ไลฟ์สไตล์

ต้องจ่ายเงินถึงโอนกรรมสิทธิ์ได้

ต้องจ่ายเงินถึงโอนกรรมสิทธิ์ได้

12 พ.ค. 2558

เปิดซองส่องไทย : ต้องจ่ายเงินถึงโอนกรรมสิทธิ์ได้

 
                          ดิฉันแต่งงานและได้จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติเป็นเวลากว่า 12 ปีแล้ว เมื่อกลางเดือนมีนาคม 2558 ที่ผ่านมา ได้ซื้อบ้านเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยผ่านนายหน้า ที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ และได้ไปติดต่อกับหน่วยงานที่ดินเพื่อทำการโอนกรรมสิทธ์ โดยที่สามีชาวต่างชาติอยู่ที่ต่างประเทศไม่ได้ร่วมเดินทางมาด้วย 
 
                          ดิฉันมาเพียงลำพัง ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ได้แจ้งกับดิฉันและผู้โอนว่าไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ใดๆ ได้ เพราะสามีดิฉันไม่มาเซ็นรับโอนด้วย ดิฉันจึงได้อธิบายถึงสาเหตุว่า เราอาศัยอยู่ต่างประเทศ และสามีตอนนี้ก็อยู่ต่างประเทศไม่ได้มา และดิฉันก็ได้ลางานจากต่างประเทศมาเพื่อทำธุรกรรมนี้โดยเฉพาะ สอบถามไปทางเจ้าหน้าที่ว่า "มีหนทางอื่นใดบ้างที่ดิฉันสามารถทำธุรกรรมให้เสร็จสิ้นได้หรือไม่เพราะมีมูลค่าสูงถึง 2.2 ล้านบาท" 
 
                          ที่ดินและบ้านเพื่อที่อยู่อาศัยของดิฉันต้องสูญไปถ้าไม่สามารถรับการโอนกรรมสิทธิ์จากเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่ตอบกลับมาว่า "ไม่มี" ต้องให้สามีมาด้วยหรือญาติมารับโอนแทน ดิฉันจึงได้ประสานไปทางนายหน้าซื้อขายที่ดิน บอกถึงเหตุผลเเละความจำเป็น ปรากฏว่า มีช่องทางทำได้ และโอนได้ แต่ต้องจ่ายเงินให้เป็นค่าป่วยการ จำนวน 10,000 บาท "แก่คนระดับสูง" และ 3,000 บาท "ให้แก่พนักงาน" ดิฉันจึงจำเป็นต้องจ่ายเงิน 13,000 บาท เพื่อแลกกับการได้รับโอนที่ดินในวันนั้น 
 
                          ดิฉันจึงมีข้อสงสัยว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงสามารถทำได้ถ้าได้รับเงินค่าจ้าง และทำไมถึงทำไม่ได้ในตอนแรกที่ดิฉันซักถาม คณะคสช. ที่มีนโยบายปราบปรามคอร์รัปชั่น คงไม่ทั่วถึงเขต อ.หางดง จ.เชียงใหม่ แล้วอย่างนี้ประชาชนผู้ซึ่งทำมาหากินโดยสุจริต ยังคงเดือดร้อนเหมือนเดิม ขูดรีดกับชาวต่างชาติ และประชาชนอย่างไม่สะทกสะท้าน เงิน 13,000 บาท ดิฉันไม่เสียดาย เเต่เสียดายตรงที่พนักงานของรัฐ กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน ยังไม่พอ ยังกินค่าแรง ค่าครองชีพ หรือเรียกได้ว่า ปล้นโดยสุจริต จากประชาชนอีกด้วย
 
 
ทรัพย์ 
 
 
ตอบ
 
 
                          นายชูชาติ รักษาวงศ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาหางดง ชี้แจงว่า ผู้ร้องเรียนไม่ระบุชื่อ และไม่ทราบว่าเป็นรายใด เพราะผู้ร้องไม่ได้ระบุไว้ ทางที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ได้ชี้แจง ข้อระเบียบ ข้อกฎหมาย ตามผลการดำเนินการให้ทราบแล้ว ได้ตรวจสอบแล้ว ไม่ทราบว่าเป็นรายใด เพราะผู้ร้องมิได้ระบุไว้  
 
                          และเนื่องจากตามข้อร้องเรียนมีนายหน้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะผู้ร้องได้แจ้งว่าได้ติดต่อ ผ่านนายหน้าทั้งหมด ซึ่งอาจจะมีการแอบอ้างว่านำเงินมาให้เจ้าหน้าที่ก็เป็นไปได้ เพราะสำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาหางดง มีนโยบายในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ตามนโยบายของรัฐบาลมาโดยตลอด 
 
                          พร้อมทั้งได้ขึ้นป้ายไวนิลให้เจ้าหน้าที่และประชาชน ทราบโดยทั่วกันไว้ด้วยแล้ว กรณี ผู้ร้องซึ่งจดทะเบียนสมรสกับคนต่างด้าว มาขอรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน (ซื้อที่ดิน) บุคคลสัญชาติไทย (ผู้ร้อง) ต้องนำคู่สมรสซึ่งเป็นคนต่างด้าว มาให้ถ้อยคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ว่า เงินที่บุคคลสัญชาติไทย (ผู้ร้อง) นำมาซื้อที่ดินในครั้งนี้เป็นเงินของบุคคลสัญชาติไทย และเป็นสินส่วนตัว หรือทรัพย์ส่วนตัวของบุคคลสัญชาติไทย (ผู้ร้อง) แต่เพียงฝ่ายเดียว มิใช่สินสมรสหรือทรัพย์ที่ได้มาร่วมกันแต่อย่างใด 
 
                          เนื่องจากกฎหมายไทย ได้บัญญัติไว้ว่า ที่ดินในประเทศไทย ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวถือครองที่ดินได้ เพราะต้องการหวงแหนไว้ให้กับลูกหลานและอนุชนคนรุ่นหลังในอนาคต ฉะนั้น กรณีนี้กรมที่ดินได้ออกระเบียบไว้ว่า หากบุคคลสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าว ซื้อที่ดินจะต้องให้คู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าว มาให้ถ้อยคำรับรองตามความดังกล่าวข้างต้น เพื่อมิให้ผืนแผ่นดินไทยตกเป็นสินสมรสของคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าว หรือถือที่ดินแทนคนต่างด้าวตามกฎหมาย
 
                          กรณีคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวอยู่ต่างประเทศ และไม่สามารถไปบันทึกถ้อยคำ ในหนังสือรับรองได้ ต้องให้คู่สมรสซึ่งเป็นคนต่างด้าว ไปติดต่อเพื่อให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล หรือโนตารีพับลิค บันทึกถ้อยคำคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวไว้ในหนังสือรับรอง ว่าเงินทั้งหมดที่คนไทยนำไปซื้อที่ดินนั้น เป็นสินส่วนตัว หรือทรัพย์ส่วนตัวของคนไทย มิใช่สินสมรส หรือทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน แล้วให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล หรือโนตารีพับลิค รับรองว่า บุคคลที่ทำหนังสือนั้นเป็นคู่สมรสหรืออยู่กินฉันสามีภรรยากับคนไทยจริง แล้วให้ผู้จะซื้อที่ดินนำต้นฉบับหนังสือรับรอง มามอบให้พนักงานเจ้าหน้าที่ จึงจะทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่อไปได้ (ตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท 0515/ว 23245 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2546)