
ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ติดหวัดจากทำงานหลายที่
"อภิสิทธิ์" ชี้หวัดลามแต่ไม่หยุดกิจกรรมด้านเศรษฐกิจ สายด่วนหวัดสายไหม้โทร2พันสายต่อวัน ขณะที่สถานการณ์หวัด 2009 ตามจังหวัดต่างๆ เทศบาลนครหาดใหญ่ลุยตรวจหาเชื้อพบเด็กติดแล้ว 3 ราย แพทย์สสจ.ชุมพรเผยผู้ป่วยหวัดเสียชีวิต 1 ราย ทางเหนือเชียงใหม่เผยยอดผู้ป่วยพ
(15ก.ค.) นางพิไลลักษณ์ ตันติยวรงค์ นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า นายเดชา ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ติดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยรู้ผลจากการตรวจสุขภาพของแพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ โดยยืนยันจาก นพ.สมปอง เจริญวัฒน์ ผอ.โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ว่า หลังจากที่ผู้ว่าฯ มีอาการเจ็บคอ ไอแห้ง และสงสัยว่าติดเองอาจจะติดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จึงได้ขอให้แพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ทำการเจาะเลือดตรวจโดยผลปรากฏว่า มีเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ แต่หลังจากที่รู้ว่าติดหวัด ผู้ว่าฯ ก็ยังคงทำงานปกติ แต่ในวันนี้ได้พักผ่อนอยู่ในจวนผู้ว่าฯ พร้อมกับครอบครัวที่เดินทางเยี่ยม โดยมีอาการแข็งแรงปกติ
ทั้งนี้ นายเดชา ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ โดยยืนยันว่า สุขภาพยังดี แต่การพักผ่อนก็เป็นการพักฟื้น ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง แต่ก็ยังสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ ในส่วนสาเหตุของการติดเชื้อนั้น คงจะเกิดจากการทำงานที่ต้องเดินทางไปในหลายๆ อำเภอ แต่เมื่อรู้ผลแล้วก็ไม่น่าเป็นห่วงและเชื่อว่าโรคนี้ไม่น่ากลัว เพราะในส่วนตัวเองเมื่อมีอาการติดเชื้อก็ไม่มีผลต่อสุขภาพ เพราะไม่มีอาการเจ็บปวดอะไร
"อภิสิทธิ์" ชี้หวัดลามแต่ไม่หยุดกิจกรรมด้านเศรษฐกิจ
เมื่อเวลา 16.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการ ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจว่า ที่ประชุมไม่ได้มีการพูดถึงสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายหวัด 2009 กับผลกระทบทางเศรษศฐกิจ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่รัฐบาลไม่หยุดดำเนินกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจเพื่อทำความสะอาดประเทศ เป็นเพราะเกรงใจภาคเอกชนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าไม่ใช่เรื่องเกรงใจแต่เป็นการรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมบนความพอดี ขอย้ำอีกครั้งว่าตั้งแต่วันแรกของการมีไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้น แม้กระทั่งองค์การอนามัยโลกยังบอกว่าการระงับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สังคม ก็ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนและจะมีเกณฑ์ที่ชัดเจนอยู่พอสมควรว่าระดับไหนจำเป็นหรือไม่จำเป็น
เมื่อถามว่าขณะที่ประเทศเม็กซิโกที่เป็นต้นตอของโรคระบาด ใช้วิธีการหยุดกิจกรรมเศรษฐกิจ ทำให้ลดการแพร่ระบาดลงได้ นายกฯ กล่าวว่า ในเชิงธรรมชาติของการแพร่ระบาดจะมีช่วงๆของมันไป เรากำลังติดตามดู ถ้าถึงจุดที่จำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช้ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลเตรียมนโยบายในการรองรับสถานการณ์ แต่ยังไม่ใช้ในขณะนี้
เมื่อถามว่าการประกาศปิดโรงเรียนของ กทม.เพื่อทำความสะอาด ก็ได้ผลทางจิตวิทยาอย่างหนึ่ง นายกฯ กล่าวว่า ในส่วน กทม.ตนเป็นคนพูดกับผู้ว่าฯ กทม.เองว่าถ้าหยุดโรงเรียนก็ขอความกรุณา ต้องมีมาตรการไม่ให้เด็กออกไปที่อื่น จึงมีการให้มาทำความสะอาดที่โรงเรียน แต่คนที่ไม่สบายก็ไม่ต้องมา ระบบการคัดกรองยังมีอยู่
