ไลฟ์สไตล์

Nikon D5500 กะทัดรัดแต่ทรงพลัง

Nikon D5500 กะทัดรัดแต่ทรงพลัง

10 พ.ค. 2558

ไอทีรีวิว : Nikon D5500 กะทัดรัดแต่ทรงพลัง : โดย...ไซเบอร์แบต

 
                       ทุกวันนี้จะตีค่าสินค้าไอที และคอนซูเมอร์ที่มีขนาดเล็กลงกว่ารุ่นก่อน หรือที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด ว่าเป็นของที่ลดสเปกลงหรือคุณภาพไม่ดีเหมือนก่อน ไม่ได้เด็ดขาด เพราะทิศทางการผลิตสินค้าในทุกวันนี้จะมุ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นมิตรต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้การพกพา เป็นประเด็นหนึ่งที่ผู้ผลิตให้ความสำคัญเป็นพิเศษ แต่ในทางกลับกัน ทิศทางของเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว กลับทำให้สินค้าที่มีขนาดเล็กลงนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง 
 
                       อย่างเช่น กล้องดิจิทัลดีเอสแอลอาร์ รุ่นล่าสุดจากนิคอน ที่ชื่อ Nikon D5500 ที่ดูจากบอดี้แล้วรู้สึกว่าจะเล็กกว่ารุ่นพี่ D5300 ที่ออกมาก่อนหน้านิดๆ แต่เจ้ารุ่นน้องดูหน้าตาจิ้มลิ้ม สดใส และ พกพาฟังก์ชันที่มากกว่าไว้เพียบ ที่สำคัญใช้จอพับได้แบบสัมผัส ที่ทำให้การสั่งการลั่นชัตเตอร์ และปรับแต่งค่าต่างๆ ทำได้ง่ายมาก 
 
                       บอดี้เจ้า D5500 แน่น และมั่นคง ด้วยการออกแบบในลักษณะ Monocoque มิติความกว้างxสูงxลึก ที่ 124x97x70 มิลลิเมตร พร้อมรีดไขมันลงนิดหน่อยจนมีน้ำหนักเบาเพียง 420 กรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่) แต่การจับถือกระชับมือดีมาก กริปมีขนาดเหมาะมือจับได้มั่นคง แต่ด้วยความที่ตัวกล้องมีน้ำหนักเบาทำให้รู้สึกว่าเมื่อใส่เลนส์เข้าไป น้ำหนักจะกดลงไปด้านหน้าทำให้เลนส์คว่ำหน้าลงอยู่เรื่อยๆ
 
                       ปุ่มควบคุมต่างๆ กระจายตัวกันอยู่ด้านบนและด้านหลังตัวกล้อง โดยมีปุ่มควบคุมโหมดการทำงานหลักอยู่ด้านบน สำหรับเลือกโหมดการทำงาน Auto, Scene, Effect, Flash Off, A (Aperture Priority), S (Shutter Speed Priority), P (Programmed) และ M (Manual) พร้อมปุ่มวงแหวนที่อยู่บริเวณนิ้วโป้งเพื่อหมุนปรับตำแหน่งโฟกัส ตั้งค่าแสงต่างๆระหว่างการถ่ายภาพ
 
                       ที่สำคัญที่สุดการตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ หรือค่าต่างๆ ในการถ่ายภาพจะทำได้จากหน้าจอสัมผัสโดยกดปุ่ม ? เพื่อเข้าไปตั้งค่า ทำให้สะดวกต่อการใช้งานอยู่ไม่น้อย 
 
