
บทเรียนย้ายพิพิธภัณฑ์นครปฐม
บทเรียนย้ายพิพิธภัณฑ์นครปฐม ปลุกกระแสต้านในความหวงแหน : อริย์ธัช พรอัศวโยธิน
กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่อาจมองข้ามต่อสถานการณ์การรวมตัวคัดค้านของชาวจ.นครปฐมทั้งจังหวัดที่ลุกฮือลงชื่อต่อต้านคำสั่งของ "บวรเวท รุ่งรุจี" อธิบดีกรมศิลปากร กรณีการออกคำสั่งย้ายวัตถุโบราณจาก "พิพิธภัณฑ์นครปฐม" ไปไว้ที่ "พิพิธภัณฑ์อู่ทองสุพรรณบุรี" เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงมาทำร้ายจิตใจชาวนครปฐมให้ล้มทั้งยืน ซึ่งเรื่องดังกล่าวส่งผลให้เกิดกระแสลุกฮือของชาวนครปฐมในการออกมาร่วมคัดค้านเพื่อให้โบราณวัตถุของชุมชนคงอยู่ต่อไป
การรวมตัวลงชื่อคัดค้านของชาวนครปฐมในครั้งนี้เริ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องมาตั้งในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยชาวนครปฐมต่างออกมาแสดงเจตนารมณ์ต่อต้านคำสั่งของอธิบดีกรมศิลปากรอย่างเผ็ดร้อน ทั้งนี้นอกจากการคัดค้านไม่ให้เคลื่อนย้ายวัตถุโบราณออกจากพิพิธภัณฑสถานนครปฐมแล้ว ชาวนครปฐมยังประกาศขอทวงคืนวัตถุโบราณที่ทางกรมศิลป์ทำเรื่องขอยืมไปและยังไม่ส่งมอบคืนอีกจำนวน 3 ชิ้นด้วยกัน คือ "ธรรมจักร พระพักตร์พุทธรูป และประติมากรรมรูปสิงห์" พร้อมนัดรวมตัวลงชื่อคัดค้านในวันที่ 11 พฤษภาคม
เช้าตรู่วันที่ 11 พฤษภาคม ชาวนครปฐมกว่า 2 หมื่นทยอยกันเดินทางเข้ามาที่บริเวณ "สนามหน้าองค์การบริหารจังหวัดนครปฐม" อย่างต่อเนื่องท่ามกลางบรรยากาศร้อนระอุ "กลุ่มรักปฐมนคร" และ "ผู้นำแต่ละพื้นที่ใน 7 อำเภอ" ที่เปรียบเสมือนเป็นหัวเรือใหญ่ และชาวนครปฐมออกมาลุกฮือถือป้ายคัดค้าน "ยอมตายแต่จะไม่ยอมให้ย้ายพิพิธภัณฑ์" พร้อมสวมเสื้อยืดสกรีนโลโก้ "คัดค้านการย้ายพิพิธภัณฑ์นครปฐม" นอกจากนี้องค์การต่างๆ ทั้งสถาบันการศึกษา องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต่างออกมาร่วมเคลื่อนไหวคัดค้านกันอย่างพร้อมเพรียง
ส่วนไฮไลท์สำคัญในครั้งนี้คือการตั้งโต๊ะลงชื่อคัดค้านการย้ายวัตถุโบราณจาก "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์" ไปไว้ที่ "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี" เบื้องต้นพบว่า ตั้งแต่เช้าไปถึงช่วงเย็นมีชาวนครปฐมร่วมจำนวนหลายหมื่นคนเดินทางมาลงชื่อคัดค้านอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
"ไพบูลย์ พวงสำลี" บอกว่า ศิลปวัตถุทุกชิ้นมีความสำคัญ และมีค่าต่อท้องถิ่นนั้นๆ และควรเก็บรักษาไว้ในพื้นที่ และกรมศิลปากรมีอำนาจบทบาทที่จะต้องดูแลสิ่งเหล่านี้ให้ดีที่สุด แต่หากมาอ้างว่า ไม่มีงบประมาณ ต้องไปถามท้องถิ่นว่า จะมีแนวดำเนินการร่วมกันอย่างไร ไม่ใช่มัดมือชก และคนนครปฐมควรจะได้แสดงออกในความคิดของตัวเองด้วย ไม่ใช่นำอำนาจมาดำเนินการเหมือนโจรบุกปล้นบ้านคนอื่น
นพ.ชัชวาล ว่องวิวัฒน์ไวทยะ รองประธานกลุ่มรักปฐมนคร กล่าวว่า การออกคำสั่งของอธิบดีกรมศิลปากรนั้น เป็นสิ่งที่สร้างความกระทบกระเทือนจิตใจของคนนครปฐมเป็นอย่างยิ่ง วัฒนธรรมรากเหง้าของคนนครปฐมที่ขุดพบในพื้นที่จ.นครปฐม สามารถบ่งบอกถึงอารยธรรม และวิถีชีวิตเก่าแก่ดั้งเดิมของคนในดินแดนเมืองเก่านครปฐมอย่างชัดเจน เมื่อได้ทราบเรื่องว่ามีความพยายามของผู้ใหญ่ต้องการนำวัตถุโบราณในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมทวารวดีสูงไปรวบรวมและแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ถึงแม้จะบอกว่านำไปเก็บไว้ชั่วคราว พวกเราก็ไม่เชื่ออยู่แล้ว เราก็บอกไปแล้วว่าทำไม่ได้ ในเมื่อมีการออกคำสั่งมาอย่างนี้ คนนครปฐมจึงรวมตัวกันเพื่อปกป้องรากเหง้าของเราให้ลูกหลานสืบไป