เมื่อถามวาขณะนี้มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องวัคซีน โดยเฉพาะเรื่องผลข้างเคียง นายกฯ กล่าวว่า เรื่องวัคซีนที่มีการซักถามใน ครม.คือ ทางบริษัทผู้ผลิตจะต้องผ่านการจดทะเบียนให้ได้ที่ยุโรป ถ้าไม่สามารถผ่านได้ ก็ไม่สามารถขายเราได้ ถ้าขายเราไม่ได้กับที่เราได้จองไปแล้ว เขาต้องชดใช้คืน แต่สิ่งที่บริษัทนี้ และบริษัทอื่นๆ เขาไม่ยอมทำสัญญาไม่ว่ากับประเทศใดก็คือจะไม่รับผิดชอบเรื่องผลข้างเคียง โดยอ้างเหตุผลว่าการทดลองวัคซีนได้ผลระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากการผลิตจำนวนมาก จะกี่ล้านโดสก็แล้วแต่ เขาถึงไม่สามารถยอมรับประกันว่าจะไม่มีผลข้างเคียงเกิดขึ้นเลย ถือว่าเป็นความเสี่ยงเราต้องตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ ซึ่งไม่ซื้อก็ได้ แต่ถ้าไม่ซื้อโควตาที่เราจองเขาจะให้ประเทศอื่นทันที เพราะขณะนี้รอคิวกันมาก ครม.พิจารณาแล้วการที่บริษัทจะได้รับการจดรับรองที่ยุโรปถือเป็นหลักประกันได้เพียงพอระดับหนึ่ง ที่จะตัดสินใจในการซื้อวัคซีน
“เวลานี้เราไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะจองหรือสละสิทธิ์ต้องตัดสินใจเลย ถ้าไม่ยืนยันการจองก็หมายความว่าประเทศไทยก็ไม่มีโควต้าและวัคซีนจะออกมาเดือนตุลาคมนี้เป็นครั้งแรก ที่ไทยจองไป 1 ล้านโดส และต้องย้ำว่าเมื่อวัคซีนมา หลักการจัดสรรวัคซีนต้องมุ่งที่คนเสี่ยงสูงสุดในการติดเชื้อเช่น แพทย์ พยาบาล ช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาล” นายอภิสิทธิ์กล่าวและว่าวัคซีนที่ไทยฝากไว้ที่ประเทศสิงคโปร์ 2 ล้านโดสนั้น เป็นวัคซีนคนละตัว เพราะวัคซีนโรคไข้หวัด 2009 ยังไม่มี และจะออกมาครั้งแรกในเดือนตุลาคมนี้เท่านั้น หากจะมีมาตรการที่เข้มข้นที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านเศรษฐกิจและสังคมก็จะดำเนินการไม่อยากพูดไปก่อนเดี๋ยวจะสับสน
เมื่อถามว่าจะให้ความสบายใจให้ประชาชนได้อย่างไรว่ารัฐบาลทำอย่างเต็มที่แล้ว นายกฯ กล่าวว่า ดีที่สุดคือการให้ความเป็นจริง และจนถึงขณะนี้สถานการณ์ในประเทศไทยยังไม่ติดอันดับในจำนวนมีผู้ติดเชื้อ
เมื่อถามว่าพอใจกับการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ผมไม่พอใจที่มีการเสียชีวิต แน่นอนแม้แต่ตายคนเดียวก็ไม่พอใจ แต่เข้าใจสถานการณ์ว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ มันเป็นเรื่องที่ลำบาก แม้แต่ประเทศที่เข้มงวดด้านอนามัยอย่างออสเตรเลีย สถานการณ์ก็คล้ายคลึงกับไทย มันคือข้อเท็จจริง เข้าใจสังคมไทยเรื่องความเป็นห่วงเป็นใย ซึ่งเราต้องพยายามลดปัญหานี้ให้ได้มากที่สุด"
เมื่อถามว่ากรณีที่มีการปิดตึกที่กระทรวงไอซีทีเมื่อพบผู้ป่วยเพียงคนเดียว นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ต้องใช้มาตรการที่ทำให้ตื่นตระหนกไม่อย่างนั้นจะเป็นการส่งสัญญาณที่ผิด การปิดในขณะที่บางคนมีเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ ก็ไม่ได้อยู่กับบ้าน ก็สามารถไปแพร่เชื้อที่อื่นได้อีก นี่คือข้อเท็จจริง และตนพยายามให้ข้อเท็จจริงในเวลานี้ เพื่อให้หน่วยงานได้ตัดสินใจอย่างรอบคอบ รู้ว่าสัญญาณที่ส่งออกไปเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าที่พูดมาทั้งหมดให้คนดูแลตัวเอง หรืออัตตา หิ อัตตโน นาโถ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น แต่รัฐบาลได้จัดระบบอย่างดีสุด รูปแบบการรักษาพยาบาล เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และประสิทธิภาพได้มีการจัดช่องพิเศษ การสำรองยา ก็จะไม่อยู่บนความประมาท จึงได้อนุมัติเงินอีก 250 ล้านบาท การติดตามตัวเลขและแถลงรายวันซึ่งประเทศอื่นเกือบจะเลิกหมดแล้ว แต่เป็นการเก็บตัวเลขเพื่อให้เป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์ตลอดเวลาว่าคนที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอยู่ในกลุ่มไหนอย่างไร ไม่ใช่ว่าเราขอความร่วมมือ แต่ไม่ใช่พึ่งใครไม่ได้ เป็นเรื่องขอความร่วมมือ เพื่อให้การแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น และสิ่งที่รัฐบาลต้องการความร่วมมือมากที่สุดก็คือคนที่เจ็บป่วยเล็กน้อยให้อยู่บ้าน
เมื่อถามว่าสิ่งที่นายกฯพูดยังเหมือนเลื่อนลอยอยู่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีเลื่อนลอย ทุกอย่างเป็นไปตามหลักทั้งหมด ตนให้ความเป็นจริง เพราะบางประเทศถือว่าโรคนี้เป็นโรคติดต่อได้ ถ้าเราให้ความรู้กับคนในการสังเกตอาการเพื่อเข้ารับการรักษาก็จะลดความสูญเสียได้
