
4หญิงไทยยอดนักสู้ ไม่ดังแต่เจ๋ง!
24 เม.ย. 2558
สังคม : 4 หญิงไทยยอดนักสู้ ... ไม่ดัง แต่เจ๋ง!
จากแรงบันดาลใจที่เคยมีเมื่อเริ่มทำงานใหม่ๆ ก็หมดมอดไปอย่างรวดเร็ว ในการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ก้าวแรกสู่งานบันดาลใจ” ที่สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.) กระทรวงสาธารณสุข สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) และเครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอ เพื่อระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานที่เป็นรูปธรรมในด้านการส่งเสริมสุขภาวะทางจิตวิญญาณและมิติ ความเป็นมนุษย์ในที่ทำงานให้มีการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ที่หล่อเลี้ยงให้มนุษย์เติบโตกับงาน เบิกบานกับชีวิต และได้เชิญ10 คนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ มาเล่าประสบการณ์ชีวิตในการสร้างงานบันดาลใจให้ได้ฟังกัน
เริ่มจาก เกื้อจิตร แขรัมย์ หัวหน้าตึกศัลยกรรมกระดูกพิเศษ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ แต่เนื้องานที่ “เกื้อจิต แขรัมย์” ต้องรับบทหนักที่สุดก็คือ การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายให้พร้อม และยอมรับการเผชิญหน้ากับสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจหลีกหนีพ้น นั่นก็คือ “ความตาย” ดังนั้น หากไม่ติดธุระออกนอกพื้นที่ เกือบทุกคืน เธอจะพาคนไข้สวดมนต์ก่อนนอน เพื่อชวยให้คนไข้ค่อยๆ พาตัวเองออกจากความทุกข์ ความกังวลเรื่องโรคภัยที่เป็นอยู่
“พี่เป็นเด็กบ้านนอก เข้าใจสภาพเวลาญาติเราป่วยไข้ดี แล้วก็เป็นพยาบาลที่เคยเป็นคนไข้ด้วย พี่รู้ว่าเวลาคนเราป่วยนั้น ไม่ได้ป่วยทางกายอย่างเดียว ใจมันป่วยด้วย มันหว้าเหว่ เคว้งคว้าง อ่อนแอ คำพูดคำจา ท่าทีของหมอ พยาบาลจึงสำคัญสำหรับคนไข้มาก” พยาบาลเกื้อจิตรบอก ก่อนเผยให้ต่อไปถึงความท้อแท้ว่ามีเข้ามาเหมือนกัน “ในระบบงานอาจมีท้อบ้าง แต่เนื้องานไม่เหนื่อยเลย เห็นคนไข้ เห็นญาติมีความเปลี่ยนแปลง เราก็ดีใจ และมีความสุขที่จะทำงาน แม้บางครั้งจะเจอคำถามว่าทำทำไม มันไม่ใช่ แต่เราจะทำซะอย่าง อีกส่วนที่ทำให้งานมีความสุขก็คือ ความรัก ความเมตตาต่อกัน ไม่เอาความดีใส่ตัวคนเดียว ดังนั้น งานสร้างคน คนสร้างสิ่งแวดล้อม และคนทำงานให้มีความสุข” พยาบาลเกื้อจิตรบอกน้ำเสียงแห่งความสุข
“ครูจิ๋ว” ทองพูล บัวศรี ผู้จัดการโครงการครูข้างถนนและเด็กก่อสร้าง มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก กล่าวว่า เพราะเชื่อว่าการให้โอกาสและความรู้ คือการให้เด็กมีจิตสำนึกที่ดีงาม และมีทางเดินแห่งอาชีพที่พวกเขาเลือกเดินได้ และเราก็ต้องสู้กับปัญหา วันนี้แก้ไม่ได้หรอก แต่พรุ่งนี้มันถึงเวลาของเรา ดังนั้น คนทำงานต้องสร้างแรงบันดาลใจ ต้องดึงพลังของตัวเองขึ้นมา แล้วนำพลังเหล่านี้ไปส่งต่อให้คนอื่น ถามว่าชีวิตมีท้อไหม ก็ทั้งท้อทั้งเหนื่อย แต่การสร้างพลังใจให้ตัวเองด้วยการสร้างกำลังใจ และให้โอกาสเด็กๆ นี่ความสุขของครู ความสุขที่ได้ดูแลเด็กๆ แม้จะเหนื่อย แต่ก็มีความสุขกับมันได้เสมอ เพราะมันคืองานที่รัก
ปิดท้ายทีึ่ “แอ็ปเปิ้ล” วรภัทร แสงแก้ว หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมสวัสดิการสังคมศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลปทุมธานี กล่าวว่า ส่วนตัวทำอยู่ในสายงานที่แวดล้อมไปด้วยผลกระทบจากความรุนแรง ความขัดแย้ง และการทารุณกรรม เช่น เด็กโดนทำร้าย ถูกพ่อแท้ๆ ข่มขืน จนนั่งดูอยู่เฉยๆ ไม่ได้ ต้องเข้าไปช่วยเหลือ เพราะหมอ พยาบาลบางไม่กล้านำตัวเองมาเสี่ยง ที่แม้จะเจอแรงกดดัน แต่ก็ไม่ท้อ เปลี่ยนจากความกลัว เป็นความกล้า แล้วหาตัวช่วย เช่น ตำรวจ ศาล อัยการ จากนั้นเผชิญหน้าอย่างมีสติ ทำแบบแนบเนียน ไม่เผชิญหน้าโดยตรง มุ่งมั่นช่วยเหลือเด็ก และสตรี เพราะมองเห็นคุณค่าของงานที่ทำว่ามีความหมายต่อผู้ถูกกระทำอย่างไร
“ระบบไม่เอื้อ ตัวเราต้องเปลี่ยนแปลง ทำให้เต็มที่ ถ้าทำดีไม่เห็นต้องกลัวอะไร ทำดีไม่ได้ดีก็ให้มันรู้กันไป สุดท้ายที่ทำทั้งหมดก็ได้รับการยอมรับ แถมยังเป็นต้นแบบให้หน่วยงานต่างๆ รวมไปถึงเด็กที่เคยช่วยเหลือเมื่อหลายปีก่อน ปัจจุบันสอบติดคณะแพทยศาสตร์ ม.มหิดล นี่คือแรงบันดาลใจให้ก้าวต่อไป เวลาเจอปัญหาหนักๆ ก็จะนึกย้อนเรื่องราวของเคสต่างๆ บางเคสเจอหนักกว่าปัญหาที่เรามีอีก” แอปเปิ้ลเผย



