ไลฟ์สไตล์

GT- S เมื่อ 15 ล้านอยู่ในมือคุณ

GT- S เมื่อ 15 ล้านอยู่ในมือคุณ

02 พ.ค. 2558

เปิดโลกยนตรกรรม : GT- S เมื่อ 15 ล้านอยู่ในมือคุณ : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี

 
                            รถยนต์บางครั้งไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือในการนำพาเราไปยังจุดมุ่งหมาย แต่รถยังให้ความรู้สึกหลากหลาย โดยเฉพาะรถระดับ “ซูเปอร์คาร์” ที่มีมากกว่า 500 แรงม้าซึ่งต้องใช้คำว่า อ่อนซ้อม ห้ามขับเพราะมันพร้อมจะ “วิ่ง” และวิ่งมากว่ารถทั่วไป
 
                            ถ้าใครได้ชมงานบางกอก มอเตอร์โชว์ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาคงได้เห็นรถสปอร์ต สีเหลืองจอดเด่นอยู่ในบูธของเมอร์เซเดส-เบนซ์และเป็นรถที่จัดอยู่ในระดับซูเปอร์คาร์คันแรกของแบรนด์ “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี" (Mercedes-AMG) รถที่ผลิตออกมาคือ ชื่อรุ่น GT และ GT-S โดยตัวที่มีเอสต่อท้ายนั่นคือที่สุดของตระกูลนี้และในไทยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ก็ได้จัดให้สื่อต่างๆ ได้มีโอกาสสัมผัสรถคันนี้ที่ภูเก็ตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอนนี้จัดว่าเป็นรถที่แพงที่สุดบนถนนที่ได้ขับแบบทดสอบ คือมีราคา 14.9 ล้านบาท
 
                            รถแบบจีที สองที่นั่ง มาพร้อมกับรูปลักษณ์ ดีไซน์ภายนอกใหม่โดดเด่นด้วยรูปทรงสปอร์ตเต็มตัว กระจังหน้าแบบไดมอนด์ (Diamond Grille) สัญลักษณ์โลโก้เมอร์เซเดส-เบนซ์ขนาดใหญ่ภายใต้กระโปรงหน้า บรรจุเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ 3,982 ซีซี 510 แรงม้าที่ 6,250 รอบ/นาที แรงบิด 650 นิวตันเมตรที่ความเร็วรอบ 1,750-4,750 ต่อนาที ระบบเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 สปีด  ล้อหน้าขนาด 19 นิ้วล้อหลัง 20 นิ้ว สปอยเลอร์หลังเลยเป็นแบบปรับระดับได้อัตโนมัติ หลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ดีไซน์ภายใน มีการออกแบบให้ก้าวล้ำทันสมัย ด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังแบบ Nappa แบบปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ พวงมาลัยกึ่งรถแข่ง (AMG performance) หุ้มด้วยหนังแท้สลับ DINAMICA microfibre
 
                            ในส่วนโครงสร้างตัวถังของจีที-เอส คันนี้เป็นอะลูมิเนียม สเปซเฟรม ที่ผลิตจากวัสดุอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ผสมผสานกับเหล็ก และแมกนีเซียม ทำให้มีน้ำหนักรวมของตัวรถเพียง 1,890 กิโลกรัม 
 
                            นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นนี้ยังได้มีการวางเครื่องยนต์แบบ Front mid-engine  ทำให้การกระจายน้ำหนักหน้า-หลัง อยู่อัตรา 47:53 เพื่อให้เกิดการบังคับควบคุมที่ดีระบบอ่างน้ำมันเครื่องแบบแห้ง ( Dry sump) แบบเดียวกับที่ใช้ในสนามแข่ง เพื่อป้องกันน้ำมันเครื่องถูกส่งไปไม่ทั่วถึงในจังหวะที่ตัวรถเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เทคโนโลยี มาพร้อมระบบควบคุมช่วงล่าง (AMG RIDE CONTROL) สามารถปรับได้ 3 โหมดการขับขี่ ได้แก่ คอมฟอร์ต (Comfort) สปอร์ต ซึ่งมีสองออปชั่นคือสปอร์ต (Sport) กับสปอร์ตพลัส (Sport+) และโหมดที่ 3 ผมให้เป็นเรซเซอร์ หรือโหมดแข่ง โดยการเลือกโหมดผ่านปุ่มควบคุมที่คอนโซลกลาง ซึ่งแต่ละโหมดให้ความรู้สึกต่างกันค่อนข้างมาก
 
                            ออปชั่นอื่นๆ มาครบเช่น ระบบเบรก (ADAPTIVE BRAKE) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST) โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (ESP), ระบบรักษาระดับความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC) เป็นต้น  ตามสเปก ตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด  310 กม./ชม.
 