เมื่อถามว่าเรื่องนี้อาจจะทำให้รัฐบาลพัง นายกฯ ไม่ตอบคำถาม แต่ส่ายหน้า เมื่อถามอีกว่ารัฐบาลยอมรับว่าโรคนี้เป็นโรคประจำถิ่นไปแล้ว นายกฯ กล่าวว่า ยอมรับ เพราะ 130 ประเทศก็ทำแบบนี้
สายด่วนหวัดสายไหม้โทร2พันสายต่อวัน
ที่โรงแรมรามาการ์เด้น นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้รับรายงานตัวเลขผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอช (เอช 1 เอ็น 1 ) หรือโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่มอีก 412 ราย เมื่อรวมผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ทำให้ประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสม 4 , 469 ราย เสียชีวิต 24 รายเท่าเดิม ในจำนวนนี้มีอาการน่าเป็นห่วงนอนในโรงพยาบาลประมาณ 10 ราย
นายมานิต กล่าวว่า การรายงานตัวเลขผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตที่กระทรวงสาธารณสุขรายงานในวันนี้ถือเป็นวันสุดท้าย เพราะต่อจากนี้ไปจะมีการรายงานทุกวันพุธของสัปดาห์ ทั้งนี้เพื่อให้ข้อมูลรอบด้านเกี่ยวกับจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตที่มีการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และแล็บของโรงเรียนแพทย์ต่าง ๆ ส่วนสถานที่ในการแถลงข่าวนั้นคงจะมีการหารือกันอีกครั้ง อาจจะเป็นที่กรมประชาสัมพันธ์ หรืออาจจะเป็นที่กระทรวงสาธารณสุขก็ได้ เพราะกระทรวงสาธารณสุขเป็นแหล่งข้อมูลเรื่องผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตอยู่แล้ว
นายมานิต กล่าวต่อว่า อยากฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่าหากป่วยควรอยู่กับบ้าน ยกเว้นอาการไม่ดีควรรีบไปพบแพทย์ทันที เช่น เป็นไข้ 2 วันแล้วไม่หาย ขณะเดียวกันผู้ป่วยควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อไปสู่คนอื่น โดยผู้ป่วยแต่ละคนควรจะมีหน้ากากอนามัยอย่างน้อย 2 อัน ซึ่งตนคิดว่าในแต่ละบ้านสามารถทำเองได้ อาจจะใช้ผ้าที่มีอยู่แล้ว หรือใช้ผ้าขาวบาง ซึ่งต้นทุนตกไม่กี่บาทอีกทั้งสามารถนำไปซักและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ อย่างที่สำนักงานผู้ตรวจราชการเขต 4 ของกระทรวงก็มีการทำหน้ากากด้วยผ้าขาวบางออกมาจำหน่ายอันละ 7 บาท ซึ่งหน้ากากที่ผลิตขึ้นนี้เป็นหน้ากากที่แพทย์ใช้มานาน 20-30 ปีแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแถลงข่าวสัปดาห์ละครั้งหากมีข่าวลือต่าง ๆ เกี่ยวกับการเสียชีวิตจะยิ่งทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก นายมานิต กล่าวว่า ในกรณีที่เกิดข่าวลือ ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก คงจะให้ศูนย์ปฎิบัตการโรคไข้หวัดใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ออกมาชี้แจงเป็นกรณี ๆ ไป ยืนยันว่า การแถลงข่าวสัปดาห์ละครั้งไม่มีการปิดข้อมูลแน่นอน ทุกอย่างว่ากันไปตามข้อเท็จจริง เพราะตัวเลขผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตไม่สามารถปิดบังได้อยู่แล้ว
นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยความคืบหน้าการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 ว่า หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขเปิดสายด่วนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ทางหมายเลข 0-2590-3333 และ 1422 บริการตลอด 24 ชั่วโมง พบว่าได้รับความสนใจจากประชาชน โทรสอบถามจำนวนมาก ตลอดวานนี้มีทั้งหมด 2 , 112 สาย เฉลี่ยนาทีละ 1 สาย ส่วนใหญ่มีความสงสัยเรื่องอาการป่วยและการรักษา
นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าวว่า โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ จะมีอาการคือ มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล เบื่ออาหาร บางรายอาจมีอาเจียน ท้องเสียร่วมด้วย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ร้อยละ 90 มีอาการเล็กน้อย อาการจะทุเลาลงตามลำดับ คือ ไข้ลดลง ไอน้อยลง รับประทานอาหารได้มากขึ้น และหายป่วยได้เองภายใน 3-5 วัน โดยให้พักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่หากมีอาการซึมหรืออ่อนเพลียมาก รับประทานอาหารไม่ได้ อาเจียน ไอมาก เจ็บหน้าอก หายใจเร็ว หรือเหนื่อย ต้องรีบไปพบแพทย์ หรือเมื่อครบ 48 ชั่วโมงแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ก็ให้ไปพบแพทย์เช่นกัน
