ไลฟ์สไตล์

'หม่อนไหม' รณรงค์ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า

'หม่อนไหม' รณรงค์ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า

21 เม.ย. 2558

'หม่อนไหม' รณรงค์ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า สืบสานงานพระมารดาแห่งไหมไทย

 
                         ไม่ใช่แค่นาข้าวเท่านั้นที่มีปัญหาการใช้น้ำ การปลูกหม่อนและเลี้ยงไหมก็ส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำไม่น้อยเช่นกัน ทำให้กรมหม่อนไหมต้องรณรงค์เกษตรกรที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในภารอีสานต้องรู้จักการใช้น้ำเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมเร่งพัฒนาเส้นทางสายไหมที่มีการสืบสานกันมาอย่างยาวนาน ตามวิถีชีวิตของเกษตรกรไทย ด้วยการจัดโครงการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557  ภายใต้แนวคิด "หม่อนไหมใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า สืบสานงานพระมารดาแห่งไหมไทย" 
 
                         วีณา พงศ์พัฒนานนท์  อธิบดีกรมหม่อนไหม  เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมหม่อนไหม เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำโครงการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้แนวคิด “ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ปวงประชาถวายพ่อของแผ่นดิน” เพื่อแสดงถึงพระอัจฉริยภาพด้านน้ำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558  ณ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ขอนแก่น     
 
                         อธิบดีกรมหม่อนไหม เผยต่อว่า นอกจากนี้กรมหม่อนไหมยังจัดทำค่ายเยาวชนรักษ์หม่อนไหมใส่ใจคุณค่าน้ำ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เข้ามาเรียนรู้อาชีพด้านหม่อนไหมทั้งจากนิทรรศการ และการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมทั้งระบบ ตั้งแต่การดูแลรักษาแปลงหม่อน การบริหารจัดการน้ำในแปลงหม่อน ชีพจักรของการเลี้ยงไหม การฟอกย้อมสี และการทอผ้า ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2558  จะมีการจัดกิจกรรมค่ายเยาวชนรักษ์หม่อนไหมใส่ใจคุณค่าน้ำขึ้น ณ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้ง 21 ศูนย์ในสังกัดกรมหม่อนไหม เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้ใช้เวลาว่างในช่วงปิดเทอมเรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพหม่อนไหม รวมถึงการใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด
 
                         ด้าน วิมล จันทรโรทัย รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ของบประมาณปี 2559 จำนวน 1,200 ล้านบาทเพื่อเร่งพัฒนาการปลูกหม่อน และเลี้ยงไหมโดยเลือกพื้นที่นำร่องที่บ้านคึมมะอุ อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา บนเนื้อที่ 800 ไร่ ซึ่งจะใช้เป็นพื้นที่ปลูกหม่อนและเลี้ยงไหม ผลิตไข่ไหม การบริหารจัดการระบบน้ำ ส่งเสริมระบบการผลิต การตลาดแบบครววงจร การแปรรูปผลิตภัณฑ์ รวมถึงการส่งออก 
 
                         "หม่อนไหมมีความสำคัญมากขึ้นเพราะเป็นตลาดเฉพาะทางรัฐบาลจึงให้ความสำคัญในการพัฒนาอาชีพ  ในกลุ่มแม่บ้าน และเกษตรกร เนื่องจากไหมสามารถเพิ่มรายได้ในหลายรูปแบบ โดยกรมหมอนไหมได้ทำการวิจัยผลิตภัณฑ์ ทั้งผ้าไหมลายต่างๆ ผลผลิตจากวัตถุดิบนำมาทำเป็นเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ยา" วิมลกล่าวทิ้งท้าย