ไลฟ์สไตล์

อภิสิทธิ์แนะเยาวชนไทยในซิดนีย์รักษาเอกลักษณ์-ภาษาไทย

อภิสิทธิ์แนะเยาวชนไทยในซิดนีย์รักษาเอกลักษณ์-ภาษาไทย

15 ก.ค. 2552

นายกฯ แนะเยาวชนไทยในซิดนีย์รักษาเอกลักษณ์ไทยและภาษาไทยให้คงอยู่

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 15 ก.ค. นายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ นำเยาวชนไทยที่เกิดและเติบโตจากนครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลล์ พร้อมผู้ปกครอง จำนวน 58 คน เข้าเยี่ยมคารวะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 13 - 23 กรกฎาคม 2552 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

 นายเกียรติคุณ กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์ร่า และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของชุมชนไทยในประเทศออสเตรเลียที่ได้จัดการเรียน การสอนภาษาไทย ตลอดจนปลูกฝังศิลปะ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีไทยให้แก่เยาวชนไทยที่เติบโตในประเทศ ออสเตรเลีย และอยากให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสมาสัมผัสสภาพที่แท้จริงของประเทศไทย พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนด้านศิลปะ วัฒนธรรมไทยบนแผ่นดินแม่ของบรรพบุรุษ จึงได้เชิญชวนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในนครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลล์มาเป็นคณะแรก โดยใช้ชื่อ “โครงการเยาวชนไทยในซิดนีย์ เยือนแผ่นดินแม่”

 มีวัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าวดังนี้ 1.เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนทัศนศึกษาความเจริญก้าวหน้าของประเทศไทย พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติชมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์บนแผ่นดินแม่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 2.เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนไทยได้บังเกิดความรักและความผูกพันต่อประเทศไทยอัน แผ่นดินเกิดของบรรพบุรุษ 3.เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่เชิญชวนชาวไทยในต่างประเทศกลับมาท่องเที่ยว ในประเทศไทยนำเงินตราเข้าประเทศ และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แสดงความยินดี ที่ได้มีโอกาสต้อนรับคณะเยาวชนไทยในประเทศออสเตรเลีย พร้อมกล่าวขอบคุณคณะกรรมการที่ได้ปลูกฝังให้เยาวชนไทยมีความรักและผูกพันต่อ ประเทศไทยซึ่งเป็นแผ่นดินแม่ อีกทั้งได้ดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์ในแง่ของการเพิ่มพูนความผูกพัน และการปลูกฝังจิตสำนึกในแง่ของเอกลักษณ์ความเป็นไทย ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่เยาวชนไทยจะได้มีโอกาสในการทำกิจกรรม ตั้งแต่กิจกรรมที่มีส่วนสนับสนุนวัตถุประสงค์เรื่อง การเฉลิมพระเกียรติไปจนถึงการสัมผัสความก้าวหน้าของประเทศ และโครงการที่มีความสำคัญ อาทิ การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับสังคมไทยและเป็นประโยชน์กับเด็กและเยาวชนที่จะได้ รู้จักแผ่นดินแม่ดีขึ้น

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในฐานะที่เคยไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ สำหรับในยุคนั้นเป็นเรื่องยากที่จะติดตามข่าวสารหรือได้มีโอกาสที่จะติดตาม เรื่องราวต่างๆ อย่างใกล้ชิดเหมือนในปัจจุบัน การสื่อสารมวลชนหรือเทคโนโลยีการสื่อสารมีความก้าวหน้ากว่ามาก แต่สิ่งหนึ่งที่ได้พยายามทำตลอดเวลาคือ การกลับมาเยี่ยมบ้างและคิดอยู่ตลอดเวลาว่า จะต้องกลับมารับใช้แผ่นดินแม่ ซึ่งหลายๆ คนอาจจะไปปักฐานอยู่ประเทศออสเตรเลียโดยมีอาชีพการงาน มีความก้าวหน้า อีกทั้ง ลูกหลานได้เติบโตที่นั้น โดยแต่ละคนอาจจะมีแผนการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่ขาดหายคือ ความผูกพันกับแผ่นดินนี้ โดยยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย และต้องยอมรับว่าในยุคโลกาภิวัฒน์ภาษาต่างๆ ได้เริ่มหายไป ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงว่า แต่ละปีได้มีภาษาหายไปมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันการใช้ภาษาในภาวะที่มีการแลกเปลี่ยนและมีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างมาก จะทำให้แต่ละภาษาจะคงรากฐานของตัวเองไว้ยากขึ้น

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ฉะนั้น การปลูกฝังในเรื่องภาษาเป็นเพียงแง่มุมหนึ่งที่สำคัญที่จะบ่งบอกถึงความเป็น ไทย ซึ่งการใช้สองภาษานั้น มีความแตกต่างกันมาก และความแตกต่างนั้นก็มาจากระบบวิธีคิดและวิธีการถ่ายทอดความคิดของเราทั้ง ที่เป็นเรื่องเดียวกัน อาทิ การแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษสักหนึ่งหน้านั้นไม่มีทางที่จะแปลเป็นภาษาไทยได้สั้นกว่าหน้า ครึ่ง เหตุผลคือ ภาษาไทยจะมีความละเอียดและมีความหลากหลายมากกว่า ในขณะที่ภาษาอังกฤษจะเป็นภาษาที่มีความกระชับกว่าอย่างชัดเจน

 ส่วนหนึ่งเป็นการบ่งบอกถึงวิถีคิดที่อาจจะแตกต่างกันไปในแง่ของประเทศ และวัฒนธรรม ซึ่งแต่ละสังคมอาจจะถูกฝึกฝนมา แต่เรื่องภาษาเป็นเพียงเรื่องเดียว ซึ่งคิดว่าสิ่งที่ประชาชนชาวโลกประทับใจความเป็นไทย คือ เรื่องอัธยาศัยไมตรี และความมีน้ำใจ รอยยิ้ม เป็นที่เลืองลือไปทั่วโลก สิ่งต่างๆ เหล่านี้เยาวนไทยที่เติบโตอยู่ต่างประเทศถ้าสามารถมีรอยยิ้มของคนไทย มีน้ำใจไมตรี โอบอ้อมอารี ก็จะยืนยันความเป็นไทยและสร้างความประทับใจต่อชาวออสเตรเลียหรือชาวโลกด้วย

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องการเมือง การปกครองของประเทศไทย เป็นที่ทราบกันดีว่า มีสถาบันหลักของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันที่ทำให้ประเทศไทยได้ดำรงอยู่มีความมั่นคง และเป็นหลักสำคัญในการยึดเหนี่ยวให้ประชาชนมีความสมัครสมาน สามัคคี เพราะฉะนั้นการเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ เนื่องจากระบบของประเทศไทยจะไม่เหมือนกับระบบของประเทศออสเตรเลียหรือต่าง ประเทศ ก็จะเป็นเรื่องที่สำคัญด้วย