นายแพทย์ไพจิตร์กล่าวต่อว่า ทางด้านรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ขอให้ผู้ที่ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ที่พักรักษาตัวที่บ้าน อย่าออกนอกบ้านหรือไปทำงาน ยกเว้นไปพบแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้น ส่วนการดูแลตนเองที่บ้านจะเหมือนกับโรคไข้หวัดทั่วไป คือนอนพักผ่อนมากๆ ในห้องที่อากาศถ่ายเทสะดวก ดื่มน้ำสะอาดและน้ำผลไม้มากๆ งดดื่มน้ำเย็นจัด รับประทานยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล ห้ามใช้ยาแอสไพริน และรับประทานยารักษาตามอาการ เช่น ยาละลายเสมหะ ตามคำแนะนำของเภสัชกร
ทางด้านนายแพทย์คำนวน อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ของไทย ในขณะนี้ไม่ได้เลวร้ายที่สุดในโลก เหมือนที่หลายฝ่ายวิตก สาเหตุที่ไทยมีรายงานจำนวนผู้ยืนยันติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่และผู้เสียชีวิตมากขึ้นทุกวัน เป็นผลมาจากการทำงานเฝ้าระวังอย่างเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ เพื่อเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งผู้ป่วยรายที่สงสัยส่งตรวจ โดยในการเปรียบเทียบสถานการณ์กับประเทศอื่นๆ ตามหลักสากลและทางวิชาการ จะดูจากจำนวนผู้เสียชีวิตต่อประชากรล้านคน ซึ่งขณะนี้ไทยมีผู้เสียชีวิต 24 ราย คิดเป็นผู้เสียชีวิต 0.4 ต่อล้านประชากร ซึ่งน้อยกว่าประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีผู้เสียชีวิต 0.7 ต่อล้านประชากร ส่วนที่แคนาดามีผู้เสียชีวิต 1.2 ต่อล้านประชากรและอีกหลายประเทศในทวีปอเมริกาใต้
กมธ.สธ.วุฒิสภ หนุนแนวทางรัฐแก้หวัดถูกทางแล้ว
ที่รัฐสภา นพ.อนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ ส.ว.สุรินทร์ ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา พร้อมด้วยกรรมาธิการฯ อาทิ นพ.วิรัติ พาณิชย์พงษ์ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ พญ.อัจฉรา เตชฤทธิพิทักษ์ ศาตราภิชานพินิจ กุลละวณิชย์ ส.ว.สรรหา ได้ร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องให้สังคมตระหนักถึงภัยของโรคไข้หวัด 2009 แต่ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินเหตุ
น.พ.อนันต์ กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายมั่นใจในการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะกรมควบคุมโรคที่กำลังตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่และขอเรียกร้องให้นักวิชาการ นักการเมือง ที่อยากออกมาแสดงความคิดเห็นก็ขอให้พิจารณาถึงความเหมาะสมด้วย อย่างไรก็ตามอยากให้กระทรวงสาธารณสุขตั้งโฆษกขึ้นมาทำหน้าที่ชี้แจงโดยตรงคนเดียวก็พอ ไม่ควรปล่อยให้คนโน้นคนนี้พูดทีละครั้งสองครั้งเพราะจะเป็นการสร้างความตระหนกเกิดความไม่มั่นใจในประเทศ ทำให้ชาติเสียหายในภาพรวม นอกจากนี้ขอให้สำรองยาและวัคซีนให้เพียงพอ ซึ่งรัฐบาลจะต้องจัดงบดูแลเพิ่มเติม
ด้านพ.ญ.พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า มาตรการของรัฐบาลและคณะกรรมการควบคุมโรคไข้หวัด 2009 นั้นถูกต้อง แต่ไม่ยังไม่ได้แพร่หลายพอสมควร โดยเฉพาะการเผยแพร่ข้อมูลเชื้อกลายพันธุ์ที่สามารถกลายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วและใช้เวลาไม่นาน โดยเฉพาะในสัตว์อย่างหมู ที่เอื้อต่อการกลายพันธุ์มากที่สุด รัฐควรมีมาตรการแจ้งเตือนไปยังเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั้งหมูและไก่ ให้แยกโรงเรือนออกจากกัน เพื่อไม่ให้สัตว์แต่ละชนิดเป็นพาหะนำโรคสู่กันจนเกิดการกลายพันธุ์ และควรมีคำสั่งห้ามคนที่เป็นหวัดเข้าไปในโรงเลี้ยงสัตว์ เพราะปัจจุบันหน่วยงานรัฐไม่ค่อยเน้นย้ำเรื่องนี้
