ไลฟ์สไตล์

'กำจร'กร้าว!ศธ.ทุจริตเจอฟันแน่

'กำจร'กร้าว!ศธ.ทุจริตเจอฟันแน่

20 เม.ย. 2558

ปลัด ศธ.ใหม่ รับตำแหน่งแล้ว กร้าวห้ามทุจริต รู้เมื่อไหร่เล่นงานทันที รับหนักใจภาระ 2 เรื่อง พัฒนาคุณภาพการศึกษา-ฟันคอร์รัปชั่น คตร.ดีเดย์หารือสอบโกง 22 เม.ย.นี้

 
                         20 เม.ย. 58  เมื่อ 08.30 น.  นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) ได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ยังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยได้ทำพิธีสักการะพระพุทธรูปประจำกระทรวง ศาลพระภูมิ และพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 จากนั้น ได้เข้าสักการะพระพุทธรูปยังห้องทำงาน โดยมีข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการให้การต้อนรับอย่างหนาแน่น
 
                         นพ.กำจร กล่าวว่า การที่ได้เข้ามารับตำแหน่งปลัด ศธ. ก็ยอมรับว่า มีความหนักใจพอสมควร เนื่องจากจะต้องเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาหนัก 2 เรื่อง คือ 1. การเร่งพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2. การแก้ปัญหาการไม่ชอบมาพากล มีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และตั้งใจจะขับเคลื่อนในหลายๆ เรื่องไปพร้อมกัน ทั้งเรื่องการแก้ปัญหาการอ่านออกเขียนได้ ของนักเรียนชั้น ป.1 รวมถึงเรื่องอื่นที่เป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะต้องอาศัยการทำงานร่วมกับ 3 องค์กรหลัก ได้แก่ สพฐ. สอศ. และ สกอ.
 
                         อย่างไรก็ตาม นโยบายหลัก คือ การต้องการให้คนไทยมีคุณภาพการศึกษา แข่งขันกับนานาชาติได้ ไม่ใช่เฉพาะแต่ประเทศในอาเซียน แต่ต่อไปไทยจะต้องยืนบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม และไม่ได้หมายรวมเฉพาะนักเรียนนักศึกษาเท่านั้น แต่จะต้องครอบคลุมไปถึงคนไทยทุกคน เพราะฉะนั้น จะต้องอาศัยความร่วมมือจาก กศน. และวิทยาลัยชุมชน ที่จะเข้ามาทำหน้าที่พัฒนาการศึกษาให้แก่คนในท้องถิ่น
 
                         นพ.กำจร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จะไม่ยอมให้มีการทุจริตเกิดขึ้นในกระทรวงศึกษาธิการ ถ้ารู้เมื่อไหร่เล่นงานทันที จะต้องไม่มีการคอร์รัปชั่น หากได้รับทราบเมื่อไร จะดำเนินการตรวจสอบทันที ที่ผ่านมา หากใครมีความประพฤติที่ไม่ถูกต้อง ถือว่าเป็นกรรมใครกรรมมัน ถ้ายังไม่ถึงเวลาใช้กรรมก็ไม่เป็นไร แต่ในปัจจุบันและอนาคตจะต้องไม่มีการทุจริต ประพฤติมิชอบอีก ทั้งนี้เคยได้ยินมาว่า ข้าราชการใน ศธ. มีการฝากเข้ามากันเป็นพวง เอาพี่น้องลูกหลานเข้ามานั่งทำงาน ตรงนี้ไม่แคร์ ไม่ไปเอาปูนกาหัวไว้ แต่จะดูแค่ว่าใครทำงานหรือไม่ทำงาน และวัดจากการประเมินผลการทำงานในช่วงปลายปี
 
                         "ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนั้น เรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการ คือ การปฏิรูปการศึกษา ต้องยอมรับว่าคุณภาพการศึกษามีปัญหามาก ผมพยายามจะแก้ แต่คงไม่เสร็จในสองสามวัน และจริงๆ แล้ว การปฏิรูปการศึกษาเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ไม่ใช่เรื่องของ ศธ. เพราะฉะนั้นผมตั้งใจจะขอความเห็นจากทุกภาคส่วน แต่ก็คงค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละอย่าง เพราะคงแก้ทุกอย่างไปพร้อมกันไม่ได้ นอกจากนี้ ยังจะต้องเข้าสะสางปัญหาทุจริตใน 2 องค์กรหลัก ได้แก่ สกสค. และองค์การค้าของ สกสค.
 
                         ซึ่งในเร็วๆ นี้ ก็คงจะมีการมอบหมายให้ซี 10 หลายท่าน ไปช่วยดูแลโดยตรง รวมถึงให้ซี 10 ไปช่วยดูคุรุสภาด้วย เพราะตอนนี้บอร์ดบริหารของทั้ง 3 องค์กรหลัก ถูกยุบไปแล้ว ทั้งนี้ที่ผ่านมาก็มีข้อมูลเข้ามา เช่น การใช้จ่ายเงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะกฎหมายได้ให้อำนาจบอร์ดอย่างเต็มที่ หรืออย่างเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การค้า เคยเข้าไปแตะนิดเดียว ก็เป็นเรื่อง รมว.ศธ. ก็โดนท้าทายเรื่องการไม่มีอำนาจลงไปตรวจสอบ แต่ตอนนี้ฟ้าใสไม่มีเมฆแล้ว คำสั่ง คสช. ถอนยวงทั้ง 3 บอร์ด ก็ทำให้สามารถเข้าไปดูแลได้"
 
