ไลฟ์สไตล์

4 วิธีพิชิตภัยเบาหวาน

4 วิธีพิชิตภัยเบาหวาน

23 เม.ย. 2558

ดูแลสุขภาพ : 4 วิธีพิชิตภัยเบาหวาน

 
                            โรคเบาหวานเป็นความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมน อินซูลินไม่เพียงพอหรือร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินมาตรฐาน หากไม่ได้รักษาอย่างเหมาะสมเมื่อน้ำตาลในกระแสเลือดมากจะทำให้เกิดผลเสียในระยะยาวต่อหลอดเลือด หัวใจทำงานหนักขึ้น หลอดเลือดรับแรงดันมากขึ้น ก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา เช่น ตาบอด ไตวาย เท้าเป็นแผล ระบบประสาทเสื่อม หลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองตีบ อุดตัน ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
 
 
 
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นผู้ป่วยเบาหวาน
 
 
                            - อายุมากกว่า 35 ปี
 
                            - อยู่ในเกณฑ์ที่ถือว่าอ้วน (ดัชนีมวลกายตั้งแต่ 23 กิโลกรัม/เมตร2)
 
                            - รอบเอวผู้ชาย > 90 ซม. ผู้หญิง > 80 ซม.
 
                            - ผู้ที่มีประวัติญาติสายตรงเป็นเบาหวาน
 
                            - เคยคลอดบุตรน้ำหนักแรกคลอดเกิน 4 กิโลกรัม หรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
 
                            - มีประวัติความดันโลหิตสูง
 
                            - มีประวัติไขมันในเลือดผิดปกติ
 
                            - เคยตรวจพบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนปกติ แต่ยังไม่เข้าข่ายเบาหวาน
 
                            - มีประวัติโรคหัวใจและหลอดเลือด
 
                            - มีประวัติติดเชื้อง่ายเป็นๆ หายๆ บริเวณผิวหนัง ระบบสืบพันธุ์หรือระบบขับถ่ายปัสสาวะ
 
                            - มีกลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่ (Polycystic ovary syndrome)
 
 
                            หากผู้ใดที่จัดอยู่ในข่ายของผู้มีโอกาสเป็นเบาหวานก็ควรหมั่นตรวจระดับน้ำตาลในเลือดทุกๆ 6-12 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นเบาหวานหรือไม่
 
 
 
อันตรายจากเบาหวาน
 
 
                            ผู้ที่เป็นเบาหวานในระยะแรกๆ หรือมีระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงมากผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการผิดปกติจึงเป็นเหตุที่ทำให้ละเลยและมองข้ามภัยของโรคเบาหวาน ใช้ชีวิตตามปกติเหมือนคนทั่วไป ขาดการควบคุมโรคและอาการแทรกซ้อน จนเมื่อปรากฏอาการผิดปกติขึ้นแล้วซึ่งตอนนั้นการรักษาให้กลับมาเป็นปกติอาจจะเป็นเรื่องยากหรือไม่สามารถเป็นไปได้ 
 
                            อาการและโรคแทรกซ้อนของเบาหวานสามารถแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่ม คือ อาการแทรกซ้อนชนิดเฉียบพลัน ได้แก่ ภาวะโคม่าจากน้ำตาลในเลือดสูง และภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำส่วนโรคแทรกซ้อนชนิดเรื้อรังเช่น เบาหวานขึ้นตาทำให้การมองเห็นผิดปกติหรือตาบอดได้ ไตเสื่อมจนทำให้เกิดไตวายเรื้อรังต้องทำการรักษาด้วยการล้างไต ระบบประสาทเสื่อมทำให้เกิดความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ เช่น ถ้าระบบประสาทส่วนปลายเสื่อมจะทำให้ความรู้สึกปลายแขนขาลดลงทำให้เกิดการบาดเจ็บที่เท้าได้ง่ายและแผลหายยาก ถ้าระบบประสาทอัตโนมัติเสื่อม เช่น ทำให้กระเพาะปัสสาวะอ่อนแรงไม่สามารถขับปัสสาวะออกได้หมดเกิดการค้างของปัสสาวะและเกิดเป็นการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ง่าย มีอาการหน้ามืดเป็นลมเวลานั่งแล้วลุกขึ้นยืนในทันที การแข็งตัวของอวัยวะเพศชายเสียไป เป็นต้น
 
 
 
4 วิธีพิชิตภัยเบาหวาน
 
 
                            1. ควบคุมอาหารและควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม  การเลือกรับประทานอาหารควบคุมน้ำหนักอย่างถูกต้องตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน เมื่อควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีโรคแทรกซ้อนก็จะลดลงด้วย
 
                            2. ออกกำลังกาย โดยการปฏิบัติอย่างสมํ่าเสมอจะทำให้น้ำตาลในเลือดลดต่ำลงได้ เนื่องจากขณะออกกำลังกายร่างกายต้องใช้พลังงานและแหล่งพลังงานที่สำคัญในร่างกายก็คือ น้ำตาล หากออกกำลังกายให้เพียงพอร่างกายจะใช้น้ำตาลในเลือดเพื่อเปลี่ยนไปเป็นพลังงานเกิดการใช้พลังงานขึ้น ตัวอย่างเช่น การเดินเร็ว การวิ่ง การปั่นจักรยาน การว่ายนํ้า การทำสวน/ขุดดิน ชี่กง โยคะ รำมวยจีน นอกจากนั้นจะทำให้การควบคุมเบาหวานได้ดีขึ้นสามารถลดการใช้ยาลงได้
 
                            3. ใช้ยาคุมอาการ การใช้ยาควบคุมเบาหวานไม่ว่าจะเป็นยากินหรือยาฉีดอินซูลินยังเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยเบาหวานส่วนมาก เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้ตามเป้าหมายของการรักษา มีเพียงบางส่วนของผู้ป่วยที่ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงมากนักที่อาจจะใช้เพียงแค่การควบคุมอาหารและออกกำลังกาย
 
                            4. หมั่นตรวจหาโรคแทรกซ้อน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานจะแนะนำและติดตามให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจหาโรคแทรกซ้อนของ หัวใจ ตา ไต เท้า และสุขภาพช่องปากเป็นประจำ เพื่อค้นหาและป้องกันโรคแทรกซ้อนตั้งแต่เนินๆ ผู้ป่วยจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีอายุที่ยืนยาวได้ไม่แตกต่างจากคนทั่วไปที่ไม่เจ็บป่วย
 
 
                            ดังนั้นโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยเบาหวานจึงไม่ใช่เพียงแค่การรักษาอาการที่เกิดจากความเจ็บป่วยเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพองค์รวมของผู้ป่วยในระยะยาว รวมทั้งยังจำเป็นที่จะต้องดูแลปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิตร่วมกันทั้งผู้ป่วยและครอบครัว เพื่อส่งเสริมการควบคุมโรคของผู้ป่วยและลดความเสี่ยง ป้องกันการเกิดโรคของสมาชิกในครอบครัวอีกด้วย