นพ.เจตน์ กล่าวถึงกรณีที่มีความเป็นห่วงว่าการฉีควัคซีนอาจทำให้เชื้อดื้อยาทำให้กลายพันธ์เร็วขึ้นว่า ขณะนี้ในประเทศ วัคซีนที่จะป้องกันเชื้อหวัด 2009 ได้ ดังนั้นการใช้วัคซีนชนิดหนึ่งมาฉีดกับเชื้ออีกชนิดหนึ่งจึงไม่เป็นผลอะไร เพราะเชื้อใครก็เชื้อมัน ดังนั้นแนวทางป้องกันที่ดีที่สุดขณะนี้คือประชาชนทุกคนต้องดูแลตัวเอง โดยเฉพาะการล้างมือ และใช้หน้ากากป้องกันให้ถูกวิธี
กทม.ลุยทำความสะอาดโรงเรียนหลังปิดเรียน 5 วัน
เมื่อเวลา 08.30 น. นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯกทม.พร้อมด้วยนายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ โฆษกกทม. นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกทม. ร่วมรณรงค์ล้างทำความสะอาดโรงเรียนวิชูทิศ สังกัดกทม.กับเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดเขตดินแดง ครู และนักเรียน หลังจากที่กทม.ประกาศให้ปิดโรงเรียนสังกัดกทม.ทั้ง 435 แห่ง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในพื้นที่
โดยนายพงศ์ศักติฐ์ กล่าวถึงการทำความสะอาดสถานที่แหล่งชุมนุมชนว่า นอกจากหน่วยงานของกทม.ที่ต้องเข้าไปล้างทำความสะอาดแล้ว หน่วยงานสังกัดอื่นสามารถประสานขอให้เข้าไปทำความสะอาดได้ โดยติดต่อผ่านทางผู้อำนวยการเขตพื้นที่ ซึ่งกทม.ยินดีที่จะเข้าไปทำความสะอาด หรือ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันไข้หวัด 2009 ในเบื้องต้นนั้นจะเน้นการทำความสะอาดโรงเรียนและสถานที่ราชการก่อน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงมาตรการการสั่งปิดโรงเรียนในสังกัดกทม.เป็นเวลา 5 วัน( 15 ก.ค.- 19 ก.ค.) ที่มีหลายฝ่ายออกมากล่าวโจมตีว่าจะเป็นการสร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคม ว่า การสร้างความตื่นตระหนกไม่ได้เกิดจาก กทม.ยืนยันว่าตนเองได้ทำตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่มอบอำนาจให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลสถานการณ์ในพื้นที่และได้มีการพูดคุยกับนายกถึงสาเหตุการปิดโรงเรียนแล้ว
ดังนั้นหน้าที่ของตนเองคือทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาด และเชื่อมั่นว่ามาตรการดังกล่าวเป็นสิ่งที่ถูกต้องดังนั้นใครไม่เห็นด้วยก็ไม่สนใจเพราะได้ตัดสินใจไปแล้ว และจะดำเนินการต่อไปในการดูแลเด็กนักเรียนของ กทม.พร้อมกับทำให้ผู้ปกครองมีความมั่นใจว่ากทม.สามารถดูแลบุตรหลานของตนเองได้
ผู้ว่ากทม. กล่าวอีกว่า โรงเรียนในสังกัด กทม.มีลักษณะพิเศษคือมีนักเรียนหนาแน่นและส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีอายุน้อยซึ่งมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้นการปิดเรียน 3 วันไม่ถือว่าเสียเวลาเรียนมากสามารถสอนชดเชยได้ ดีกว่าปล่อยให้เรียนแล้วมีจำนวนเด็กติดเชื้อมากขึ้น และระหว่างที่ปิดเรียนได้กำชับให้ทุกโรงเรียนใช้เวลาในการทำความสะอาดป้องกันการแพร่กระจายของโรค และเป็นการให้เวลานักเรียนที่ป่วยรักษาตัวเองให้หายดีก่อนมาเรียนตามปกติ พร้อมขอความร่วมมือไปยังผู้ปกครองในการดูแลบุตรหลาน ทุกหน่วยงานดูแลทำความสะอาดอาคารสถานที่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันจะช่วยให้ชะลอการแพร่กระจายของโรคได้
นอกจากนี้ในวันจันทร์นี้( 20 ก.ค.) จะสามารถดำเนินการแจกหน้ากากอนามัย และปรอทวัดไข้ให้กับโรงเรียนในสังกัดทั้ง 435 โรง และจะยังไม่มีการปิดการให้บริการที่สำนักงานเขตเพราะอาจจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน พร้อมย้ำว่าโรงพยาบาลในสังกัด กทม.ทั้ง 9 แห่งพร้อมให้บริการผู้ป่วยเต็มที่ เชื่อว่าโรคจะไม่หยุดแพร่กระจายในเร็ววันนี้ ส่วนจะมีความรุนแรงแค่ไหนทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการป้องกันของประชาชนที่ต้องดูแลตนเอง
พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ขณะนี้หน้ากากอนามัยค่อนข้างที่จะขาดตลาด ซึ่ง กทม.แก้ปัญหาด้วยการให้ศูนย์ฝึกอาชีพของ กทม.ตัดเย็บเอง
"หาดใหญ่"ลุยตรวจจัดจนท.ลุยสถานศึกษา-ห้างฯ-สถานบันเทิง
นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ทางผู้บริหารโรงเรียนเทศบาล1(เอ็งเสียงสามัคคี) ปิดโรงเรียน หลังจากมีการตรวจพบเด็กนักเรียน 3 คนติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 โดยจะเปิดเรียนในวันจันทร์ที่ 20 ก.ค.