                         นพ.กำจร กล่าวอีกว่า ในส่วนของคุรุสภานั้น ไม่ได้เป็นปัญหาในเรื่องการทุจริต แต่เป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาเรื่องการผลิตและพัฒนาครู ซึ่งมีปัญหามาตลอด ทั้งที่ต้องการคนเก่งและมีความสามารถเข้ามาเป็นครู แต่ก็ไม่สามารถมาเป็นครูได้ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องของใบประกอบวิชาชีพ หลายครั้งทางคุรุสภาก็บอกว่าแก้ปัญหาให้แล้ว แต่เป็นการแก้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้แก้ปัญหาในภาพรวม ขณะเดียวกันที่ผ่านมา คุรุสภาเองก็มีลักษณะการบริหารงานในเชิงใช้อำนาจ เกี่ยวกับเรื่องใบประกอบวิชาชีพครู
 
 
 
ย้าย ศธ.ไม่เกี่ยวล้างบาง สกสค.-องค์การค้า
 
 
                         พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การโยกย้ายผู้บริหารระดับ 11 ทั้ง 3 ราย ของกระทรวงศึกษาธิการนั้น เป็นไปด้วยความเหมาะสม นางสุทธศรี วงษ์สมาน เลขาธิการสภาการศึกษา (กศน.) เอง ก็เติบโตมาจาก สกศ. รู้ระบบงานในหน่วยงานนี้เป็นอย่างดี ขณะที่ รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กอศ.) ก็เติบโตมาจาก สกอ.เช่นกัน เพราะฉะนั้น ก่อนที่ทั้งคู่จะเกษียณในเดือน ต.ค.นี้ จึง ต้องการให้ทั้ง 2 คน กลับไปวางระบบใน สกศ.และ สกอ.ให้เรียบร้อย ยืนยันว่า การย้ายซี 11 ทั้ง 3 คน ไม่มีเรื่องที่ไม่ดีหรือบกพร่องในการทำงาน เพราะต่างก็เป็นคนที่มีคุณภาพ และยืนยันว่า การย้ายครั้งนี้ ก็ไม่เกี่ยวข้องกับคำสั่งยุบบอร์ด 3 องค์กร คือ คณะกรรมการคุรุสภา , คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค.
 
                         "คำสั่งยุบบอร์ดนั้น ก็เป็นไปตามประเด็นที่ทราบกันมานานแล้วว่า องค์กรดังกล่าวมีปัญหามายาวนาน มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสเข้ามา รวมถึงบอร์ดของ สกสค. และบอร์ดองค์การค้าเอง ก็มีความเกี่ยวข้องกัน เป็นคนกลุ่มเดียวกัน มีเรื่องผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้น จึงอาศัยอำนาจของ คสช. ยุบบอร์ดดังกล่าว และตั้งบอร์ดชุดใหม่ทั้ง 3 ชุด ที่มี รมว.ศธ. เป็นประธาน เข้าไปบริหารงานแทน พร้อมให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เข้าไปตรวจสอบการใช้เงินด้วย ทั้งนี้ ในเร็วๆ นี้ จะเชิญประชุมบอร์ดทั้ง 3 คณะ เพื่อหารือว่า จะต้องดำเนินการในเรื่องใดบ้าง นอกจากนั้น เนื่องจากมีคำสั่งให้ เลขาธิการคุรุสภา เลขาธิการ สกสค. และ ผอ.องค์การค้า ยุติปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพราะฉะนั้น จะต้องรีบแต่งตั้งผู้บริหารของกระทรวง เข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทนโดยเร็วที่สุด ถ้าการสอบสวนพบว่า ทั้ง 3 คน ไม่มีความผิด ก็ต้องรอหารือกับบอร์ดก่อนว่า จะเอาอย่างไร เพราะทั้ง 3 ตำแหน่งนี้ มาจากการสรรหา และการจ้างโดยบอร์ด ก็ต้องขึ้นอยู่กับบอร์ดใหม่ จะพิจารณาให้ทำงานต่อไปหรือไม่"
 
                         รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า เมื่อเข้าไปเป็นประธานบอร์ด สกสค. และองค์การค้าแล้ว ตั้งใจจะตรวจสอบเรื่องทุจริตที่ยืดเยื้อ และอาจพิจารณาเรื่ององค์ประกอบของบอร์ดด้วยว่า ควรจะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมหรือไม่ รวมถึงอาจจะมีการพิจารณาเรื่องการทบทวนโครงสร้างขององค์กรทั้ง 2 องค์กรนี้ด้วย แต่ทั้งนี้ จะต้องรอหารือกันในบอร์ดก่อน ทั้งนี้ การโยกย้ายของ ศธ.และการยุบบอร์ด 3 องค์กรนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับ 100 รายชื่อ ที่ส่งให้นายกฯ ไป
 
 
 
คตร.ดีเดย์หารือสอบโกง 3 บอร์ด 22 เม.ย.นี้
 
 
                         พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 7/2558 ที่ให้ คตร.ตรวจสอบการใช้งบประมาณและการดำเนินโครงการที่สำคัญของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. ว่า จะมีการประชุม คตร.ในวันพุธที่ 22 เม.ย.นี้ ที่ห้องประชุมภายในกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน เพื่อศึกษาเรื่องต่างๆ และกำหนดเรื่องที่จะเข้าไปตรวจสอบใน 3 บอร์ด นอกจากนี้จะพิจารณาว่าจะเชิญผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการมาให้ข้อมูลหรือไม่ ซึ่งหลังจากประชุมครั้งนี้แล้ว จะเริ่มเก็บข้อมูล แต่ขั้นต้นเรามีข้อมูลเก่าอยู่แล้ว