"กลุ่มรักปฐมนคร เราได้ประกาศจุดยืนปกป้องโบราณวัตถุ ที่เป็นมรดกทางจิตวิญญาณของแผ่นดินผืนนี้ทั้งหมดให้คงอยู่กับองค์พระปฐมเจดีย์ คู่บ้านคู่เมืองนครปฐม เพื่อให้ลูกหลาน เยาวชนของเราได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของแผ่นดินทวารวดี ให้คนนครปฐมได้ภาคภูมิใจในแผ่นดินที่มากด้วยอารยธรรมความเป็นมา ให้คนในชาติรักและหวงแหนโบราณศิลปวัตถุที่เป็นสมบัติอันมีค่า เป็นมรดกทางปัญญาที่บรรพบุรุษฝากให้ลูกหลานดูแล รักษา โดยกลุ่มรักปฐมนคร มั่นใจว่าคนนครปฐม จะรวมกันเป็นพลังเพื่อให้บทเรียนแก่ข้าราชการที่ใช้อำนาจและเหตุผลที่อ่อนด้อย สั่งการให้ข้าราชการผู้น้อยดำเนินการโดยไม่ฟังเจ้าของบ้านที่แท้จริงอย่างคนนครปฐมเลย"
เช่นเดียวกับ "สุนทร แก้วพิจิตร" ประธานสภาเทศบาลนครนครปฐม ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วย กรมศิลปากรต้องถามคนนครปฐมก่อน เพราะโบราณวัตถุเหล่านี้ทุกชิ้นผ่านการยืนยันว่า ขุดพบในพื้นที่จ.นครปฐม ในเมื่อพี่น้องประชาชนชาวนครปฐมไม่เห็นด้วย ในฐานะคนนครปฐมต้องมาร่วมในกระบวนการคัดค้านอีกหนึ่งเสียง สิ่งที่เกิดขึ้นเชื่อว่า หากคนนครปฐมไม่เห็นด้วยด้วย กรมศิลปากรคงไม่กล้าดื้อรั้น เพราะหากดื้อรั้นไปแล้วจะได้อะไร ไม่กี่วันคนเหล่านี้ก็จะเกษียณแล้ว
"ส่วนที่อ้างว่าจะถ่ายโอนให้แก่ท้องถิ่นนั้นต้องชี้ให้ชัดว่า ท้องถิ่นนั้นคือใคร นครปฐมมีท้องถิ่นตั้งแต่ อบจ. เทศบาลนคร เทศบาลเมือง และอบต. ใครจะเป็นคนดูแลรับผิดชอบ แต่สุดท้ายแล้วเขาจะให้ใครก็ต้องขึ้นอยู่กับเสียงของพี่น้องประชาชนด้วยว่า จะให้ไว้ที่ไหนกับใคร"
ด้าน "ปรีชา ศรีอนันต์" ผอ.โรงเรียนภัทรญาณวิทยา กล่าวว่า คนนครปฐมรวมพลังกัน เพื่อคัดค้านการย้ายพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ วันนี้คนนครปฐมกำลังเดินหน้ารุกฆาตอธิบดีกรมศิลปากรที่ตัดสินใจให้วัตถุโบราณต่างๆ ที่มีค่าจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ไปโชว์อยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอื่นๆ เราทุกคนจะทำตามเจตนารมณ์ด้วยการออกมาปกป้องทวงคืนโบราณวัตถุที่เป็นมรดกทางจิตวิญญาณของคนนครปฐม
"การกระทำของอธิบดีกรมศิลปากรครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำให้คนนครปฐมเห็นว่า เราสมควรที่จะลุกขึ้นมารวมตัวกันสู้ เพื่อทวงคืนวัตถุโบราณต่างๆ ที่เป็นของคนนครปฐม กลับคืนมาให้หมด นอกจากคนนครปฐมที่มาร่วมลงชื่อคัดค้านแล้วยังมีประชาชนจากจังหวัดอื่นร่วมลงชื่อคัดค้านด้วย โดยคนเหล่านี้ให้เหตุผลว่าต้องการแสดงพลังในส่วนหนึ่งของความเป็นไทย ไม่อยากเห็นข้าราชการกระทำในลักษณะนี้ เพราะถ้ากรมศิลปากรสามารถยุบรวมเอาวัตถุโบราณและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ไปรวมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จ.สุพรรณบุรีได้ วันหลังอาจไปราวีเอาสมบัติที่หวงแหนของคนงจัหวัดอื่นไปไว้สุพรรณบุรีได้เช่นกัน"



