ไลฟ์สไตล์

สสจ.ปราจีนบุรีปัดให้ข่าวหวัดอ้างเป็นนโยบายกระทรวง

สสจ.ปราจีนบุรีปัดให้ข่าวหวัดอ้างเป็นนโยบายกระทรวง

15 ก.ค. 2552

ปฏิบัติราชการแทนสสจ.ปราจีนบุรีอ้างนโยบายรัฐบาลไม่ให้ข้อมูลนักข่าวในพื้นที่ ขณะยอดผูป่วยติดเชื้อไข้หวัด2009 รวม 23 ราย ยังโคม่า 1 ราย ขณะผอ.รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรยืนยันสมุนไพรฟ้าทะลายโจรช่วยป้องกัน - รักษาอาการหวัดใหญ่ได้ สธ.เตรียมแจกคู่มือแพทย์ รักษาหวัด

เมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้ (15 ก.ค. 52) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ 2009 จ.ปราจีนบุรี โดยได้สอบถามที่นพ.สุรินทร์ สืบซึ้ง นายแพทย์เวชกรรมป้องกัน 9 ปฏิบัติราชการแทนนายแพทย์สาธารณสุข จ.ปราจีนบุรี

 นพ.สุรินทร์ กล่าวว่า นโยบายกระทรวงสาธารณสุขให้สอบถามกระทรวงสาธารณสุขโดยตรง หมายเลขโทรศัพท์ 02-5903333 ทั้งนี้ตามที่รัฐบาลแถลงสื่อมวลชนว่า การรายงานและการนำเสนอตัวเลขผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จะมีการแถลงข่าวทุกวันพุธสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคมเป็นต้นไป

 ด้านนพ.วิชาญ เกิดวิชัย ผอ.รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อ.เมืองปราจีนบุรีกล่าวว่า ยอดผู้ป่วยไข้หวัด2009 จ.ปราจีนบุรีที่ได้รับการแจ้งผลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวม 23 รายและสำหรับผุ้ป่วยอาการหนักอีก 1 รายนอนรักษาอาการที่ห้องแยกเชื้"
 
 นพ.วิชาญ กล่าวต่อไปว่า พบว่าประชาชนออกมาตรวจรักษาอาการจำนวนมากวันละกว่า 100 ราย ส่วนหนึ่งมาจากความตื่นตระหนกกับข่าวผ่านสื่อสารมวลชน และสำหรับข้อมูลสมุนไพรฟ้าทะลายโจรที่สามารถป้องกัน - รักษาไข้หวัดใหย่ได้นั้นสามารถใช้ได้ผล โดยฟ้าทะลายโจรจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานไข้หวัดแก่คนเรา คนที่มีภาวะเสียงในการเข้าชุมชนบ่อย ใกล้ชิดคนเป็นหวัดจะสามารถช่วยได้

สธ.เตรียมแจกคู่มือแพทย์ รักษาหวัดสายพันธุ์ใหม่

พญ.ศรีวรรณา พูลสรรพสิทธิ์  หัวหน้าสำนักวิชาการสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อจัดทำคู่มือแนวทางในการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพื่อแจกจ่ายให้กับแพทย์ทั่วประเทศ ว่า ในการให้การรักษาผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ยังคงยึดตามแนวทางเดิม รวมถึงการให้ยาโอเซลทามีเวียร์ และไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนจากแนวทางที่ได้วางไว้ เพียงแต่การจัดทำคู่มือการรักษาเพื่อให้ดูง่าย ไม่เพียงแต่ใช้ในระดับโรงพยาบาลเท่านั้น แต่แพทย์ที่ให้การรักษาที่คลินิกก็ใช้ได้ อย่างไรก็ตามพบว่า ในการทบทวนอาการของผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก เห็นตรงกันว่า ควรแนะนำให้กินน้ำมากๆ เพื่อขับความร้อนและไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้อาการทรุดลง 

 “ทางสำนักวิชาการจะมีการสรุปคำแนะนำในคู่มือ และจะรีบเร่งจัดพิมพ์จำนวน 30,000 เล่ม เพื่อแจกจ่ายให้กับแพทย์ทั่วประเทศในวันจันทร์ที่ 20 ก.ค. นี้” พญ.ศรีวรรณา กล่าว

 พญ.จริยา แสงสัจจา รองผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า จากการพูดคุยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เห็นตรงกันว่า ขอให้แพทย์สังเกตอาการผู้ป่วยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในรายที่มีไข้สูง 38 องศาเซลเซียส ติดต่อ 48 ชม. ไม่ลด ซึ่งอาการนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนทำให้โรคไปสู่ภาวะรุนแรง พร้อมกันนี้หากมีอาการหอบเหนื่อย อ่อนเพลีย ท้องเสีย และโดยเฉพาะอาการขาดน้ำ จำเป็นต้องรับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล

 พญ.จริยา กล่าวว่า สำหรับกรณีเชื้อลงปอดผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบนั้น ยังไม่มีการสรุปในเรื่องนี้เพราะยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่ชัดเจน เพราะโดยปกติเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลก็มีภาวะโรคเช่นนี้อยู่แล้ว