"ทางผู้บริหารเขาต้องการจัดระเบียบภายในเพราะก่อนหน้านี้ได้ทำความสะอาดโรงเรียนแล้ว แม้ขณะนั้นยังไม่
พบมีเด็กติดเชื้อก็ตาม และเด็กทั้ง3คนตอนนี้ก็ปลอดภัย ไม่น่าเป็นห่วง จะสามารถควบคุมได้ และเป็นโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเพียงแห่งเดียว "
สำหรับเด็กนักเรียนทั้ง 3 คนที่ติดเชื้อนั้นไม่ได้ติดเชื้อจากในโรงเรียนของตัอง แต่เป็นการติดเชื้อมาจากข้างนอก เนื่องจากเด็กทั้ง 3 คน ไปสอบแข่งขันทักษะที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย
นายไพร กล่าวและว่า จากการที่ตรวจพบเด็กติดเชื้อในครั้งนี้ ทำให้ทางเทศบาลนครหาดใหญ่ ร่วมมือกับสาธารณะสุขจังหวัด สาธารณะสุขอำเภอ จัดเจ้าหน้าที่สำหรับลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่15 ก.ค.ประมาณ 5-6 ชุด เริ่มตั้งแต่ลงพื้นที่ไปตามสถาบันการศึกษาในพื้นที่ทั้งหมด รวมห้างสรรพสินค้าและสถานบันเทิง เพื่อทำการรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจ และปฏิบัติตัวอย่างไร เพื่อป้องกัน เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความตื่นตระหนก โดยจะทำอย่างต่อเนื่องนับจากวันนี้ 15 ก.ค.เป็นต้นไปสำหรับการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผู้ปกครองตื่นแห่นำบุตรกลับบ้าน
นายสงบ มณีพรหม ผอ.โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย (ญว.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า หลังจากได้ตรวจสอบสุขภาพของเด็กนักเรียนในโรงเรียน เพื่อคัดกรองป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ใหม่ 2009 ล่าสุดพบเด็กที่เข้าข่ายการติดเชื้อแล้ว 3 ราย โดยเบื้องต้นได้ให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ เพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ขณะที่กลุ่มเพื่อนร่วมห้องที่ใกล้ชิดกับคนป่วยนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสุขภาพเพิ่มเติม ส่วนกรณีการปิดโรงเรียนหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม หลังผู้ปกครองทราบข่าวว่า มีเด็กนักเรียนโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ติดเชื้อไข้หวัด 2009 ได้ทยอยเดินทางมารับเด็กนักเรียนกลับบ้าน เนื่องจากเป็นห่วงว่า จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณะสุขจังหวัด และเทศบาลนครหาดใหญ่ ได้เร่งระดมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ และทำความสะอาดสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้ออย่างเร่งด่วนแล้ว เนื่องจาก อ.หาดใหญ่ เปรียบเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาภาคใต้ตอนล่าง ทำให้หลายฝ่ายกังวล หากมีการแพร่ระบาดเชื้อในหาดใหญ่ เพราะจะส่งผลให้การแพร่ระบาดลุกลาม และขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่นๆได้ง่าย
สสจ.สงขลาสั่งปิดรร.เทศบาล1แห่งหลังพบเด็กติดเชื้อหวัด
นพ.สุเทพ วัชรปิยนันท์ สาธารณะสุขจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้ในจังหวัดสงขลา มีสถิติผู้ป่วยซึ่งติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แล้วทั้งสิ้นจำนวน 32 ราย แต่ยังอยู่ในระดับไม่รุนแรง ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พบว่า ในกลุ่มนักเรียนมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนหนึ่ง จึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่สาธารณะสุข ดูและสถานศึกษาในพื้นที่เขตเมือง โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ และอำเภอเมืองสงขลา อย่างเต็มกำลัง
