
จากลูกชาวนาสู่วงการบันเทิง "สมหวัง พรเจริญ" ได้ดีจากเสื้อผ้า
เมื่อครั้งที่อดีตนักร้องแนวลูกทุ่งหมอลำ "สมหวัง พรเจริญ" ยังเป็น "ไชยประสิทธ์ พันธุ์หมุด" ดำรงชีพในท้องนาที่ ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร เมื่อ 20 ปีก่อนโน่น เส้นทางชีวิตสู่การทำนาปีกับครอบครัวหลังจากที่เขาเรียนชั้นประถมปีที่ 6 จนอายุ 21 ปี จับใบแดงไปเป
2 ปีที่รับใช้ชาติ ในที่สุดประสิทธิ์ก็กลายเป็นทหารกองเกิน จึงทำให้เขามีเวลาเข้าสู่การนักร้องคาเฟ่อย่างเต็มตัว จนมารู้จักกับนักร้องแนวคันทรี "แซม หมาว้อ" จึงได้ร่วมวงในฐานะนักร้องผสมผสานกับบทบาทของตลกแนวอีสาน และช่วงนั้นเองที่ประสิทธ์บอกว่าชีวิตรุ่งเรืองที่สุด แต่ละคืนมีค่าแรงคืนละ 1,000 บาท เมื่อบวกกับแขกใจดีให้ทิปมืออีก บางคืนได้คืนละ 4,000-5,000 บาท จนสามารถเก็บเงินซื้อรถเก๋ง และบ้านย่านถนนนิมิตใหม่ เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ
ยุคเศรษฐกิจฟองสบู่แตก วงแซม หมาว้อ ก็แตกตามฟองสบู่ ทำให้รถเก๋งของประสิทธ์ กลายเป็นรถแท็กซี่มิเตอร์ ในขณะเดียวกันในยามค่ำคืนเขาไม่ทิ้งอาชีพที่ชอบที่สุดคือร้องเพลงตามห้องอาหารด้วย กระทั่งได้ร่วมงานกับบริษัทออร์แกไนเซอร์ "กันนารี โปรโมชั่น" รับงานงานต่างๆ โดยทำหน้าที่เป็นพิธีกรและร้องเพลง และในช่วงนั่นเองที่อัลบั้มเพลงลูกทุ่งหมอลำของเขาคลอดมาเป็นอัลบั้มแรกชื่อ "ไทยช่วยไทย" ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแป้งหอมฮอลลีวู้ด โดยใช้ชื่อ "โจ๊ก แท็กซี่" ช่วงไหนมีเวลาว่างก็ขับแท็กซี่รับจ้างด้วย หลังจากนั้นอีก 4 ปีอัลบั้มชุดที่สองออกมาอีกชื่อ "เถียงนาฮ่าง" ในสังกัดของ "ช้างเผือกอินเตอร์เทนเมนท์" ใช้ชื่อ "สมหวัง พรเจริญ" จนเป็นที่รู้จักจนทุกวันนี้
12 ปีเต็มที่เขาเป็นโชเฟอร์ขับแท็กซี่สลับการกับบทบาทของนักร้อง จนรถแท็กซี่หมดอายุ เขาจึงหันมาเอาดีในบทบาทของดีเจ จัดรายการตามสถานีวิทยุชุมชนหลายแห่ง จนรู้จักกับผู้ที่ให้การสนับสนุนรายที่ประกอบอาชีพด้านเสื้อผ้า ทำให้เขาเรียนรู้การผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปหลายแห่ง
"ผมมองว่าอาชีพในวงการบันเทิงวันหนึ่งก็ต้องดับ ดาวดวงใหม่ก็จะมาแทน ดุจเดียวกับการเป็นดีเจ หากไม่มีผู้สนับสนุนรายการเราก็ต้องหยุดไป ผมนึกว่าควรที่จะหางานที่เป็นของตัวเองและยั่งยืน พอมารู้จักกับคนอยู่ในวงการเสื้อผ้า ผมจึงมองว่าอาชีพนี้น่าจะอยู่ได้นาน ผมก็เลยมาผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้า และระหว่างนั้นผมหันมาเรียนหนังสือด้วย เริ่มจาก กศน. จนจบ ปวช." สมหวัง กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ผ่านไปกว่า 1 ปีกับกิจการผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้า สมหวัง บอกว่า แม้จะมีรายได้ไม่มากนักแต่ก็สามารถเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่เดือดร้อน และคิดว่าจะยึดอาชีพนี้ตลอดไปหากไม่มีอุปสรรคมาขัดขวาง
"ดลมนัส กาเจ"



