"การเข้าร่วมกิจกรรมนี้ทำให้รู้จักเพื่อนที่หลากหลายภูมิภาค ศาสนา วัฒนธรรม รู้จักการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน" สิน หรือ นวศิลป์ เป็งงา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสรรพวิทยาคม หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการคนรุ่นใหม่หัวใจรักแผ่นดิน รุ่นที่ 3 กล่าว
ในช่วงระยะหลายปีที่ผ่านมา เรามักจะเห็นภาพการทะเลาะวิวาทของผู้ใหญ่ จนถึงระดับเยาวชนอยู่จำนวนไม่น้อย ทางคณะนักศึกษาหลักสูตรการปฏิบัติการจิตวิทยาฝ่ายอำนวยการ รุ่นที่ 111 (สวจ.111) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงจัดโครงการค่ายพัฒนาศักยภาพเยาวชน "คนรุ่นใหม่หัวใจรักแผ่นดิน" รุ่นที่ 3 เพื่อปลูกฝังความคิดและหล่อหลอมให้เยาวชนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ได้มีโอกาสมาเรียนรู้ร่วมกันผ่านกระบวนการทำกิจกรรมและการศึกษาดูงานที่เป็นประโยชน์ โดยเน้นการปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนเล็งเห็นคุณค่าของความรักความสามัคคีกันในชาติ การมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบต่อสังคม และการสร้างสรรค์กิจกรรมอันเป็นประโยชน์แก่สังคม ซึ่งกิจกรรมจัดเมื่อวันที่ 2-9 พฤษภาคม 2558 ณ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
น้องสิน กล่าวต่อว่า เกมแม่น้ำพิษเป็นกิจกรรมที่ประทับใจ เนื่องจากเกมนี้ให้เพื่อนๆ ทุกคนช่วยกันคิดวิธีเดินอย่างไรให้ถึงเส้นชัย โดยขาทั้งสองข้างต้องอยู่บนกระดาษเอ 4 ซึ่งเกมนี้สอดแทรกเนื้อหาสาระให้เรารู้จักความสามัคคีและฟังความคิดเห็นผู้อื่น หลังจากจบค่ายส่วนตัวจะนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในโครงการเพื่อเผยแพร่ไปยังเยาวชนและชุมชน
ด้าน จ๊าบ หรือ ทศ ลิ้มสดใส นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนพรหมานุสรณ์จังหวัดเพชรบุรี และเป็นผู้ชนะเลิศในการประกวดโครงการประกวด The Best Project ของเยาวชนรุ่นที่ 2 เล่าว่า โครงการนี้สอนในเรื่องของกระบวนการคิด วางแผน นำไปสู่การปฏิบัติจริง โดยขั้นแรกของการดำเนินโครงการเพื่อนๆ ในกลุ่มลงไปสำรวจชุมชนบนดอย ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกล จึงระดมสมองคิดกิจกรรมในโครงการต้นกล้าเพชรบุรีรู้รักสามัคคีเพื่อพ่อแห่งแผ่นดิน เชิญชวนน้องๆ ม.4-ม.6 ร่วมทำกิจกรรมอาสา อาทิ สร้างฝายชะลอน้ำ ปั้นอิฐจากดินแดงและปลูกต้นไม้
ระหว่างการทำกิจกรรมมีการบันทึกวิดีโอทำให้น้องๆ ที่อยู่บนดอยต่างให้ความสนใจ เราและเพื่อนในกลุ่มจึงจัดโครงการต่อเนื่องด้วยการนำแท็บเล็ตที่ว่างจากการใช้งานช่วงปิดเทอมมาสอนน้อง ป.4-ป.6 ทำหนังสั้น ในโจทย์ที่ว่า "อะไรทำให้ชุมชนน้องมีความสุขน้อยลง" ซึ่งน้องถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้เป็นภาพผู้ใหญ่ในหมู่บ้านที่ดื่มเหล้าหรือยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ภาพสะท้อนเหล่านี้ถูกนำมาเผยแพร่ให้ชาวบ้านในชุมชน ทำให้พวกเขาได้เห็นความสำคัญของปัญหาและร่วมกันต่อต้านอบายมุขออกจากชุมชน
ขณะที่ ครูต่าย หรือ ขรุจี พาสุกรี คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ในฐานะประธานคณะทำงานกรรมการบริหารรุ่น สจว.111 ฝ่ายวิชาการ กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมอยู่ในสถานการณ์ความขัดแย้งทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง ทำให้ประชาชนมีความคิดเห็นที่แตกต่าง บางครั้งเกิดความขัดแย้งทางความคิด แตกความสามัคคีกันในชาติทั้งที่เป็นคนไทยด้วยกัน
รวมถึงปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศในแนวจังหวัดชายแดน ปัญหาเหล่านี้ส่งผลถึงพฤติกรรมของพลเมืองที่ดำรงชีวิตแบบต่างคนต่างอยู่ เพิกเฉยต่อหลักการมีส่วนร่วม จนบางครั้งความขัดแย้งลุกลามถึงขนาดนำไปสู่การใช้กำลังแก้ไขปัญหา เราจึงต้องการมีส่วนร่วมในการทำคุณประโยชน์ต่อส่วนรวมด้วยความสมัครสมานสามัคคี ร่วมสร้างเสริมคุณค่าแก่สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน เพื่อการอยู่ร่วมกันโดยสันติอันเป็นเป้าหมายสุดท้าย
เราจึงเลือกผู้เข้าร่วมโครงการในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-18 ปี เป็นช่วงที่มีพลังและง่ายต่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ กิจกรรมที่เด็กๆ ทำระหว่างอยู่ในค่ายนั้นจะเน้นการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ซึ่งพฤติกรรมของแต่ละคนก่อนหน้านี้จะมีทั้งสภาวะความเป็นผู้นำสูงหรือบ้างคนอาจจะไม่กล้าพูด แต่เมื่อเข้าร่วมทำกิจกรรมเด็กเหล่านี้จะต้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นทุกคน
ทั้งนี้เยาวชนเป็นส่วนหนึ่งที่จะผนึกกำลังสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นเพื่อความมั่นคงและเจริญก้าวหน้าของชาติ หากท่านใดสนใจโครงการติดต่อได้ที่ 08-6994-7543