                       เจ้า D5500 เป็นกล้องในกลุ่ม DX Format หรือ APS-C ที่นักเล่นกล้องติดปากกันว่ากล้องตัวคูณ เซ็นเซอร์ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล พร้อมตัดฟิลเตอร์ โลว์ พาส ออกไป ซึ่งทำให้เชื่อได้ว่านิคอนต้องมั่นใจในเซ็นเซอร์ตัวนี้มากว่าสามารถรับภาพได้อย่างถูกต้องทุกมิติ และใช้ระบบประมวลผลภาพ EXPEED 4 รองรับการปรับค่าความไวแสง (ISO) สูงสุด 51200 และยังมีระบบควบคุมภาพ Picture Control ปรับปรุงใหม่ ออโต้โฟกัส (AF) 39 จุด อีกทั้งยังรองรับการบันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบ Full HD ในฟอร์แมต 60p 
 
                       ส่วนระบบบันทึกเสียงมีไมโครโฟนเสียงสเตอริโออยู่ด้านบนกะโหลกกล้อง ถัดจาก Hot Shoe สำหรับเสียบแฟลชภายนอกรองรับระบบ  i-TTL ถัดไปด้านหน้ากะโหลกเป็นแฟลชในตัว
 
                       นอกจากนั้นในตัวกล้องยังมีระบบไวไฟ มาให้ใช้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตในการสั่งลั่นชัตเตอร์ และดาวน์โหลดภาพ (ความละเอียดสูงสุด 6,000x4,000 พิกเซล หรือขนาดราว 20 เมกะไบต์) ไปใส่ในสมาร์ทโฟนเพื่อส่งต่อไปยังโซเชียลมีเดียได้ในทันที 
 
                       การทำงานของเจ้า D5500 ที่ผู้เขียนได้รับมาพร้อมกับเลนส์ nikon AF-S 18-140 mm. พร้อมกับเวลาใช้งานราวสัปดาห์ แต่ช่วงเวลานั้นงานค่อนข้างยุ่งเลยไม่ได้ออกไปถ่ายรูปข้างนอก ได้แต่ทดลองใช้งานที่ออฟฟิศแถวบางนา-ตราด แต่ก็พอทำให้สรุปได้ในระดับหนึ่งว่า นิคอนทำกล้องรุ่นนี้ออกมาเพื่อเป็นตัวทดแทนเจ้า D5300 แต่ "ยังไม่สุด" เพราะขนาดตัวกล้องใกล้เคียงกัน ที่แตกต่างกันจริงๆ ก็น่าจะอยู่ที่ซอฟต์แวร์ภายใน ที่ทำให้ภาพดูมีสีสัน มีมิติ มากขึ้น แถมระบบ Active D-Lighting เลือกปรับได้ตั้งแต่อัตโนมัติ สูงพิเศษ สูง ปกติ ต่ำและปิด ที่ทำงานได้ดีขึ้นพอจับสังเกตได้
 
                       ไฟล์ภาพก็ยังคงความเป็นนิคอน คือ มีสีสัน มีพลัง แต่ไม่แรงเท่ากับรุ่นพี่อย่าง D750 โทนสีจะออกนุ่มนวลกว่า สกินโทนค่อนข้างราบเรียบ ไม่โดดเด้ง เรียกว่าถ่ายคนผิวเหลืองก็ไม่เหลืองขึ้นไปนัก
 
                       ด้วยความที่จุดโฟกัสมากถึง 39 จุด ทำให้การเลือกจุดโฟกัสทำได้ตามใจ และมีโหมดโฟกัสแบบ 9 จุดให้เลือกใช้ เพื่อให้ง่ายต่อการสังเกตจุดโฟกัสอีกด้วย เรียกว่านิคอนตั้งใจทำให้กล้องตัวนี้ใช้งานง่าย พกพาสะดวก การใช้งานหน้าจอสัมผัสทำให้ชีวิตมีความสะดวกขึ้น 
 
                       ด้วยระดับราคาราว 2 หมื่นปลาย บวกเลนส์ดีๆ เข้าไปสักตัว เจ้า D5500 ก็เป็นเพื่อนคู่ใจของคนวัยมันได้เป็นอย่างดีครับ
 
 
 
 
 
--------------------------
 
(ไอทีรีวิว : Nikon D5500 กะทัดรัดแต่ทรงพลัง : โดย...ไซเบอร์แบต)