                            ผมเข้าไปนั่งภายในแล้ว มองดูอุปกรณ์ต่างๆ ถ้าไม่เคยไปนั่งจำมาก่อนอาจจะใช้ไม่ถูกเพราะว่า ตรงคอนโซนกลาง มีปุ่มมากมายราวกับเครื่องในของหุ่นยนต์แต่หากว่าจับทิศจับทางได้การบังคับใช้งานก็ไม่มีอะไรยาก ผมมีเวลาสั้นๆ ในการที่จะเรียนรู้รถ เพราะว่า ต้องจับสลากเข้าคิวขับ บังเอิญโชคดีจับเอาคนสุดท้ายของเส้นทางเลยได้ขับยาวหน่อย แรกๆ อย่างแรกผมมองหาว่าก้านเกียร์ ก้านน้อยมันอยู่ตรงไหน ซึ่งก็อยู่ตรงคอนโซลกลางแต่ค่อนมาข้างหลัง ทำนองว่า ใส่เกียร์ D แล้วไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับ มันอีกจนกว่าต้องการใส่ R หรือ P เพราะที่เหลือสื่งที่ควรทำคือ ใช้การควบคุมที่ปีกผีเสื้อ หลังพวงมาลัย และโหมด ARC จีที-เอส ให้เสียงการเดินเบาที่เพราะมาก แค่สตาร์ทเครื่องยนต์ก็น่าทึ่งแล้วเพราะเสียงนิ่มลุ่มลึกแต่แฝงพลังดี ท่าทางการนั่ง สำหรับคนตัวเล็กๆ ไซส์เอเชีย ขับง่าย ไม่ฝังจมลึกลงไป ขนาดพวงมาลัยกำลังพอเหมาะ ส่งถ่ายน้ำหนักการควบคุมมาอย่างลงตัว 
 
                            ผมเริ่มต้นการขับด้วยโหมด C ความเร็วต่ำๆ ไปเรื่อยๆ จังหวะของการถ่ายกำลังและเสียงต่างๆ เป็นไปอย่างสุภาพแต่ ไม่ราบเรียบและนุ่มนวล รถยังถ่ายทอดความรู้สึกว่า มันคือสปอร์ต ออกมาในทีแต่สำหรับใครที่เคยขับซูเปอร์คาร์แล้วจะรู้ว่า งานใหญ่ยังมาไม่ถึง หลังจากนั้นปรับโหมดไปสปอร์ต พลัส โดยข้ามโหมดสปอร์ต ไปก่อนสิ่งที่ได้คือ ความกระชับของช่วงล่างและเสียงที่กรอดังขึ้นของเครื่องยนต์ และทุกครั้งที่มีการยกคันเร่งเราจะได้ยินเสียงฟืดฟาดราวกับอาการหงุดหงิดของสิ่งมีชีวิต และเป็นไปตามคาด โหมดนี้เมื่อกดคันเร่งให้รอบกระเตื้องขึ้น พลังมหาศาลของเครื่องยนต์ก็เดือดปุดๆ แบบรั้งไม่อยู่
 
                            หากละเลยที่จะเข้าไปสู่แป้นคันเร่งค่อนเท้าแล้วล่ะก็ ความดื้อรั้นของรถจะเริ่มแสดงให้เห็นเลยทีเดียว
 
                            การขับรถแบบนี้อย่างแรกคือ ถ้าพวงมาลัยไม่ตั้งตรงอยากคิดส่งไปเต็มเท้า เพราะเราจะสั่งงานมันไม่ฟังแล้วซึ่งการขับรถแบบนี้ ต้องทักษะเรซซิ่ง ติดตัวไว้เข้าใจเรื่องบางอย่างที่เป็นข้อสังเกตพื้นฐาน ซึ่งจะทำให้เราเลี้ยง เจ้า 500 แรงม้านี้เชื่องขึ้น สุดท้ายผมไปที่เรซเซอร์ ซึ่งโหมดนี้รอบของรถจะรั้งขึ้นสูงตลอดเวลาเรามีหน้าที่เพียงมองไกล ประคองพวงมาลัยและหาทางออก แน่นอนว่า เราสามารถสนุกกับเครื่องจักรราคา 15 ล้านบาทอย่างไม่รู้ลืม
 
 
 
 
 
----------------------
 
(เปิดโลกยนตรกรรม : GT- S เมื่อ 15 ล้านอยู่ในมือคุณ : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี)