ไลฟ์สไตล์

ทำไม...สปส.ขยายเวลาจ่ายบำนาญ (1)

ทำไม...สปส.ขยายเวลาจ่ายบำนาญ (1)

20 เม.ย. 2558

เปิดซองส่องไทย : ทำไม...สปส.ขยายเวลาจ่ายบำนาญ (1)

 
                       อยากทราบเกี่ยบกับสำนักงานประกันสังคมกองทุนชราภาพของประกันสังคม เหตุต้องจ่ายเงินสิทธิประโยชน์ชราภาพเพิ่มอัตราเงินสมทบ ขยายอายุเกษียณ ปรับฐานคำนวณเงินบำนาญ (ปกติเมื่อส่งเงินประกันสังคมครบ 180 เดือน (15 ปี) ดิฉันส่งตั้งแต่อายุ 25 ปี ตอนนี้อายุ 40 ปีแล้ว คือครบกำหนดแล้ว 
 
                       แต่ยังไม่ได้บำนาญต้องจ่ายกองทุนประกันสังคมไปเรื่อยๆ จนอายุครบ 55 ปี ถึงจะได้รับบำนาญ เมื่อได้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ที่ สปส.จะขยายเวลาเพิ่มจาก 55 ปี เป็นรับบำนาญได้ต้องอายุ 60-65 ปี ทุกวันนี้ไปรับการรักษาสถานพยาบาลประกันสังคมถึงจะเป็นรัฐบาลหรือเอกชน ยาที่ได้รับกินเข้าไปก็ไม่เห็นจะหายเลย ต้องไปซื้อยาที่ร้านยากินต่อ นอนโรงพยาบาลก็ต้องจ่ายส่วนต่าง นิดๆ หน่อยๆ (อันนี้รับได้) 
 
                       อีกตัวอย่างเรื่องค่าทำฟันที่จ่ายให้ปีละ 600 บาท เดี๋ยวนี้ขูดหินปูนยังไม่ได้เลย ที่ไม่เข้าใจคือเงินประกันสังคมเยอะแยะ ฝากบอกพวกระดับผู้อำนวยการของ สปส. หน่อย ว่าเอาเงินไปลงทุนให้มันน้อยๆ หน่อยจะได้ไหม ตอนจะเอาไปลงทุนพูดถึงผลตอบแทนดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ พอขาดทุนมาเรื่องก็เงียบหาย ทุกวันข้าราชการลาออกจาก กบข. กันเกือบหมดแล้ว และบำนาญ 60-65 ปี จะออกเป็นกฎหมายอีก ประชาชนตาดำๆ อย่างเรา จะปฏิเสธไม่เอากฎหมายฉบับนี้ได้หรือไม่ เพราะเมื่อ 10 ปีก่อน มีข่าวว่าพนักงานประกันสังคม เบิกค่ารักษาพยาบาลให้แม่เป็นล้านๆ บาท ข่าวดังวันเดียวก็เงียบหายไปเลย หมายความว่าอย่างไร 
 
                       พอถึงปลายปีก็ระดมทุนจากคนชราจ่ายเดือนละ 100 บาท ออกข่าวฟังดูดีว่าเป็นเงินสมทบผู้ประกันตน มาตรา 40 พาพ่อแม่ไปสมัครสุดท้ายต้องส่งให้สำนักงานประกันสังคมทุกเดือน บอกว่าให้ออมไปเรื่อยๆ จนกว่าพ่อแม่จะเสียชีวิตหรือต้องการถอนคืน สรุปแล้วก็ระดมทุน เป็นเงินหมุนเวียนให้ สปส.อีก รบกวนลุงแจ่มช่วยเป็นกระบอกเสียงสอบถามไปยัง สปส.ให้หน่อย หรือถ้าข้อความข้างต้นที่กล่าวมา ตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง ก็อยากให้ สปส.รบกวนอธิบายหรือชี้แจงให้เข้าใจด้วยว่าความจริงเป็นเช่นไร ดิฉันจะได้ไปบอกต่อในสิ่งที่เป็นความจริงเกี่ยวกับเรื่องประกันสังคมประเทศไทย
 
 
จตุพร 
 
 
ตอบ 
 
 
                       พ.ต.ต.หญิง รมยง สุรกิจบรรหาร รองเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า สำนักงานประกันสังคมได้รับการประสานจากผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ว่า ผู้ร้องเขียนคำถามเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของประกันสังคม ดังนี้
 
                       1.กรณีชราภาพจากเดิมกำหนดไว้ผู้ประกันตนต้องมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และต้องสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน เปลี่ยนเป็นผู้ประกันตนต้องมีอายุครบ 60-65 ปีบริบูรณ์ จึงจะขอรับเงินกรณีชราภาพได้
 
                       2.ผู้ประกันตนเข้ารับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการกับประกันสังคม แพทย์จ่ายยาให้รับประทานแต่อาการเจ็บป่วยไม่หาย ต้องไปซื้อยารับประทานเอง และนอนพักรักษาที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ ต้องจ่ายส่วนต่างเอง
 
                       3.กรณีทันตกรรมเบิกได้ปีละ 600 บาท เห็นว่าน้อยเกินไปซึ่งขูดหินปูนครั้งเดียวก็เกิน 600 บาทแล้ว
 
                       4.สำนักงานประกันสังคมนำเงินไปลงทุนในรูปแบบต่างๆ เมื่อขาดทุนไม่มีการชี้แจงให้ผู้ประกันตนทราบ
 
                       5.มีข่าวพนักงานประกันสังคมเบิกค่ารักษาพยาบาลให้มารดาเป็นจำนวนล้านบาท
 
                       6.สำนักงานประกันสังคมขยายความคุ้มครองไปยังแรงงานนอกระบบ และมีการเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปมาสมัคร โดยแจ้งว่าเป็นเงินออมจนกว่าจะเสียชีวิตหรือถอนเงินคืนได้ เห็นว่ามีการระดมทุนเป็นเงินหมุนเวียนให้สำนักงานประกันสังคมอีกช่องทางหนึ่ง
 
                       สำนักงานประกันสังคมขอชี้แจงประเด็นคำถาม ดังนี้
 
                       1.กรณีผู้ประกันตนส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ และหากส่งเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือนตลอดชีวิต ซึ่งปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมไม่ได้ดำเนินการขยายอายุการได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพแต่อย่างใด
 
                       2.ตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่องหลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน กำหนดว่าผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลโดยให้ได้รับยา และเวชภัณฑ์ที่มีมาตรฐานไม่ต่ำกว่ามาตรฐานบัญชียาหลักแห่งชาติ และสถานพยาบาลมีหน้าที่ให้การดูแลรักษาผู้ประกันตนอย่างเต็มกำลังความสามารถของแพทย์ และจัดหายาเวชภัณฑ์ ครุภัณฑ์ และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ เพื่อให้บริการแก่ผู้ประกันตนจนสิ้นสุดการรักษาโดยไม่จำกัดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายและจำนวนครั้งที่เข้ารับ การรักษา ดังนั้นกรณีผู้ประกันตนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ แพทย์สั่งจ่ายยาแล้วอาการไม่ดีขึ้นผู้ประกันตนควรกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง เพื่อแพทย์จะได้หาแนวทางในการรักษาต่อไป ส่วนกรณีนอนพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ โรงพยาบาลจะเรียกเก็บค่าห้องไม่ได้ นอกจากผู้ประกันตนขอนอนห้องพิเศษต้องรับผิดชอบส่วนต่างค่าห้องเอง
 
 
 
(อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้)