
                               ไปเดินย่านนี้ขอแนะนำช่วงบ่ายแก่ๆ ไปถึงหัวค่ำนะครับ เพราะจะยังทันเห็นบรรยากาศค้าขายแบบท้องถิ่นจริงๆ กับพอเวลาร้านปิดจะเริ่มเปิดไฟประดับสวยๆ กัน
 
                               สุดท้ายก่อนจะกลับ สมควรไหว้พระขอพรเสียหน่อยนะครับ มีสถานที่น่าสนใจคือ “พระใหญ่เมืองภูเก็ต” เป็นพระประจำเมืองภูเก็ตบนยอดเขานาคโดยขับรถใช้เวลาจากในเมืองแค่ไม่เกิน 20 นาทีครับ ทางขึ้นไปยังเขานาคจะลาดชันสักหน่อยแต่สองข้างทางมีจุดชมวิวเป็นช่วงๆ สวยงามมากๆ ครับ
 
                               พระมิ่งมงคลเอกนาค เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ผิวนอกบุด้วยหินอ่อนสีขาว สวยงามมาก ตอนเดินขึ้นอาจจะเหนื่อยหน่อยแต่คุ้มครับ เพราะยอดด้านบนตรงฐานพระสามารถมองวิวทะเลได้รอบ ในบริเวณนั้นก็มีพระให้พร รดน้ำมนต์ด้วย ตอนผมไปเห็นฝรั่งทั้งครอบครัวกำลังให้หลวงพ่อรดน้ำมนต์มัดข้อมือ น่ารักจริงๆ ครับ
 
                               ไปภูเก็ตกี่ครั้ง ก็ยังชอบและรักครับ ถึงจะเปลี่ยนไปทันสมัยขึ้น แต่อะไรที่เก่าแก่และมีคุณค่า คนภูเก็ตก็ยังพยายามรักษาเอาไว้ จึงทำให้ภูเก็ตน่าไปเยือนเสมอ ...
 
 
 
 
 
 
------------------------
 
(ชวนเที่ยว : ภูเก็ต เกาะแห่งความฝันตลอดกาล : เรื่อง / ภาพ ... วิทวัต ตันสุหัช)