
บ้านหลังใหม่ใต้ทะเลทอง 'ปะการังเทียม' ชุบชีวิตประมงพื้นบ้าน
26 เม.ย. 2558
รักชีวิต รักษ์สิ่งแวดล้อม : บ้านหลังใหม่ใต้ทะเลทอง 'ปะการังเทียม' ชุบชีวิตประมงพื้นบ้าน : โดย...ธนชัย แสงจันทร์
กว่า 37 ปีแล้ว ที่กรมประมงได้ดำเนินการจัดสร้างปะการังเทียม เพื่อนำไปปล่อยสู่ใต้ท้องทะเลในพื้นที่ต่างๆ ตลอดแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทย และอันดามัน ซึ่งปะการังเทียมที่ปล่อยลงสู่ทะเลนั้นเปรียบดังบ้านหลังใหม่ของเหล่าสัตว์น้ำนานาชนิด ที่จะได้อาศัยเป็นที่หลบภัย รวมทั้งเป็นแหล่งอาหาร แหล่งสืบพันธุ์ เป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลให้กลับคืนมา
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมต้องทำปะการังเทียมไปปล่อยในทะเล วารินทร์ ธนาสมหวัง ผู้ทรงคุณวุฒิกรมประมง เล่าถึงสถานการณ์ใต้ท้องทะเลไทยว่า ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศทางทะเล ส่งผลให้ปริมาณสัตว์น้ำลดลงและต้นทุนในการประมงที่สูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมัน เครื่องมือในการทำการประมง และค่าแรงของแรงงาน ซึ่งกระทบต่อชาวประมงโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้านต้องประสบปัญหาความเดือดร้อน รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในการยังชีพ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน
กระทั่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำรัสให้กรมประมงหาหนทางแก้ไขปัญหาเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ และสร้างแหล่งทำกินให้กับชาวประมงขนาดเล็ก ซึ่งกรมประมงได้น้อมนำแนวพระราชดำริมาปฏิบัติ โดยการดำเนินการจัดสร้างปะการังเทียม ตั้งแต่ปี 2521 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้ปล่อยประการังเทียมแล้วทั้งสิ้น 522 แหล่ง ภายใต้งบประมาณกว่า 1,556 ล้านบาท ทั้งในทะเลอ่าวไทย และทะเลอันดามัน
และเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา กรมประมงได้รับมอบประการังเทียม จำนวน 1,105 แท่ง มูลค่า 6 ล้านบาท จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ก่อนนำไปจัดวางในพื้นที่รอบพระราชวังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ ซึ่งถือเป็นแนวทางในการช่วยชาวประมงให้มีแหล่งทำการประมงใกล้ฝั่ง เพื่อลดต้นทุนในการทำประมงเพิ่มมากขึ้น
ผู้ทรงคุณวุฒิกรมประมง กล่าวอีกว่า การสร้างปะการังเทียมเป็นการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับท้องทะเล กรมประมงจึงดำเนินการจัดสร้างปะการังเทียม โดยการทดลองนำวัสดุหลายชนิดมาเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล เช่น ท่อคอนกรีตกลม และยางรถยนต์เก่า นำมาผูกมัดเป็นรูปทรงต่างๆ รวมถึงการทำแท่งคอนกรีตแบบโครงสี่เหลี่ยม และทรงปิรามิด เนื่องจากเห็นว่าแท่งคอนกรีตแบบโครงสี่เหลี่ยมมีความเหมาะสมที่สุด แม้จะมีต้นทุนสูงในค่าก่อสร้าง แต่มีอายุการใช้งานยาวนาน สะดวกต่อการลำเลียง ขนส่ง และจัดวางโดยการปล่อยจากผิวน้ำให้ตกถึงพื้นทะเล ซึ่งสามารถควบคุมการจัดวางให้ซ้อนทับกันได้สูง หรือจัดวางให้อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม
สำหรับขนาดที่เหมาะสมที่สุดและใช้อยู่ในปัจจุบัน คือ มีขนาดหน้าตัดโครง 17x17 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 1,060 กิโลกรัม และมีน้ำหนักในน้ำทะเลประมาณ 600 กิโลกรัม
ซึ่งปะการังเทียมที่ถูกปล่อยลงสู่ท้องทะเล นอกจากจะเป็นแหล่งอาศัยและแพร่พันธุ์สัตว์น้ำ ยังทำให้สัตว์น้ำบางชนิดที่ไม่มีผู้พบเห็นมานาน แต่กลับคืนมาภายหลังที่มีการปล่อยปะการังลงสู่ท้องทะเล เช่น ปลาหมอทะเลขนาดใหญ่ ปลาช่อนทะเล ปลาจะละเม็ดเทา ปลาตะลุมพุก ซึ่งปลาเหล่านี้สร้างรายได้ให้กับชาวประมงพื้นบ้าน
ด้าน พุทธไท สิงโตทอง ประธานที่ปรึกษากลุ่มประมงพื้นบ้านเขาตะเกียบ ยอมรับว่า ปะการังเทียม ได้ช่วยชุบชีวิตให้กลับชาวประมง เพราะสามารถจับปลาได้มากขึ้น โดยไม่ต้องออกเรือไปไกลก็ได้ปลากลับมาขาย ซึ่งเป็นการลดต้นทุนในการทำประมง และจุดที่มีปะการังเทียม ยังสามารถเป็นแหล่งเที่ยวตกปลาหรือดำน้ำ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ สร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นด้วย
“วิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้าน ต้องผจญกับสารพัดปัญหารุมเร้า ทั้งทรัพยากรธรรมชาติจากท้องทะเลที่ร่อยหรอเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว ต้นทุนการครองชีพและรายจ่ายประจำวันที่นับวันจะสูงขึ้น ปัญหาเรืออวนรุน อวนลาก ซึ่งกวาดต้อนและทำลายอุปกรณ์หาปลาของชาวประมงพื้นบ้านไปหมด โชคดีว่าหลายปีมานี้ โครงการปะการังเทียม ได้คืนชีวิตให้แก่สิ่งแวดล้อมทำให้ชีวิตของชาวประมงผลิกฟื้นขึ้นมา สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้” ประธานที่ปรึกษากลุ่มประมงพื้นบ้านเขาตะเกียบ กล่าว
เช่นเดียวกับ แซว จีนสินธุ์ ชาวประมงพื้นบ้านเขาตะเกียบ เล่าว่า นับตั้งแต่มีปะการังเทียม ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงพื้นบ้านเขาตะเกียบดีขึ้น เห็นได้จากจำนวนเรือประมงที่เพิ่มมากขึ้น จากอดีตที่ในหมู่บ้านมีเรือประมงอยู่ประมาณ 50 ลำ กระทั้งปัจจุบันบ้านเขาตะเกียบมีเรือประมงกว่า 200 ลำ เพราะสามารถจับสัตว์น้ำได้มากขึ้น
ที่สำคัญชาวประมงพื้นบ้านเขาตะเกียบ ได้มีการรวมกลุ่มเป็นสกรณ์ชุมชน เพื่อรวบรวมสัตว์น้ำที่จับได้มาจัดจำหน่าย ซึ่งสามารถต่อรองราคากับพ่อค้าคนกลางได้เป็นอย่างดี ส่วนสัตว์น้ำที่เหลือจากการจำหน่ายก็นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ทำให้พี่น้องชาวประมงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้กรมประมงและหน่วยงานต่างๆจะเข้ามาสบับสนุนในการสร้างปะการังเทียมในทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามันอย่างต่อเนื่อง และนี่ก็ไม่ใช่แนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน แต่แนวทางที่ถูกต้องคือ เราทุกคนต้องช่วยกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล โดยเฉพาะเรือขนาดใหญ่จะต้องไม่ทอดสมอเรือทับแนวปะการัง เพราะบ้านหลังใหม่ของเหล่าสัตว์น้ำที่เป็นปะการังเทียม คงไม่อบอุ่นเท่าปะการังแท้...
----------------------
(รักชีวิต รักษ์สิ่งแวดล้อม : บ้านหลังใหม่ใต้ทะเลทอง 'ปะการังเทียม' ชุบชีวิตประมงพื้นบ้าน : โดย...ธนชัย แสงจันทร์)