ล่าสุด จากการตรวจสอบได้รับรายงานว่ามีนักเรียนในโรงเรียนเทศบาล1(เอ็งเสียงสามัคคี) ซึ่งเป็นโรงเรียนในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ ต้องสงสัยว่ามีอาการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หลายราย เบื้องต้นจึงได้หารือกับผู้ปกครอง และผู้บริหารสถานศึกษาดังกล่าว โดยได้ข้อสรุปว่าจะงดทำการเรียนการสอนเป็นเวลา3วันเพื่อเตรียมทำความสะอาด และเตรียมการเพื่อรองรับความพร้อมในการเปิดเรียนอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จ.สงขลา ที่พบเด็กเข้าข่ายการติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 3 ราย
สาธารณะสุขจังหวัดสงขลา กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้จังหวัดสงขลาได้เตรียมการป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในสถานบันเทิง เช่น ไนท์คลับ ผับ บาร์ รวมไปถึงรถทัวร์ รถตู้ และห้างสรรพสินค้า ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ และอำเภอเมืองจังหวัดสงขลา อย่างเร่งด่วนแล้วเพื่อควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดไปยังพื้นที่อื่นๆ
ผวจ.สตูลออกรณรงค์ไข้หวัดนำร่องโรงเรียนเขตเมือง
เมื่อเวลา 08.30 น. นายสุเมธ ชัยเลิศวนิชกุล ผวจ.สตูล พร้อมนายแพทย์สำรวม ด่านประชันกุล นายแพทย์สาธารณสุข จ.สตูล และเจ้าหน้าที่ ได้ออกรณรงค์ไข้หวัด 2009 ที่ โรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์จ.สตูล โดยนำร่องเป็นโรงเรียนแรก แม้นว่าจะยังไม่พบว่ามีผู้ป่วยในจังหวัดก็ตาม
แพทย์สสจ.ชุมพรเผยผู้ป่วยติดเชื้อหวัด09เสียชีวิตแล้ว1ราย
เมื่อเวลา 12.30 น. นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อไข้หวัด 2009 ที่ชุมพรแล้ว 39 ราย ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย คือ นางสาวประเทือง โอภาโส อายุ 62 ปี น้ำหนัก 125 กิโลกรัม อาชีพค้าขาย อยู่บ้านเลขที่ 314 ม. 2 ต.ปากน้ำชุมพร อ.เมืองชุมพร ซึ่งเสียชีวิตหลังป่วยเพียงข้ามคืน เบื้องต้นจากการสอบสวนโรค พบว่าติดเชื้อมาจากหลานที่ป่วยเป็นไข้หวัด ถึง 2 คน
นายแพทย์อนุ ทองแดง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปากน้ำชุมพร กล่าวว่า ผู้ป่วยมีอาการไอ และหืดหอบเข้ามารับการรักษาอาการ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 13 กรกฎาคม 2552 ที่ผ่านมา โดยพบว่า มีการติดเชื้อที่ปอดอย่างรุนแรง อาการค่อนข้างหนัก ดังนั้น จึงต้องส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และได้มาเสียชีวิตเมื่อเวลา 07.00 น.ของวันที่ วันที่ 14 กรกฎาคม 2552 กระทั่งวันนี้ ( 15 กรกฎาคม 2552 ) ผลตรวจยืนยันว่า ผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัด 2009 จึงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ เข้าสอบสวนโรคที่บ้านพักอาศัยด้วย
“ ผู้ป่วยรายนี้ เป็นคนไข้ของโรงพยาบาลอยู่แล้ว เดิมมารักษาโรคประจำตัว คือ หัวใจล้มเหลว ความดันสูง และโรคอ้วน เพราะน้ำหนักมากถึง 125 กก. ทำให้เมื่อติดเชื้ออาการจึงรุนแรงมาก จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต “ ผอ.รพ.ปากน้ำชุมพร กล่าว
ด้านนางประกอบกุล โอภาโส อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นน้องของผู้ตาย กล่าวว่า บ้านที่อยู่หลังเดียวกัน มีผู้อาศัยอยู่ด้วยถึง 5 คน คือผู้ตาย , มารดาวัย 84 ปี , ลูกสาว อีก 2 คน และน้องสาว(นางประกอบกุล) ซึ่งปกติผู้ตายก็จะมีอาการไอเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ก่อนหน้านี้ ลูกสาวซึ่งเรียนอยู่ชั้น ม. 4 โรงเรียนศรียาภัย เป็นไข้หวัด เมื่อ 4-5 วันที่ผ่านมา พออาการดีขึ้น ลูกสาวอีกคนเรียนชั้น ม. 2 โรงเรียนเดียวกัน ก็มีอาการไข้ พอหายเป็นปกติกลับพบว่า นางสาวประเทือง มีอาการป่วยเมื่อคืนวันที่ 12 ก.ค. พอตอนเช้าก็มาที่โรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ด้านนายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ขณะนี้สถิติผู้ติดเชื้อสะสมของชุมพร ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. จนถึงปัจจุบัน มีจำนวน 34 ราย และล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย มีผู้ต้องสงสัยรอฟังผลในช่วงค่ำวันนี้อีก 10 ราย ส่วนสาเหตุการแพร่ระบาดสำคัญ คือ ในกลุ่มนักเรียน ไปสู่เพื่อนๆนักเรียนในห้องเรียน รถโรงเรียนและผู้สัมผัสผู้ป่วยในบ้าน
พิษณุโลกพบ 5นร.กลับจากวัดธรรมกายไข้สูง
นายวีระพงษ์ เสงี่ยมอยู่ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสิริสุทธาวาส อำเภอบางกระทุ่ม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 2 เปิดเผยว่า ทางโรงเรียนได้นำคณะนักเรียน 18 คน และ ครู 1 คน เดินทางไปเข้าโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก ที่ วัดธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นคณะนักเรียนและครูได้เดินทางกลับมาถึงโรงเรียน จนกระทั่งเมื่อ วันที่ 14 ก.ค ได้ตรวจพบว่า เด็กนักเรียนที่ร่วมเดินทางไปในครั้งนี้ จำนวน 5 คน มีอาการตัวร้อนไข้ขึ้นสูง 39- 40 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะและมีอาการอ่อนเพลีย ทางครูประจำชั้นจึงได้สั่งให้หยุดพักการเรียน และให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล พร้อมทั้งนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน
ล่าสุดในขณะนี้ทราบว่า อาการไข้ของนักเรียนทั้งหมดได้ลดลงแล้ว นอกจากนี้ยังพบว่ามีนักเรียนอีก 10 คน ของโรงเรียนที่มีอาการไข้ตัวร้อน โดยทางโรงเรียนได้ทำการคัดกรองเด็กนักเรียนก่อนเข้าชั้นเรียนในทุกเช้า เมื่อตรวจพบว่า มีนักเรียนป่วยเป็นไข้หัด ตัวร้อน จึงได้แนะนำให้กลับไปพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน โดยทางโรงเรียนได้ประสานกับผู้ปกครองไปแล้วว่า หากพบว่าบุตรหลาน มีอาการเจ็บป่วยเป็นไข้หวัดและมีอาการหนัก ต้องรีบทำส่งโรงพยาบาลทันที เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจและสังเกตอาการต่อไป
“ ทางโรงเรียน ก็ไม่ได้สั่งปิดโรงเรียนแต่อย่างใด เพียงแต่ให้นักเรียน และครูที่เดินทางร่วมกิจกรรมของวัดพระธรรมกาย หยุดเรียนเป็นการชั่วคราวไปก่อน โดยไม่ถือว่าเป็นวันลาหยุดแต่อย่างใด เพื่อป้องกันและกระจายของเชื้อไข้หวัด ล่าสุดยังรอผลการตรวจสอบจากแพทย์ว่า นักเรียนที่ป่วยนั้นเกิดจากเชื้อหวัดชนิดใด และพร้อมกับได้สั่งให้มีการทำความสะอาดห้องเรียน และบริเวณโรงเรียนโดยรอบทันที ซึ่งทางโรงเรียนได้แนะนำการปฏิบัติตัวของนักเรียน ตามที่ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก แนะนำไว้ทุกอย่าง ” ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสิริสุทธาวาส กล่าว
สำหรับอาการป่วยของนักเรียน 26 คน ของโรงเรียนเซนต์นิโกลาส อ.เมือง จ.พิษณุโลก โรงเรียนเอกชนที่นำได้นักเรียนจำนวน 237 คน ครู 7 คน ไปร่วมกิจกรรม โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก ที่วัดพระธรรมกาย หลังจากกลับมาแล้วพบว่า มีอาการป่วยและมีไข้ขึ้นสูงนั้น ขณะนี้ผลการตรวจออกมาแล้ว ปรากฎว่า ไม่พบว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่อย่างใด เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น แต่ทางโรงเรียนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ให้นักเรียนพักรักษาตัวที่บ้าน และได้มีติดต่อผู้ปกครองนักเรียน เพื่อติดตามอาการของนักเรียนทุกคน
แพ่พบผู้ปฎิบัติธรรมวัดธรรมกายต้องสงสัยอีก4ราย
เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 15 ก.ค.สาธารณสุขจังหวัดแพร่ ได้ประชุมการเตรียมรับไข้หวัดใหญ่ 2009 ของจังหวัดแพร่ โดยได้ประชุม เจ้



